ขอขอบคุณเว็บไซต์ ADintrend.com

รวมพระบรมราโชวาท
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

" การล้มเลิกทำลายทุกสิ่งทุกอย่างด้วยวิธีการอันรุนแรงนั้น ย่อมทำความปั่นป่วนและแตกร้าวให้เกิดขึ้นทั่วไป ซึ่งเป็นอันตรายอย่างยิ่งต่อชีวิตของประเทศชาติ

กล่าวคือ การทำลายนั้นจะทำให้ความต่อเนื่องของโครงงานต่าง ๆ ขาดตอนลง ความแตกร้าวจะทำให้เสียกำลังคนดีที่จะมาร่วมงานเป็นประโยชน์

ในที่สุด กำลังทั้งปวงของส่วนรวมจะลดถอยจนเสื่อมสลายไป บัณฑิตผู้กำลังจะออกไปร่วมงานของชาติ จึงน่าจะคิดหาวิธีการสร้างสรรค์ที่แยบคายสมเหตุผลกว่านั้น

ทุกวันนี้ งานสำคัญ ๆ ด้านต่าง ๆ ก็มีโครงการที่ดำเนินต่อเนื่องกันอยู่แล้ว ผู้มีความรู้ความสามารถที่จะทำงานก็มีอยู่มากพอสมควร

ถ้าท่านจะเข้าไปเสริมกำลังให้แน่นหนายิ่งขึ้น ด้วยความตั้งใจ บริสุทธิ์ใจ ด้วยเหตุผลสติปัญญา และด้วยอุดมคติอันสูง ก็จะเป็นประโยชน์แก่การจรรโลงประเทศชาติได้อย่างแน่นอน ข้าพเจ้าขอฝากความคิดทั้งนี้ไว้กับท่านเพื่อพิจารณา"

พระบรมราโชวาท ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ณ หอประชุมมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ๑๘ สิงหาคม ๒๕๑๕


" บัณฑิตทั้งหลายได้พากเพียรศึกษาจนได้รับปริญญา น่าจะทราบดีว่าตนเองต้องปฏิบัติฝึกฝนมามากมายเพียงใด ต้องใช้ความอุตสาหะความรับผิดชอบ ความคิดวินิจฉัย และคุณสมบัติอื่น ๆ ประกอบพร้อมกันเพียงไหน จึงจะเล่าเรียนได้สำเร็จและก้าวหน้า.

ท่านก้าวหน้าในการเล่าเรียนได้อย่างไร ก็จะก้าวหน้าในการทำงานได้โดยทำนองเดียวกัน. ข้อสำคัญอยู่ที่ว่า การทำงานนั้นยิ่งใหญ่และยืนยาวกว่าการเรียนที่ผ่านมาแล้วมาก.

ท่านจะต้องตั้งใจให้มั่นคงแน่วแน่ยิ่งขึ้น ต้องมีความอุตสาหะพยายามมากขึ้นและต่อเนื่องไม่ขาดสาย ต้องมีความคิดอ่านที่กว้างไกล ประกอบด้วยความคิดวินิจฉัยที่ยิ่งละเอียดรอบคอบและเฉลียวฉลาด ทั้งต้องประสานความเข้าใจ ประสานประโยชน์กับผู้อื่นให้ยิ่งกว้างขวางและทั่วถึง

จึงจะปฏิบัติบริหารงานให้เจริญก้าวหน้าและประสบความสำเร็จที่สมบูรณ์ได้. ข้าพเจ้าใคร่ขอให้ทุกคนคิดพิจารณาสิ่งที่ได้พูดนี้ให้ชัดเจน และนำไปใช้ให้เป็นประโยชน์ในกิจการงานต่อไป. "

พระบรมราโชวาท ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรของมหาวิทยาลัยขอนแก่น ณ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ๒๔ ธันวาคม ๒๕๓๐


" คนไทย แม้จะมีนิสัยรักความสะดวกสบาย และมักทำตามใจตัวกันเป็นปรกติ แต่ในส่วนลึก ก็เป็นคนมีเหตุผล มีวินัย มีใจจริงและความสำนึกในชาติบ้านเมืองอยู่ด้วยกันแทบทุกตัวคน.

เราจึงรวมกันอยู่ได้เหนียวแน่น มีชาติมีประเทศอันตั้งมั่นเป็นอิสระเสรีมาช้านาน ทั้งสามารถสร้างสรรค์ความดีความเจริญต่าง ๆ ไว้เป็นสมบัติของชาติมากมาย.

ปัจจุบันนี้ รู้สึกว่าบ้านเมืองมีปัญหาและความขัดข้องเกิดขึ้นไม่สร่างซาเกือบทุกวงการ เป็นเครื่องบ่งบอกชัดเจนว่าถึงเวลาแล้ว ที่ทุกคนทุกฝ่ายจะต้องลดความถือดีและการทำตามใจตัวลง แล้วหันมาหาเหตุผล ความถูกต้องและความรับผิดชอบต่อส่วนรวมกันอย่างจริงจัง เพื่อกำจัดอคติ และสร้างเสริมความเมตตาสามัคคีในกันและกัน

จักได้สามารถร่วมกันเร่งรัดปฏิบัติสรรพกิจการงานให้ประสานสอดคล้อง และปรองดองเกื้อกูลกัน ให้สัมฤทธิ์ประโยชน์สูงสุดในการธำรงรักษาอิสรภาพ อธิปไตย และความเป็นไทย ให้ยืนยงมั่นคงอยู่ตลอดไป. "

พระราชดำรัส ในการเสด็จออกมหาสมาคม ในงานพระราชพิธีเฉลิมพระชนมพรรษา พุทธศักราช ๒๕๓๕ ๕ ธันวาคม ๒๕๓๕


" เมื่อพูดถึงการสร้างความเจริญก้าวหน้าของบ้านเมือง มักจะคิดกันถึงงานที่ใหญ่โตมาก ๆ เช่นการสร้างอุตสาหกรรมขนาดใหญ่เป็นต้น สำหรับประเทศของเรา

ข้าพเจ้า ใคร่ขอให้นักวิชาการและปฏิบัติการทางเทคโนโลยี หันมาพิจารณาถึงการสร้างสรรค์อีกแบบหนึ่งด้วย คือการใช้หลักวิชาและความริเริ่มสร้างงานที่อาจดูไม่ใหญ่โตนัก

แต่มีประสิทธิภาพสูง และอำนวยประโยชน์โดยตรงได้มาก โดยนำเอาทรัพยากรธรรมชาติ ความรู้ความสามารถ ตลอดจนแรงงานของคนส่วนใหญ่ให้ได้เต็มเม็ดเต็มหน่วย และให้เกิดความเสียหาย หรือความสูญเปล่า น้อยที่สุด

การสร้างความเจริญในลักษณะนี้ จะช่วยสร้างเสริมความเจริญของกิจการส่วนรวมได้แน่นอน เมื่อเราค่อย ๆ สร้างความเจริญมั่นคงให้เพิ่มทวีขึ้นแก่ทุกคนในชาติได้จริง ๆ แล้ว ความเจริญยิ่งใหญ่ที่ปรารภปรารถนา ก็จะเกิดตามมาเองในไม่ช้านัก "

