ข้อดีของการเป็นคนโสด (สนิท) และ [FanFiction] Mouichido Kimini Aitai - Part 7
posted on 26 Jun 2006 21:39 by izzei in FanFiction1.มีเวลาทำอย่างอื่นนอกจากดูหนัง คุยโทรศัพท์ งอน ง้อ
2.มีเวลาอยู่กับเพื่อนมากขึ้น
3.กลับบ้านดึกก็ได้ไม่ต้องโทรรายงานใคร
4.ไม่ต้องทะเลาะกับใคร ไม่สุขมากแต่ก็ไม่ทุกข์แล้วกัน
5.ประหยัดค่าใช้จ่าย แบบว่าไม่รู้จะไปเที่ยวไหน ไม่ต้องคอยซื้อของขวัญอะไรให้ใคร
6.ร้องเพลงคนไม่มีแฟนของพี่เบิร์ดได้อย่างสะใจ มันส์ในอามรมณ์อย่างสุดๆ
7.ไม่ต้องคอยเอาใจคนอื่น
8.ไม่ต้องพบเพื่อนของแฟนที่เราไม่อยากรู้จัก
9.ไม่ต้องกลัวว่าจะมีใครมาแย่งแฟนเรา
10.มีคนคอยเป็นห่วงเยอะ (และคอยถามว่าทำไมไม่มีแฟน)
11.ไม่ต้องคอยหึงหวง ทำให้สุขภาพจิตดีขึ้นอีกเยอะ
12.ไม่ต้องห่วงว่าเค้าจะสบายดีรึเปล่า
13.มีเวลาให้ตัวเองเต็มที่
14.ไม่ต้องฟังคำว่า "อนาคตของเราและรักแท้"
15.ไม่ต้องอกหัก อันนี้สำคัญมาก
16.ไม่ต้องกังวลว่าวันนี้จะใส่ชุดอะไรดีถึงจะถูกใจเขา
17.ไปหาเพื่อนน่ะแต่งตัวแบบไหนก้อได้
18.ไม่ต้องคอยเช็ค sms เผื่อว่าเขาส่งมาแล้วยังไม่ได้ส่งกลับ (เฮ้อออ....เปลืองอ่ะ)
19.อยากหิ้ว อยากจิก ใครก็ได้ไม่มีคนคอยตามประกบ
20.พ่อแม่จะรักเป็นพิเศษเพราะอยู่ติดบ้าน
21.ไม่ต้องเปลี่ยนตัวเอง เพื่อเอาใจเขา
22.ไม่ต้องรอคำสัญญาที่มันไม่เป็นความจริง
23.ไม่ต้องคิดมาก
24.มีทางเลือกให้กับชีวิตเพิ่มขึ้น
25...........ไม่ต้องร้องไห้............
26.ได้ทำตามใจตัวเองอย่างเป็นสุขไม่ต้องกังวลถึงเขา
27.คิดถึงคนหลายๆ คนพร้อมกันได้
28.คิดถึงตัวเองมากขึ้น
29.ชินกับการอยู่บ้าน เพราะไม่มีแฟนชวนเที่ยว
30.เล่นเน็ตได้นานสะใจ จะคุยกับใครก็ได้ม่ายมีใครหวง
31.มีเวลาดูละครน้ำเน่าช่อง 7 ช่อง3 ช่อง 5 และ ITVมากขึ้น
32.เข้าถึงพระธรรมได้ง่ายขึ้น (แต่ไม่ยักกะทำ)
33.ไม่ต้องคอยโทรศัพท์
34.ไม่ต้องเปลืองค่าโทรศัพท์โทรหา
35.จะเหล่ใครก็ไม่มีใครว่าเพราะยังไม่มีใครถูกใจ
36.ไม่ต้องคอยระแวงว่าคนที่เดินข้างๆ จะเป็นใคร