พระบรมราโชวาท ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรของสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้า ณ วิทยาเขตเจ้าคุณทหาร ลาดกระบัง ๑๘ ตุลาคม ๒๕๒๐


"เพราะว่าเป็นประเทศของเรา ไม่ใช่ประเทศของหนึ่งคนสองคน เป็นประเทศของทุกคน เข้าหากันไม่เผชิญหน้ากันแก้ไขปัญหา

เพราะปัญหามีอยู่ ที่เวลาเกิดจะใช้คำว่า บ้าเลือด เวลาคนมีการปฏิบัติรุนแรงมันลืมตัว ลงท้ายเขาไม่รู้ว่าตีกันเพราะอะไร แล้วก็จะแก้ปัญหาอะไร เพียงแต่ว่าจะต้องเอาชนะ แล้วก็ใครจะชนะ ไม่มีทาง อันตรายทั้งนั้น

มีแต่แพ้ คือต่างคนต่างแพ้ ผู้ที่เผชิญหน้าก็แพ้ แล้วที่แพ้ที่สุดก็คือประเทศชาติ ประชาชนจะเป็นประชาชนทั้งประเทศ ไม่ใช่ประชาชน เฉพาะในกรุงเทพมหานคร

ถ้าสมมติว่า เฉพาะในกรุงเทพมหานครเสียหายไป ประเทศก็เสียหายไปทั้งหมด แล้วก็จะมีประโยชน์อะไรที่จะทะนงตัวว่าชนะ เวลาอยู่บนกองซากปรักหักพัง "

พระบรมราโชวาทพระราชทานแก่พลเอกสุจินดา คราประยูรและพลตรีจำลอง ศรีเมืองวันพุธที่ ๒๐ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๓๕


.ในบ้านเมืองนี้ มีทั้งคนดีและคนไม่ดีไม่มีใครจะทำให้คนทุกคนเป็นคนดีได้ทั้งหมด

การจะทำให้บ้านเมืองมีความปรกติสุขเรียบร้อย

จึงมิใช่การทำให้ทุกคนเป็นคนดี

หากแต่อยู่ที่การส่งเสริมคนดี

ให้คนดีได้ปกครองบ้านเมือง

และควบคุมคนไม่ดีให้มีอำนาจ

ไม่ให้ก่อความวุ่นวายได้...

พระบรมราโชวาทพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในพิธีเปิดชุมนุมลูกเสือแห่งชาติ ครั้งที่ 6 ณ. ค่ายลูกเสือวชิราวุธ อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี วันที่ 11 ธันวาคม 2512


ฟิคชันมาแล้ว ขอโทษมากๆ ที่ดองไว้นะครับ

สำหรับเรื่อง Friend? ติดตามอ่านได้ที่นี่ >>> คลิก

และ Mouichido Kimini Aitai ตอน 1-5 ได้ที่นี่ >>> คลิก

Part 6

นี่ ยูชุน เราอยู่ด้วยกันมากี่ปีแล้วนะ? เสียงนั้นถาม ยูชุนหันไปมองคนรัก ใบหน้านั้นมีรอยยิ้มบางๆ
ก็ 5ปีล่ะมั้ง ยูชุนทำท่านึก...5ปีที่อยู่ด้วยกัน 5ปีที่มีแต่ความสุขเสียจนเหมือนฝัน
นานขนาดนั้นเชียว? ร่างบางที่นั่งอยู่ตรงข้ามถามเสียงสูง
ก็ประมาณนั้น ยูชุนพยักหน้าก่อนมองไปที่ขนมในขวดโหล ลูกอมสีสันหลากสีอยู่ในนั้น
นาย...เบื่อฉันบ้างมั้ย? ร่างบางถามก่อนแกะลูกอมในขวดโหลแล้วส่งให้อีกฝ่าย
สองครั้ง...สามครั้ง..อืม ไม่เคยเลย ยูชุนบอกเสียงทะเล้นก่อนกินลูกอมจากมือของอีกฝ่าย
บ้า ร่างบางชักมือออก เมื่อริมฝีปากบางนั้นสัมผัสเบาๆที่ปลายนิ้ว แต่แค่นั้นก็ทำให้แก้มใสนั้นแดงระเรื่อ
เอ...คนสวยของผมเป็นอะไรน้า ยูชุนแกล้งทำหน้าทะเล้นก่อนเอื้อมมือไปแตะหน้าผากร่างบาง
ตัวก็ไม่ได้ร้อนนี่ ทำไมหน้าแดงจัง? หืม? ยูชุนทำหน้าสงสัย ที่แสนจะกวนประสาท แจจุงได้แต่นั่งอมยิ้ม...
ความสุขเล็กๆที่อบอวลอยู่ในห้องกว้าง...ที่เต็มไปด้วยความรัก...ทุกอย่างราวกับฝัน ที่เมื่อลืมตาตื่นขึ้นมาก็ไม่เหลืออะไร....ไม่เหลือเลยสักอย่างเดียว

"ท่านประธานคะ...ท่านประธาน" เสียงเรียกที่ดังขึ้นทำให้ยูชุนตื่นจากภวังค์
"ขอโทษที เมื่อกี้ว่าอะไรนะ?" ยูชุนถามเลขาคนสวยของเค้า
"ตอนบ่ายมีนัดเจรจากับบริษัท Aค่ะ" เลขาสาวบอกก่อนส่งแฟ้มรายงานให้กับยูชุน
"ถ้าอย่างนั้นตอนนี้ว่างสินะ?" ยูชุนเงยหน้าจากแฟ้มเอกสารขึ้นมาถาม
"ค่ะ" เธอตอบ
"งั้นผมขอออกไปข้างนอกหน่อยแล้วกันนะ" ยูชุนบอกก่อนส่งแฟ้มคืนหลังจากอ่านดูคร่าวๆแล้ว
"ค่ะ ประชุมเวลาบ่ายสองนะคะ" เลขาคนเดิมบอก ยูชุนพยักหน้าก่อนเดินออกจากห้องไป

เสียงโทรศัพท์ดังขึ้น ยูชุนเอื้อมมือไปรับ
"ครับ" ยูชุนกรอกเสียงลงไป ก่อนมองไปข้างหน้า ถนนสายยาวที่ดูเงียบสงบไม่เหมือนในเมือง
"จุนซูเหรอ? อืม...เย็นนี้เหรอ? เอาผัดผักเหมือนเดิมก็ได้" ยูชุนบอก
"ครับ แล้วเจอกันนะที่รัก" ยูชุนแกล้งหยอดคำหวาน ก่อนหัวเราะออกมาเบาๆ ป่านนี้คนตัวเล็กคงหน้าแดงไปถึงหูแล้วมั้ง
"ผมก็เหมือนกัน" ยูชุนตอบรับคำบอกรักของปลายสายก่อนวางสายไป ก่อนตบสัญญาณไฟเลี้ยวเพื่อไปสู่ที่แห่งนึง
ถนนเส้นเล็กตรงหน้า สองข้างทางเต็มไปด้วยต้นไม้...ยูชุนขับรถไปเรื่อยๆ ก่อนจอดรถบนลานหินกว้างๆ แล้วลงจากรถพร้อมหันไปหยิบดอกไม้ช่อใหญ่ที่อยู่หลังรถไปด้วย
"อากาศดีนะครับ วันนี้" เสียงทักจากข้างหลังทำให้ยูชุนหันไปมอง
"ครับ" ยูชุนพยักหน้ายิ้มๆให้กับชายตรงหน้า
"เมื่อวานนี้ฝนตก แต่ว่าเมื่อเช้าพวกผมทำความสะอาดแล้วนะ" ชายดูมีอายุบอก
"ขอบคุณมากครับ" ยูชุนโค้งเล็กน้อยตามมารยาท
"คนรักสินะครับ?" ชายคนนั้นถามยูชุนทำสีหน้าไม่เข้าใจ
"ดอกทิวลิปน่ะหมายถึงรักนิรันดร์ไม่ใช่หรอกเหรอครับ?" ชายแก่หัวเราะเล็กน้อย ยูชุนมองดอกไม้ที่อยู่ในมือตัวเอง ดอกทิวลิปสีม่วงช่อใหญ่...รักนิรันดร์งั้นเหรอ?
"โอ๊ะ ผมต้องไปแล้วครับ เพราะว่ามีงานทางนู้นอีก" ชายคนเดิมบอกก่อนขอตัวเดินออกไป...ยูชุนมองตามเล็กน้อยก่อนเดินไปตามทางเล็กๆ
"ฉันมาแล้ว" ยูชุนพูดขึ้นก่อนมองไปรอบๆ
"ยุนโฮยังไม่มาเหรอ?" ยูชุนถามเมื่อมองไปเห็นดอกไม้ช่อเก่ายังคงอยู่ในแจกันเหมือนเดิม ยูชุนหยิบดอกไม้ช่อเก่าออกก่อนวางช่อใหม่ลงไป..ทิวลิปสีม่วงช่อใหญ่...ดูงดงาม แต่ก็เศร้าหมอง
"สบายดีมั้ย แจจุง?" ยูชุนถาม...ราวกับคนบ้าที่พูดกับแผ่นหิน...ที่ไม่มีวันมีเสียงตอบกลับมา...ยูชุนถอนใจเล็กน้อยก่อนพูดต่อ
"บอกตามตรง ฉันไม่เคยคิดว่าฉันจะรักใครได้อีก..นอกจากนาย..." เค้าเงียบไป...รู้สึกเหมือนหายใจไม่ค่อยออกเท่าไรนัก...
"จนฉันมาเจอจุนซู ฉันคิดว่าฉันรักเค้า พวกเรามีความสุข...แต่ว่า..." สีหน้านั้นราวกับครุ่นคิด...ราวกับจะเปรียบเทียบความรู้สึก...รัก...
"ฉัน..ไม่รู้สิ...ฉันสับสนไปหมด..." ยูชุนพูด...ไม่รู้ว่าทำไมถึงมาที่นี่...สับสน...ไม่เข้าใจ..เหนื่อยล้า...จนแทบทนไม่ไหว สุดท้ายก็มาอยู่ที่นี่...
"ฉันเองก็ไม่เข้าใจอะไรเท่าไรนักหรอก...บางทีฉันอาจจะเป็นคนบื้อๆแบบที่นายพูดจริงๆก็ได้" ยูชุนพูดยิ้มๆ ปลายนิ้วเรียวนั้นไล้บนป้ายหินอ่อนที่เย็นยะเยือกเบาๆ...น้ำใสๆหยดลงมาจากดวงตาสีน้ำตาลอ่อนนั้น...
"ฉันรักนาย แจจุง" ถ้อยคำหลุดออกมาอย่างยากลำบาก...ไม่รู้ว่าที่พูดไป...เป็นความรู้สึกจริงๆรึเปล่า...หรือเพียงแค่อยากพูดเท่านั้นเอง...
"ตั้งแต่นายไม่อยู่...ฉันก็สับสนไปหมด...หลับตาลงก็มีแต่ภาพนาย..." ยูชุนใช้มือเช็ดน้ำตาออกอย่างลวกๆ
"ทำไมนายต้องตายด้วย! แจจุง! กลับมาสิ กลับมา..." ยูชุนตะคอกใส่ป้ายหินอ่อนนั้น...ราวกับคนบ้า...รู้อยู่แล้ว ว่าไม่มีวันที่จะกลับมาอีกแล้ว...ไม่มีวัน...
"ได้โปรด..." ยูชุนทรุดลงร้องไห้อย่างอ่อนแรง....
...หยดน้ำบนกลีบสีม่วงของดอกไม้ที่หมายถึงรักนิรันดร์...กำลังหยดลงสู่พื้นหิน...ราวกับจะแทนหยดน้ำตาของใครบางคน

ยังรักอยู่อีกเหรอ?
ของคนอื่นน่ะ ยังรักอยู่อีกเหรอ..?
แล้วของตัวเองล่ะ? เคยรักรึเปล่า?