37.จะทำอะไรก็ได้
38.ไม่โดนเพื่อนด่าว่า "ลืมเพื่อน"
39.คิดถึงใครก็ได้ที่อยากจะคิด
40.ไม่ต้องโบ๊ะหน้าสวย, หล่อทั้งวัน
41.ไม่ต้องปกปิดด้านชั่วของตัวเอง
42.ไม่ต้องดัดเสียงให้ไพเราะและฟังดูน่ารัก
43.จะทำอะไรไม่ต้องเกรงใจแฟน
44.ใครจะจีบก็จีบไปเพราะเรา "ไม่มีแฟน"
45.ร่างกายแข็งแรงเพราะเอาเวลาไปเล่นกีฬา ออกกำลังกาย
46.สามารถคุยกับสาวๆ ที่สนใจได้โดยไม่รู้สึกผิดเพราะไม่มีแฟน
47.ไม่ต้องร้องเพลงอกหัก
48.ประหยัดนํ้าตาไว้ร้องไห้เรื่องอื่น
49.ไม่ต้องคอยไปรับไปส่งใคร
50.ไม่ต้องเสียเวลาเขียนไดอะรี่ตอนอกหักหรือตอนถูกทิ้ง
เห็นอยู่ตามฟอร์เวิร์ดอีเมล์ อ่านแล้วโดนนิดๆ เพราะเป็นคนโสดไง เลยเห็นด้วยกับหลายๆ ข้อในนี้โดยส่วนตัวผมคิดว่า คนที่คิดข้อดีพวกนี้ อาจจะคิดมาเพื่อปลอบใจตัวเองก็เป็นได้ เป็นการคาดเดาน่ะครับ
คิดๆ ไปการมีพาดาวัน รู้สึกจะคิดหนักและลำบากมากกว่ามีแฟนอีกนะ งงล่ะสิว่า "พาดาวัน" คืออะไร ถ้าคนที่เคยดูสตาร์ วอร์ส ก็จะทราบว่าพาดาวันคืออะไร อธิบายสั้นๆ ได้ว่า "พาดาวันคือ คนที่เราต้องดูแลให้ดีที่สุดเพียงหนึ่งเดียว" ผมกับพาดาวันอายุห่างกัน 4 ปี แน่นอนว่า วุฒิภาวะอาจจะแตกต่างกันมาก แต่มันก็ทำให้ศรัทธาและความเชื่อมั่นของพาดาวันที่มีต่อผมก้น่าจะมากขึ้นตาม ดังนั้นในทุกย่างก้าว เราต้องทำตัวเป็นตัวอย่างที่ดี
แต่ถึงอย่างไรก็ตาม พาดาวันจะดีหรือไม่ ก็สุดแล้วแต่ตัวเค้าเองเหมือนเดิม ถึงแม้ว่าพาดาวันจะทำตัวให้เป็นห่วงอยู่บ่อยครั้ง ทำให้ไม่พอใจ แต่ก็แสดงออกมามากไม่ได้ กลัวว่าเค้าจะไม่สบายใจ หรือไม่ก็ ตัวผมนี่แหละคิดมากไปเอง
อาจารย์เจไดไม่สามารถรับประกันอนาคตของพาดาวันได้ แต่อาจารย์เจไดรับประกันได้ว่าพาดาวันคือหนึ่งเดียวในทุกช่วงเวลามากกว่าอนาคต

Part 7
"แจจุง...เช้าแล้วนะ" ยุนโฮสะกิดร่างบางที่นอนหลับอยู่บนเตียงนุ่ม ใบหน้าหวานสวยนั้นมีรอยยิ้มบางๆ...ฝันดีสินะ...นิ้วมือเรียวนั้นไล้ไปตามแก้มใส ก่อนเกลี่ยนผมที่ปรกหน้าแจจุงออกเบาๆ...