ยุนโฮ ผีเข้าใช่มั้ย?" แจจุงถามร่างสูงที่เอาแต่นั่งจ้องหน้าเค้าตั้งแต่เมื่อกี้...ไม่ใช่แค่เมื่อกี้ แต่ทั้งวันแล้ว...
"..." ยุนโฮไม่ตอบอะไร ราวกับไม่ได้ยินคำถามเมื่อกี้
"เฮ้ จุงยุนโฮ!!!" แจจุงสะกิดยุนโฮที่ไหล่แรงๆ จนยุนโฮตื่นจากภวังค์
"อะไร?" ยุนโฮถามมีรอยยิ้มบางๆบนใบหน้านั้น
"นายเป็นบ้าเหรอ? นั่งมองหน้าฉันอยู่ได้" แจจุงถาม
"ก็น่ารักนี่นา" ยุนโฮแกล้งพูดหน้าตาย แจจุงได้แต่ฟาดเบาๆที่แขนคนตรงหน้า...ใช่ เพราะน่ารัก แต่จริงๆแล้วเพราะว่ารักมากกว่า...อยากชดเชยเวลาที่ไม่ได้มองหน้าสวยนี้...อยากชดเชยทุกสิ่งที่เคยทำพลาดไป...
"ฮะฮะ เขินล่ะสิ?" ยุนโฮถามก่อนแกล้งยื่นหน้าเข้าไปใกล้ๆ แจจุงผลักหน้าคนทะลึ่งออก ก่อนลุกขึ้นจะเดินหนีไป
"ล้อเล่นน่า แจจุง เดี๋ยวสิ" ยุนโฮฉุดแขนของแจจุงไว้ แจจุงที่ไม่ทันตั้งตัวก็เซเข้าหาคนเจ้าเล่ห์พอดี
"นี่ปล่อยเลย" แจจุงพยายามดันตัวเองออกจากอ้อมกอดที่แข็งแกร่งนั้น
"ไม่เอาอ่ะ" ยุนโฮทำเสียงดื้อ จมูกซนๆนั้นไซ้ไปตามแก้มนุ่มของคนในอ้อมกอด...
"นี่ พอเลยนะ แจจุงพยายามหันหน้าหนี ยุนโฮยอมปล่อยคนรักออกจากอ้อมกอด...คิดหรือว่าจะหนีพ้นแจจุง
อ๊ะ...ฝนตกล่ะ แจจุงบอกก่อนชี้ไปข้างนอกหน้าต่าง สายฝนโปรยปรายลงมาทั้งๆที่ฟ้ายังสว่างอยู่
จริงด้วย แย่จัง ยุนโฮบ่น...วันนี้อุตส่าห์หยุดงานทั้งที คิดว่าจะออกไปเที่ยวกับแจจุงสักหน่อย
อย่างนี้ก็ออกไปข้างนอกไม่ได้สินะ... แจจุงพึมพำ...ยุนโฮอุตส่าห์หยุดงานแล้วก็อุตส่าห์บังคับให้เค้าลางานด้วย..แต่ไหงฝนดันตกมาได้เนี่ย...แจจุงมองหยดน้ำฝนที่ไหลบนกระจก...ก่อนไล้นิ้วตามช้าๆ...ราวกับน้ำตาที่กำลังหลั่งริน...ทำไมถึงได้ดูโศกเศร้านักนะ
เอางี้มั้ย? เรามาหาอะไรสนุกๆทำกันดีกว่า ยุนโฮเสนอขึ้นมา
อะไร? แจจุงแหวขึ้นทันที
อะไรล่ะ? ก็เล่นเกมไง ยุนโฮบอกงงๆ ก่อนจะยิ้มออกมา
คิดอะไรเหรอ? ยุนโฮแกล้งเดินไปใกล้ๆคนรัก
ก็..ก็เล่นเกมไง แจจุงบอกก่อนเดินหนีไปเลือกเกมที่ชั้น
อืมเล่นเกมกันดีกว่า ยุนโฮนั่งลงช่วยคนรักเลือกเกม
แต่ว่าเล่นอะไรที่แจจุงอยากเล่นก็ได้นะ ยุนโฮไม่วายแซวคนข้างๆ จนโดนฟาดแรงๆที่แขนหนึ่งที ไม่นานนักทั้งสองคนก็เลือกเกมที่จะเล่นได้...แน่นอนว่าเหมือนทุกครั้ง เกมแข่งรถ และก็แน่นอนว่าคนที่ชนะจะเป็นใครไปไม่ได้นอกจาก จุง ยุนโฮ
ทำไมฉันแพ้ทุกทีเลยนะ แจจุงบ่นงึมงำ ก่อนวางจอยลงอย่างเซ็งๆ
ก็ฉันเก่งนี่นา ยุนโฮได้ทีเกทับใหญ่ คนข้างๆสิหน้าหงิกแล้ว
ไม่เล่นแล้ว แจจุงบอกก่อนลุกขึ้น ยุนโฮมองตามคนขี้งอนยิ้มๆ...ก่อนลุกตามไป
นี่ งอนอีกแล้วเหรอ? ยุนโฮถาม
เปล่า แจจุงบ่นก่อนมองออกไปข้างนอก สายฝนยังคงโปรยปรายอยู่...
เฮ้อ... ยุนโฮถอนใจออกมา แจจุงหันมามองคนรัก
เบื่อใช่มั้ย? เบื่อฉันใช่มั้ยล่ะ? แจจุงถามน้ำเสียงเอาเรื่อง...ไม่รู้ จู่ๆก็น้อยใจ...อาจะเป็นเพราะฝนที่ตกอยู่ข้างนอกก็ได้ ทำให้รู้สึกอ้างว้าง...เหงา
ฉันไม่ได้พูดแบบนั้นซะหน่อย ยุนโฮมองแจจุงงงๆ...อะไรอีกล่ะเนี่ย..
ถ้าเบื่อก็ไม่ต้องง้อก็ได้ แจจุงพูดก่อนเม้มริมฝีปากแน่น...ไม่รู้ว่าอยากให้ยุนโฮพูดว่อะไร...รู้ว่าทำตัวไม่เข้าท่า..แต่ไม่รู้ทำไมถึงได้ทำ
ไม่เบื่อหรอก ใครจะเบื่อแจจุง หืม? ยุนโฮกอดคนขี้งอนไว้ในอ้อมกอด แจจุงไม่ขัดขืน
นายไง แจจุงบอก...เมื่อก่อนถ้าเค้างอนยุนโฮก็จะไม่ง้อเลย ต่างคนต่างเงียบไปเลย...หรือไม่ก็ออกจากห้องไปเลย...เค้าคิดทุกครั้งว่ายุนโฮคงเบื่อเค้าแล้ว...
ฉัน? ฉันไม่เคยเบื่อแจจุงเลยน้า...ใครจะเบื่อแจจุงได้ ก็น่ารักแบบนี้ หอมด้วย ยุนโฮบอกคนในอ้อมแขนก่อนจะแอบหอมแก้มใสนั้น..
ไม่รู้สิ ยุนโฮ...ฉันยังเบื่อตัวเองเลย แจจุงบอกเบาๆ ใช่เบื่อตัวเอง...ไม่มีเหตุผล เห็นแก่ตัว..
เมื่อก่อนน่ะ แค่นายบอกรัก แค่จับมือกัน ฉันก็มีความสุข...แต่ว่าพอมาตอนหลังเหมือนไม่ว่าเท่าไรก็ไม่พอ...อยากได้มากขึ้นเรื่อยๆ แจจุงบอก รู้สึกอยากได้มากกว่าที่ให้ไป....อยากได้มากกว่ารัก อยากได้ทั้งตัว และหัวใจ
........ ยุนโฮรู้สึกเหมือนพูดไม่ออก เค้ามองลึกลงไปนัยน์ตาคู่สวยตรงหน้า...
ให้ฉันนะ ทั้งหมดได้มั้ย...หัวใจของนาย...ให้ฉันนะ แจจุงถามเหมือนเด็กเอาแต่ใจ น้ำใสๆไหลออกมาราวกับห้ามไม่ได้...ยุนโฮจับมือเรียวของแจจุงมาแนบแก้มไว้ ก่อนจับมือนั้นมาแตะที่อกของตัวเอง
นี่นะ แจจุง...ฉันน่ะไม่มีหัวใจตั้งนานแล้ว ยุนโฮค่อยๆจับมือไปแตะที่อกของแจจุง
มันอยู่ที่นาย...ตั้งแต่แรกแล้ว ยุนโฮพูดแต่ละคำช้าๆ ชัดๆ...แจจุงมองหน้ายุนโฮอย่างพร่ามัวด้วยหยาดน้ำตา...ยุนโฮไล้มือเช็ดน้ำตานั้นเบาๆ...
ยุนโฮ... แจจุงพึมพำชื่อคนรักออกมา ก่อนโผเข้ากอดคนตรงหน้าแน่น....รักฉันนะ รักฉันให้มาก....
ฉันรักนายนะ ยุนโฮ แจจุงบอกเสียงเบายุนโฮกอดตอบแจจุงไว้...
ฉันก็รักนาย

บอกรักฉันนะ...บอกทุกๆวันเลยนะ
บอกฉันว่ารัก...ทุกวันที่ฉันยังหายใจอยู่...
สายฝนข้างนอกยังคงโปรยปรายลงมา...
นี่...ได้ยินมั้ยมีใครกำลังร้องไห้อยู่....

ขอบคุณมากนะครับ ผมจะรอข่าวดีระหว่างบริษัทของเรานะครับ ยูชุนบอกคนตรงหน้าก่อนจับมือของชายต่างชาติตรงหน้า
เช่นกันครับ ชายตรงหน้าบอก ยูชุนเดินไปส่ง ก่อนขอตัวกลับไปที่ห้องทำงาน
เดี๋ยวผมกลับเลยแล้วกันนะ ยูชุนบอกกับเลขาคนสวยก่อนหยิบเสื้อสูทที่พาดไว้ที่เก้าอี้ตัวสวยขึ้นมา
ค่ะ ท่านประธานคะ อย่าลืมทานยานะคะ เลขาคนสวยบอกอย่างเป็นห่วง ตอนที่ยูชุนกลับมาที่บริษัทตัวเปียกไปหมด เหมือนไปตกถังน้ำที่ไหนมา...ไหนจะหน้าตาที่โทรมซะจนน่าตกใจ ยูชุนไม่พูดอะไรมาก เดินมาแล้วก็เปลี่ยนเสื้อเลย ทุกคนได้แต่มองงงๆ...แต่ยูชุนก็ทำงานได้สมบูรณ์แบบเหมือนทุกครั้ง
ขอบคุณมาก คุณเองก็กลับบ้านดีๆนะ ยูชุนบอกยิ้มๆ ก่อนเดินออกไป

กลับบ้านเลยนะครับ? ลีคนขับรถถามยูชุนที่เดินขึ้นมาพอดี
อืม... ยูชุนพยักหน้าก่อนหลับตาลงช้าๆ...อยากพักซักหน่อย...
เมื่อกลางวัน... ลีถามยูชุนที่นั่งหลับตาอยู่
ขอโทษทีนะ ที่ไม่ได้บอกก่อน...เอารถออกไปเลยคงตกใจสินะ ยูชุนถามยิ้มๆ
นิดหน่อยครับ ไปไหนมาเหรอครับ? ลีถาม
อืม...ไปหาแจจุงมาน่ะ ยูชุนตอบอย่างไม่ปิดบัง...คนขับรถคนนี้เป็นเหมือนเพื่อนของเค้ามาตลอดหลายปีที่ผ่านมา มีอะไรก็คุยกับลีนี่ล่ะ
เหรอครับ? แล้วดอกไม้นั่น... ลีมองไปยังกุหลาบช่อสวยที่วางอยู่ๆข้างยูชุน
ของจุนซูน่ะ ไม่ได้ให้ดอกไม้จุนซูนานแล้ว ยูชุนตอบก่อนมองไปที่ดอกกุหลาบสีแดงที่แข่งกันเบ่งบานในช่อสีขาวสวยงามนั้น
คุณคิมคงดีใจ ลีบอกยิ้มๆ ก่อนขับรถต่อไปตามถนนที่มีรถติด กลิ่นหอมๆของกุหลาบทำให้ไม่อารมณ์เสียนัก...
ไม่นานเท่าไร รถสีดำคันสวยก็จอด ก่อนที่ลีจะลงจากรถมาเปิดประตูให้กับยูชุนที่หลับอยู่
คุณปาร์คครับ ลีเรียกยูชุนที่นั่งหลับอยู่ ให้ตื่นขึ้นมา ยูชุนลืมตาขึ้นช้าๆ ก่อนสะบัดหัวไล่ความง่วง แล้วเอื้อมมือไปหยิบกุหลาบช่อใหญ่มาไว้ในมือ ก่อนลงจากรถ
จุนซูล่ะ? ยูชุนถามแม่บ้านที่ยืนอยู่
คุณจุนซูอยู่ในสวนค่ะ เธอบอกยิ้มๆ ก่อนรับสูทมาจากยูชุน ยูชุนยิ้มเล็กน้อย ก่อนเดินไปทางสวน เสียงหวานๆกำลังฮัมเพลงอยู่ นั่นเป็นสิ่งที่บอกว่าคนตัวเล็กอยู่ในสวนนี้ จุนซูมักจะฮัมเพลงเบาๆ เสียงหวานๆนั้นทำให้ยูชุนรู้สึกสงบ ยูชุนเดินไปข้างหลังอย่างเบาๆ ก่อนแตะที่ไหล่นั่น คนตัวเล็กสะดุ้งสุดตัวด้วยความตกใจ
ยู... พูดไม่ทันจบก็มีแต่รอยยิ้มบนใบหน้านั้น เมื่อกุหลาบช่อใหญ่อยู่ตรงหน้า
ชอบมั้ย? ยูชุนถามยิ้มๆ เมื่อเห็นจุนซูเอาแต่ยิ้ม
ชอบสิ จุนซูบอกเสียงเบา ก่อนดมกุหลาบในช่อนั้น..หอมจังเลย
ขอบคุณนะ จุนซูบอก ยูชุนยิ้มก่อนจิ้มที่แก้มของตัวเอง
อะไร? จุนซูถามทั้งๆที่รู้ว่าอีกฝ่ายหมายความว่าไง
นี่ๆๆๆ ยูชุนชี้ที่แก้ม จุนซูได้แต่ยิ้มเขินๆ ก่อนจะยื่นหน้าไปใกล้ๆ เพื่อหอมแก้มนั้น แต่มีเหรอจะทันยูชุน ยูชุนหันหน้ามาทันที ทำให้ริมฝีปากทั้งสองสัมผัสกัน
ยูชุน จุนซูตีคนรักเขินๆ ใบหน้านั้นแดงจัด ยูชุนกอดจุนซูไว้ คนตัวเล็กดิ้นเล็กน้อย ก่อนจะหยุดนิ่งไปเมื่อยูชุนซบหน้าลงกับไหล่นั้นราวกับจะขอที่พึ่งพิง...
เหนื่อยเหรอวันนี้? จุนซูถามเบาๆ ยูชุนพยักหน้าน้อยๆ
อืม...เหนื่อยมาก... ยูชุนพึมพำก่อนหอมแก้มคนรัก...รู้สึกดีขึ้นมานิดหน่อย...นิดหน่อยเท่านั้น...เหนื่อยเหลือเกิน...ทั้งกายและใจ...ไม่รู้ว่าคิดถูกมั้ยที่ไปที่นั่น...รู้สึกผิด...ผิดกับคนตรงหน้า...จุนซู ขอโทษ
กินผัดผักมั้ย นี่ไงๆ ฉันทำแล้ว น่ากินด้วย จุนซูลากแขนยูชุนเข้าไปที่ครัว ยูชุนมองกับข้าวหน้าตาน่ากินบนโต๊ะ
ฉันทำทั้งวันเลยนะ จุนซูบอก ยูชุนพยักหน้าก่อนมองไปที่ถังขยะที่มีแต่เศษผักเกรียมๆ
นั่งสิๆ จุนซูบอกให้ยูชุนนั่งลงที่เก้าอี้ ก่อนที่ตัวเองจะนั่งลงที่ฝั่งตรงข้าม แล้ววางดอกกุหลาบที่พึ่งได้ไว้บนโต๊ะด้วย
กินเลยสิ จุนซูทำสีหน้ามั่นใจสุดชีวิต ยูชุนยิ้มรับก่อนคีบผักขึ้นมาชิม
เป็นไงบ้าง? จุนซูถามอย่างตื่นเต้น ยูชุนทำหน้าครุ่นคิด
ไม่อร่อย.... ยูชุนพูดขึ้น จุนซูทำสีหน้าเศร้าลงอย่างเห็นได้ชัด
ไม่อร่อย แต่ว่าอร่อยมาก ยูชุนบอกเสียงกวนก่อนหัวเราะออกมา จุนซูยิ้มกว้างอย่างดีใจ ไม่เสียแรงที่นั่งฝึกทำทั้งวัน
นี่...จุนซู ยูชุนเรียกจุนซูที่กำลังนั่งมองดอกกุหลาบที่เค้าซื้อให้ จุนซูละสายตาจากดอกไม้ช่อใหญ่แล้วทำสีหน้าสงสัย
ทำอาหารให้ฉันกินอีกได้มั้ย? ยูชุนถาม จุนซูพยักหน้างงๆ
ตลอดไป ยูชุนพูดต่ออีก...ก่อนจ้องไปที่คนตัวเล็กที่ตอนนี้หลบตาไปแล้ว ใบหน้านั้นขึ้นสีอีกครั้ง
อื้ม จุนซูพยักหน้ายิ้มๆ