"อืม" แจจุงครางออกมา ก่อนพลิกตัวนอนต่อ ยุนโฮมองยิ้มๆ ก่อนลุกเข้าห้องน้ำไป
ไม่นานนักยุนโฮก็ออกมาจากห้องน้ำ
"อ้าว ตื่นแล้วเหรอ?" ยุนโฮถามคนรักยิ้มๆ
"ไปทำงานเหรอวันนี้?" แจจุงที่นั่งอยู่บนเตียงถามร่างสูงที่ยืนแต่งตัวอยู่
"อืม" ยุนโฮตอบ แจจุงลุกขึ้นจากเตียงไปหยิบเนคไท แล้วมาผูกให้ยุนโฮ
"เสร็จแล้ว" แจจุงตบที่เนคไทเบาๆ ก่อนเดินไปที่ครัว
"เอากาแฟมั้ย?" แจจุงหันมาถามยุนโฮ ที่กำลังหาเอกสารอยู่ ยุนโฮพยักหน้าเล็กน้อย
"วันนี้ว่าจะเอางานไปส่งซะหน่อย ไม่ได้เข้าบริษัทนานแล้ว" แจจุงบอกก่อนวางแก้วกาแฟลงบนโต๊ะกินข้าว
"ไม่ได้..." ยุนโฮเผลอหลุดออกมา แจจุงมองหน้ายุนโฮงงๆ
"อ่อ ชางมินบอกว่าตอนนี้ที่บริษัทเค้าปรับปรุงพื้นที่ภายในอยู่ นายยังไปทำงานไม่ได้หรอก แต่ว่าเดี๋ยวเที่ยงๆชางมินจะเอางานมาให้ทำ" ยุนโฮบอกเรื่องโกหกที่คิดได้เมื่อกี้กับแจจุง ก่อนหันไปหาเอกสารต่อ...ไม่กล้าสบตาอีกฝ่ายตรงๆ
"งั้นเหรอ? ก็ดี กำลังขี้เกียจเลย" แจจุงบอกยิ้มๆ ก่อนเดินไปหายุนโฮใกล้ๆ
"หาอะไรอยู่เหรอ?" แจจุงถาม
"เอกสารเกี่ยวกับพนักงานน่ะ" ยุนโฮตอบ ก่อนพยายามหาต่อ เมื่อวานก่อนจำได้ว่าอยู่แถวนี้นี่นา
"นี่ใช่มั้ย?" แจจุงถามก่อนยกกระดาษปึกนึงให้ยุนโฮดู
"ใช่ๆ" ยุนโฮรับมา
"สมควรแล้วล่ะ ที่นายหาไม่เจอ ก็ดูโต๊ะนายสิมันรกขนาดนี้" แจจุงบ่น เมื่อเห็นว่าจริงๆแล้วโต๊ะของยุนโฮรกมาก กระดาษเต็มไปหมด
"เอาน่า ก็ฉันยุ่งๆนี่นา" ยุนโฮบอกปัดๆไป ก่อนเดินไปดื่มกาแฟที่แจจุงวางไว้บนโต๊ะ
"ฉันไปนะ..แจจุง" ยุนโฮบอก แจจุงเดินไปหยิบเสื้อสูทก่อนส่งให้ยุนโฮที่หน้าประตู
"ลืมอะไรรึเปล่า?" แจจุงถาม ยุนโฮที่กำลังผูกเชือกรองเท้าอยู่ก้มดูในกระเป๋า..
"ไม่มีนี่" ยุนโฮบอกหลังจากเช็คอย่างแน่ใจแล้ว พอเงยหน้าขึ้นมาก็เห็นสีหน้าของแจจุง
"อ่อ..." ยุนโฮลุกขึ้นก่อนหอมแก้มคนรักเบาๆ...
"ไปนะ" ยุนโฮบอกก่อนจะเดินออกจากห้องไป แจจุงมองตามยิ้มๆ ก่อนจะเดินหันหลังไปก็ได้ยินเสียงประตูเปิดออกอีก แจจุงหันกลับไป
"ลืมอะไรเหรอ?" แจจุงเดินมาถามยุนโฮที่เปิดประตูเข้ามา
"ฉันรักนายนะ แจจุง" ยุนโฮพูดยิ้มๆ...อยากบอกก่อนไปทำงาน...