นี่แค่นี้ก็พอแล้วล่ะ...ยูชุน...
โกหกฉันก็ได้ ยูชุน....ไม่ต้องรักฉันก็ได้....
ขอแค่ให้ฉันรักนาย....ก็พอแล้ว...

ฝนหยุดตกแล้วล่ะ... แจจุงมองออกไปนอกหน้าต่าง ตอนนี้ข้างนอกนั้นสดใสเสียจนไม่อยากเชื่อว่าเมื่อกี้ฝนตก
ไปดูหนังกันดีกว่านะ ยุนโฮชวน แจจุงพยักหน้าน้อยๆ
งั้นฉันอาบน้ำก่อนแล้วกันนะ เหนียวตัว แจจุงบอกก่อนเดินหยิบเสื้อคลุมแล้วเข้าห้องน้ำไป
ไม่นานนักแจจุงก็เดินออกมา ยุนโฮจะเดินเข้าห้องน้ำแต่ก็ไม่วายแอบขโมยความหอมที่แก้มใสนั้นอีกครั้ง
ไปอาบน้ำเลยไป แจจุงแหวใส่ก่อนเดินไปแต่งตัว ก่อนเหลือบไปเห็นอะไรที่เตียง...เสื้อกันหนาวสีขาวตัวเก่า พร้อมโน๊ตใบเล็กๆ [ไปเดทกันนะ] แจจุงอ่านข้อความนั้นยิ้มๆ เสื้อกันหนาวที่เค้าใส่วันที่ไปเดทกับยุนโฮครั้งแรก แจจุงหยิบมันมาดูใกล้ๆ...ก่อนยิ้มออกมา
ฮะ..ดูทำเข้า แจจุงพึมพำเมื่อเห็นว่ายุนโฮพยายามเอาเสื้อตัวที่ตัวเองใส่ตอนเดทมาไว้ตรงกลางตู้เสื้อผ้าเพื่อให้แจจุงเห็นง่ายๆ...เจ้าเล่ห์นักนะ หมีขาว...แจจุงแอบยิ้มอย่างมีแผน
อาบน้ำเนี่ยชื่นใจจังน้า ยุนโฮเดินออกมาจากห้องน้ำพร้อมกับฮัมเพลงเบาๆ พลางแอบมองแจจุงที่นั่งอ่านหนังสืออยู่ยิ้มๆ แจจุงใส่เสื้อสีขาวที่เค้าวางไว้ให้จริงๆด้วย...
แจจุง เลือกเสื้อให้หน่อยสิ ยุนโฮแกล้งทำสีหน้าอ้อนๆ แจจุงพยักหน้าก่อนลุกขึ้นแล้วเดินไปหยิบเสื้อในตู้มาอย่างไม่สนใจมากนัก
ไม่เอาอ่ะ ฉันไม่อยากใส่สีนี้นี่นา ยุนโฮบอกเมื่อมองเสื้อในมือ...
ตัวไหนล่ะ? แจจุงถามสีหน้าสงสัย
ก็ตัวที่ฉันใส่ตอนเดทกับแจจุงไง ยุนโฮบอกยิ้มๆ แจจุงพยักหน้าก่อนเดินไปหาในตู้ให้
ไม่เห็นมีเลย แจจุงบ่น
ลองหาดูสิแจจุง สีอะไรน้า จำไม่ได้ด้วยสิ ยุนโฮแกล้งทำหน้านึก...แขวนอยู่ตรงหน้า ยังไม่เห็นอีกเหรอ แจจุง...
สีอะไรล่ะ? ฉันจำไม่ได้นี่นา แจจุงพูด พร้อมแอบมองหน้ายุนโฮที่หงิกอย่างทันตาเห็น ก่อนพยายามซ่อนรอยยิ้มไว้
สีเหลือง..ใช่ สีเหลืองไงแจจุง ยุนโฮบอกอีกครั้ง...นี่ฉันใบ้ให้แล้วนะ แจจุง...ถ้านายยังจำไม่ได้อีกนะ...
เหลืองไหนล่ะ มีตั้งเยอะแหนะ แจจุงบ่นอีก
ก็ตัวนี้ไงเล่า ที่มันแขวนอยู่หน้านายนี่ไง! ยุนโฮเดินมาอย่างอารมณ์เสีย ก่อนหยิบเสื้อสีเหลืองที่แขวนอยู่แล้วยกให้แจจุงดู ริมฝีปากนั้นเม้มเข้าแสดงให้เห็นว่าไม่พอใจ...งอน..
อ้าว ตัวนี้หรอกเหรอ? แจจุงแกล้งทำหน้าสงสัย ยุนโฮพยักหน้าก่อนเอาเสื้อเดินเข้าห้องน้ำไปเลย...แจจุงได้แต่มองตามขำๆ...
แจจุงอ่ะ ใจร้ายที่สุดเลย ยุนโฮบ่นพึมพำอยู่คนเดียว เค้างี้อุตส่าห์ทั้งใบ้สี บอกทุกอย่างยังจำไม่ได้อีก มีแต่เค้าสินะที่จำได้ ยุนโฮดึงเสื้อออกจากไม้แขวนแรงๆ แผ่นกระดาษใบเล็กๆตกลงมา ยุนโฮเก็บขึ้นมาดู
[ไปเดทกันนะ หมีขาว] ลายมือน่ารักๆของแจจุง กับรูปวาดหมีขาวหน้าตาน่ารักทำให้ยุนโฮยิ้มออกมา...ร่างสูงรีบแต่งตัวก่อนรีบออกจากห้องน้ำไป เห็นแจจุงกำลังหาอะไรอยู่
แจจุง..หาอะไรอยู่เหรอ? ยุนโฮถามแจจุงที่กำลังค้นหาอะไรในลิ้นชักของตู้เสื้อผ้า
ผ้าพันคอน่ะสิ แจจุงบอกก่อนเปิดอีกชั้นดู
ผ้าพันคอ? ยุนโฮทวนคำ
ก็ผ้าพันคอสีขาวไง แจจุงบอก...ผ้าพันคอสีขาวที่ยุนโฮให้เค้าเป็นของขวัญวันคริสมาสต์
เอ่อ...เอาผืนนี้ดีกว่ามั้ย? ยุนโฮรีบเอื้อมมือไปหยิบผ้าพันคอสีฟ้าขึ้นมา แจจุงส่ายหน้า...
ก็ฉันอยากใช้อันนั้นนี่นา แจจุงบอกก่อนพยายามหา...ยุนโฮได้แต่มองอย่างเจ็บปวด...ผ้าพันคอนั่น...ผ้าพันคอที่แจจุงใส่ตอนที่โดนรถชน...ตอนนี้มันนอนอยู่ในกล่องที่เค้าซ่อนไว้ใต้เตียง...ผ้าพันคอสีขาวที่ถูกย้อมไปด้วยเลือดของคนรักของเค้า...
ไปไหนนะ? แจจุงพึมพำอย่างหัวเสียก่อนถอนใจออกมา
ไปเถอะ เดี๋ยวดูหนังไม่ทัน แจจุงบอกก่อนหยิบผ้าพันคอสีฟ้าที่ยุนโฮหยิบให้เมื่อกี้มาพันไว้
ยุนโฮ! แจจุงสะกิดยุนโฮที่ยืนนิ่งอยู่ให้ตื่นจากภวังค์
อืม ไปกันเถอะ ยุนโฮพยักหน้าก่อนเดินตามแจจุงออกจากห้องไป