"ฉันก็เหมือนกัน" แจจุงบอกยิ้มๆ ก่อนหอมแก้มคนตรงหน้าเบาๆ
"รีบกลับนะ วันนี้" แจุงบอก ยุนโฮพยักหน้าก่อนจะออกจากห้องไปอีกครั้ง
พึ่งรู้ว่าตอนเช้ามันมีความสุขขนาดนี้
ไม่ต้องตื่นขึ้นมาแล้วมีแค่ตัวเองคนเดียวอยู่ในห้องนี้
ไม่ต้องร้องไห้ในห้องน้ำทุกเช้าเพราะคิดถึงใครบางคนที่จากไป...
เพราะใครคนนั้นกลับมาแล้ว...หัวใจของเค้ากลับมาแล้ว...

"อรุณสวัสดิ์ ดองแฮ" ยุนโฮทักดองแฮที่นั่งทำงานอยู่
"อรุณสวัสดิ์ครับ" ดองแฮยิ้มตอบ
วันนี้อากาศดีนะ ยุนโฮบอกยิ้มๆ ดองแฮมองออกไปนอกหน้าต่าง ท้องฟ้าครึ้มเหมือนฝนจะตก...เนี่ยเหรออากาศดี?
เอ่อครับ ดองแฮพยักหน้ายิ้มๆ
เอกสารที่ขอล่ะ เสร็จรึยัง? ยุนโฮถาม ดองแฮพยักหน้าก่อนส่งให้ร่างสูง ยุนโฮรับมาเปิดดูอยู่สักพักก็เก็บใส่แฟ้มที่ตัวเองถือมา
ขอบใจมากนะ เดี๋ยวยังไงอีกชั่วโมงนึงเข้ามารับเอกสารด้วยแล้วกันนะ ยุนโฮบอกก่อนเดินเข้าห้องทำงานไป...ดองแฮมองตามยุนโฮไป...ก่อนนึกถึงเรื่องที่คุยกับชางมินเมื่อสองวันก่อน

"กลับไป...หมายถึงหายไปงั้นเหรอ?" ชางมินถามดองแฮจู่ๆ เค้าก็คิดถึงหนังสองสามเรื่องที่ดูมา...ถ้าฟื้นมาจากความตาย เมื่อถึงเวลาที่กำหนด ก็ต้องกลับไป...ไม่ใช่เหรอ?
"ไม่รู้สิ แต่ว่านะถ้าคนที่ตายไปเป็นแจจุงจริงๆล่ะก็...แจจุงคนที่นายเห็นล่ะ? ดองแฮถามก่อนนั่งลงที่โซฟาตรงข้ามกับชางมิน
"นั่นสิ..." ชางมินพึมพำ...ไม่อยากจะเชื่อว่าแจจุงจะกลับมาได้จริงๆ...แต่ว่าก็เห็นด้วยตาตัวเองมาแล้ว...
"กลับมาเพราะปาฏิหารย์งั้นเหรอ?" ดองแฮถาม ชางมินส่ายหน้า...ไม่รู้ว่าทำไม...แต่แจจุงที่เค้าเห็นคงไม่ใช่ผีแน่ๆ...มองเห็นได้ สัมผัสได้...ยิ้ม...หัวเราะ...พูดคุย...ราวกับกลับมามีชีวิตอีกครั้ง
"เครื่องซักผ้าเสีย ให้ตายเถอะ นี่พวกเราจะต้องแก้ผ้าไปทำงานรึไง" เสียงซีวอนโวยวายมาแต่ไกล
"อ้าว ชางมิน กลับมาแล้วเหรอ?" ซีวอนทักเพื่อนร่วมห้องที่นั่งอยู่
"หวัดดี" ชางมินทักซีวอนกลับ
"พวกนายคุยไรกันอ่ะ หน้าเครียดเชียว?" ซีวอนถามเพื่อนทั้งสองคน ก่อนเดินไปหยิบน้ำมากิน
"นี่ ซีวอน นายเชื่อเรื่องการฟื้นมาจากความตายมั้ย?" ชางมินลองถามดู
"อืม...ไม่รู้สิ เคยเห็นแต่ไหนหนัง พวกเรื่องอะไรน้า...โยมิกาเอริไง แล้วก็be with you...หนังญี่ปุ่นน่ะ" ซีวอนบอกก่อนกินน้ำในแก้วจนหมด
แล้วคนที่ฟื้นคืนมาน่ะ ต้องกลับไปมั้ย? ทั้งดองแฮและชางมินถามพร้อมกัน ซีวอนมองเพื่อนงงๆ
อืม ก็ต้องกลับสิ ซีวอนพยักหน้างงๆ...