พี่คะ พี่คะ แรงดึงเบาๆที่ปลายเสื้อกันหนาว ทำให้แจจุงหันกลับไป เด็กหญิงตัวเล็กยืนอยู่
หืม มีอะไรเหรอ? แจจุงถามเด็กหญิงคนนั้น...หน้าตาน่ารักจัง
น้าช่วยหยิบ นั่นให้หน่อยสิค่ะ มือเล็กๆชี้ไปบนชั้น แจจุงมองตามไป...ก่อนลุกขึ้นแล้วหยิบถุงลูกอมขึ้นมา
นี่เหรอ? แจจุงถาม เด็กหญิงตัวเล็กพยักหน้า แจจุงส่งให้
ขอบคุณค่ะ เด็กตัวเล็กบอกก่อนรับมาแล้ววิ่งไปอีกทาง แจจุงมองตามยิ้มๆ
ใจดีจังนะ แฟนใครเนี่ย? เสียงที่คุ้นเคยดังอยู่ข้างๆหู แจจุงหันไปมอง...ยุนโฮยืนยิ้มอยู่
ไม่ใช่แฟนนายหรอกมั้ง? แจจุงบอกสีหน้ากวนๆ
คงงั้น ยุนโฮเองก็กวนตอบ แจจุงเดินหนีไปเลือกขนมอีกทาง...ยุนโฮมองตามไปงงๆ...นี่งอนอีกแล้วเหรอเนี่ย
คนบ้า แจจุงเดินบ่นมาก่อนที่จะชนเข้ากับใครบางคน
ขอโทษครับ แจจุงรีบบอกอีกฝ่าย ก่อนช่วยอีกคนเก็บของ
ไม่เป็นไรครับ ชายตรงหน้าบอกก่อนรับของมา แจจุงยิ้มให้เล็กน้อย ก่อนจะเดินไปเพื่อเอาของไปจ่ายเงิน
เดี๋ยวครับ ชายคนเมื่อกี้ดึงแขนแจจุงไว้
ครับ? แจจุงมองงงๆ มือของอีกฝ่ายยังคงจับที่ข้อมือของเค้า แจจุงค่อยๆดึงออกมา
กี่โมงแล้วเหรอครับ? ชายคนนั้นถามยิ้มๆ...
ก็จะ 4โมงเย็นแล้วครับ แจจุงตอบหลังจากก้มมองนาฬิกา
ดูเรื่องอะไรเหรอครับ? ชายคนนั้นถามแจจุง
อ่อ The classicครับ แจจุงบอกยิ้มๆ ก่อนจะเดินไปที่คิดเงิน ชายคนนั้นก็เดินตามมา
นี่มาคนเดียวเหรอครับ? ชายคนนั้นยังคงรุกต่อ
มากับแฟน เสียงที่ตอบกลับไม่ใช่เสียงของแจจุง แต่เป็นของร่างสูงที่ยืนอยู่ข้างๆ ชายคนนั้นมองร่างสูงก่อนรีบเดินออกไป
จะไปดูหนังได้ยัง? ร่างสูงถามเสียงห้วน
อืม แจจุงตอบพึมพำ รู้สึกได้ถึงความไม่พอใจในน้ำเสียงนั้น ก่อนเดินตามยุนโฮไปอย่างเงียบๆ

ยุนโฮ.... แจจุงเรียกคนข้างๆเบาๆ ยุนโฮไม่ยอมพูดกับเค้าสักคำ โกรธเหรอเนี่ย...
ฉันไม่ได้ผิดซะหน่อย แจจุงพึมพำอย่างน้อยใจ ก่อนหันไปดูหนังต่อ...ดูไม่รู้เรื่องเลย...ทำไมต้องมาโกรธกันด้วยนะ เรื่องแค่นี้เอง....ยุนโฮทำเหมือนเค้าเป็นคนเข้าไปคุยกับผู้ชายคนนั้นเองงั้นล่ะ...แจจุงถอนใจเบาๆ
..... ยุนโฮมองคนรักที่นั่งดูหนังอยู่ข้างๆ....เค้าไม่ได้โกรธแจจุง...แค่กำลังโมโหไอ้ผู้ชายคนนั้นเฉยๆ ยุนโฮค่อยๆเอื้อมมือไปแตะที่มือของคนรักเบาๆ...
ฉันขอโทษ แจจุง... ยุนโฮบอกเสียงเบา แจจุงกระชับมือนั้นตอบเบาๆ...ไม่มีใครพูดอะไรออกมาอีกเลย
ทั้งสองคนนั่งดูหนังอย่างมีความสุข....สามวันที่เหมือนกับความฝัน...มีความสุขเสียจนแทบจะสำลัก...
ฉันก็รักนาย ยุนโฮกระซิบข้างๆหูแจจุงเบาๆ เมื่อพระเอกบอกรักนางเอกในหนัง...แจจุงได้แต่หัวเราะเบาๆด้วยความเขินก่อนพยักหน้าน้อยๆ แทนคำตอบ...ไม่ต้องพูดก็ได้ยินใช่มั้ย? ว่าฉันก็รักนายเหมือนกัน...

วันนี้ตอนฉันโทรไปหา...ยูชุนอยู่ที่ไหนเหรอ? จุนซูถามอย่างไม่ได้คิดอะไร ตอนแรกเค้าโทรไปที่บริษัทแต่ยูชุนไม่อยู่เลยต้องโทรเข้ามือถือ
วันนี้ ฉันไปเยี่ยมแจจุงมา ยูชุนพูดแต่ละคำช้าๆ เค้าไม่อยากโกหกจุนซู...ถ้อยคำเหล่านั้นกรีดลึกลงไปในใจของคนตัวเล็ก...
อืม จุนซูตอบสั้นๆ...เค้าต้องพยายามกระพริบตาถี่ๆเพื่อห้ามน้ำตาที่กำลังจะไหลลงมา...อาหารชักไม่อร่อยแล้วสิ
จุนซู ยูชุนเรียกจุนซูที่นั่งเขี่ยข้าวอยู่ตรงหน้า...คนตัวเล็กที่น่าสงสารกำลังเจ็บปวดอีกแล้ว...
ยูชุน...ฉันรักยูชุนนะ จุนซูบอกเสียงสั่น...
นี่ จุนซู...ขอโทษนะ ยูชุนบอกเสียงเบาก่อนวางช้อนลง จุนซูนิ่งไปนายขอโทษฉันอีกแล้วนะยูชุน...ไม่ต้องก็ได้...อย่าขอโทษฉันอีกเลย....อย่าทำให้ฉันเจ็บไปมากกว่านี้
ฉันรักนายนะ ยูชุน จุนซูยังคงพูดคำเดิมอีก ตอบสิว่านายรักฉัน...โกหกก็ได้...บอกว่านายก็รักฉันเหมือนกัน...
อืม.. ยูชุนไม่พูดคำว่ารักตอบกลับมา....
ยูชุน... จุนซูพึมพำออกมาก่อนที่น้ำตามากมายจะไหลลงมา
จุนซู...อย่าร้องไห้เลยนะ ฉันขอโทษ จุนซู ยูชุนขอโทษจุนซูอีกครั้ง ราวกับจะทำให้ร่างเล็กตรงหน้าเจ็บเสียจนแทบตาย จุนซูลุกขึ้นจากเก้าอี้
ฉันอิ่มแล้ว จุนซูบอกทั้งน้ำตาก่อนเดินออกไป โดยไม่ลืมที่จะหยิบกุหลาบที่ยูชุนซื้อให้ไปด้วย...ดอกกุหลาบที่ทำให้เค้าดีใจ ดอกกุหลาบที่ไร้หนาม แต่ตอนนี้ราวกับมันมีหนามนับร้อยๆทิ่มแทงเค้าจนต้องร้องไห้ออกมา...
....... ยูชุนได้แต่มองตามแต่ก็ไม่ตามไป เค้าซบหน้าลงกับมือของตัวเองก่อนถอนใจออกมาแรงๆ...เค้ามองผัดผักในจานที่จุนซูตั้งใจทำให้เค้า...นี่เค้าทำให้จุนซูเจ็บปวดอีกแล้วสินะ...ขอโทษ จุนซู
เก็บจานเลยนะ ยูชุนบอกแม่บ้านที่เดินเข้ามาพอดี ก่อนจะลุกขึ้นจากเก้าอี้ แล้วเดินออกจากห้องไป...ไปตามหาคนรักที่เดินหนีออกไป...
โครม!! เสียงเก้าอี้ล้มลงไปพร้อมๆกับยูชุนที่ล้มลงไปนอนอยู่ที่พื้น
คุณปาร์ค!! คุณปาร์ค! ใครอยู่ข้างนอกน่ะ มาช่วยกันหน่อยเร็ว หญิงสาวที่กำลังจะเก็บจานรีบวิ่งไปดูเจ้านายของเธอ คนงานในบ้านรีบวิ่งมาดูไม่ว่าใครจะเรียกเท่าไร ยูชุนก็ไม่รู้สึกตัว...

นี่...จุนซู
บางครั้งฉันก็นึกโทษตัวเองเสมอ...
ฉันไม่เคยอยากให้นายเจ็บปวด...แม้แต่นิดเดียว
ไม่เคยเลย...ฉันขอโทษ จุนซู

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

ชอบมากเลยค่ะ วีดีทัศน์เฉลิมพระเกียรติอันนี้
ดูทีไรก็ซาบซึ้งทุกที นับถือคนทำจริง ๆ

พระองค์ืทรงครองใจประชาชนทุกคนตลอดไป

#1 By ☆★__KIM NAMIN™ on 2006-06-11 18:41

ชอบมากๆๆๆ
ดูแล้วซึ้งมากๆ ขอบใจมากมายที่เอามาลงเน้อ
อยากดูตั้งนานแล้ว น้องชายเล่าให้ฟัง

อยากดูMV เพลง ของขวัญจากก้อนดินอ่า (เหอๆ)

Long Live the King !
"เรารักในหลวง"

#2 By M!zAk! on 2006-06-11 20:32

โฮกกกกกกกก

กรี๊ดกร๊าดดดดดดด จะบอกว่า เราอ่านฟิคสองเรื่องนี้ในบอดฟิคดงบังค่ะ

สนุกมากเลยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย
XDDDDDDDDDDDDDDDDDDDD

ต่อไวๆเถอะคร่า ได้โปรดดดดดดด

*โดดดร๊วบเจ้าของบล็อค*

#3 By say!그린 on 2006-06-11 20:33

อ่ะเฮ้ยยย ยูสุ ยูสุ ตายไปเลย เหอะๆๆๆๆ

#4 By ♪ ♪ ★parnz★ ♪ ♪ on 2006-06-11 20:45

รักในหลวง -- รักพระองค์มากจริงๆ..
ฟิคกำลังสนุกเลยๆ ..
แต่การบ้านก็กำลังโหมเข้าใส่อย่างจัง
ว่างๆ จะมาอ่านนะจ๊ะ..
บั๊บบาย

ดูไปหลายรอบ ชอบจังค่ะ

รู้สึกซาบซึ้งทุก ๆ ครั้งเลยอ่ะค่ะ

#6 By *.:✿~ Nu~Ning ~✿:.* on 2006-06-12 22:24

อ๊ากกกกกกก

ในที่สุดๆ

ไม่อยากให้จบเศร้าง่า

#7 By N[i]ne (203.151.140.112 /203.113.51.132) on 2006-06-19 21:57

โอ้วดูแล้วบ่อน้ำตาจะแตก55+ ซึ้งจริงๆ

รักในหลวงๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆที่สุดเลย

********
กรี๊ดดดดดดดดในที่สุดก็เอาฟิกมาลง
สงสารยุนยุนจังเลยT T

#8 By Fern*Zi3 (61.19.144.102 /192.168.4.47) on 2006-06-23 12:24