นานเท่าไร? นี่เป็นครั้งที่สามที่สองคนนี้พูดพร้อมกัน
ไม่รู้สิ 2อาทิตย์ล่ะมั้ง? แต่ถ้าในbe with youก็6 อาทิตย์ ซีวอนตอบ ก่อนมองชางมินกับดองแฮ...สองคนนี้ทำหน้าเครียดยังกะมีเรื่องเกิดขึ้นจริงๆ...
พวกนายจะบอกว่ามีใครฟื้นมาจากความตาย...รึไง? ซีวอนมองเพื่อนทั้งสองคนอย่างต้องการคำตอบ...ดูเหมือนเรื่องบ้าๆที่ถามแบบนี้..แต่ว่าสีหน้าของเพื่อนมันชวนให้คิดจริงๆนี่นา
ไม่..ไม่มีหรอก จะบ้าเหรอ ชางมินพูดพร้อมกับหัวเราะออกมา จนดองแฮต้องพลอยหัวเราะไปด้วย
นั่นสิ จะมีใครล่ะที่ฟื้นมาจากความตายได้ จริงมั้ย? ซีวอนหัวเราะด้วย ก่อนลุกเข้าห้องน้ำไป เหลือแค่ชางมินกับดองแฮ
เราต้องบอกยุนโฮ...เรื่องแจจุง ชางมินพูดขึ้น
บอกยุนโฮ? ไม่เอาน่า ตอนนี้ยุนโฮกำลังมีความสุขนะ...ถ้าเราบอกไป.. ดองแฮเถียง...ถ้ายุนโฮรู้ ยุนโฮจะต้องเศร้ามากแน่ๆ
นายจะให้เค้ารู้ตอนไหนล่ะ? ตอนที่แจจุงจะต้องหายไปงั้นเหรอ? ชางมินถามสีหน้าโมโหหน่อยๆ...ถ้ายุนโฮรู้ทีหลังสิอาจจะเจ็บกว่า...รู้ตอนนี้...อย่างน้อยก็จะได้ทำใจ
แต่ก็ไม่แน่นี่นา แจจุงอาจจะไม่ต้องหายไปก็ได้นี่ ดองแฮยังคงเถียงอยู่
แล้วถ้าเค้าต้องกลับไปล่ะ? ชางมินเถียงกลับ ไม่ทันที่ดองแฮจะเถียงต่อ ทั้งสองคนก็เงียบลงเมื่อได้ยินเสียงเปิดประตูห้องน้ำ
ไม่รู้ล่ะ แต่นายต้องบอก นายไม่บอก ฉันบอกเอง ชางมินพูดทิ้งไว้สั้นๆ ก่อนเดินเข้าห้องนอนไปเลย ดองแฮได้แต่มองตาม

ยูชุน.... จุนซูลองเรียกคนรักที่นอนหลับอยู่บนเตียง...
ยูชุน...ฉันขอโทษ จุนซูค่อยๆลูบใบหน้าของคนรักเบาๆ...ใบหน้านั้นเต็มไปด้วยเหงื่อ...ไข้ขึ้นสูง...เรียกหมอมาตรวจแล้ว หมอบอกว่าไม่มีอะไรต้องห่วงหลังจากฉีดยาไปแล้ว แค่พักผ่อนมากๆก็พอ...แต่ถึงแบบนั้นก็เถอะ...
ฮึก... จุนซูรีบเช็ดน้ำตาของตัวเอง...สงสารคนตรงหน้าจับใจ...เค้าไม่สังเกตด้วยซ้ำว่ายูชุนไม่สบาย...เอาแต่อารมณ์ของตัวเองเป็นหลัก...จุนซูใช้ผ้าชุบน้ำเช็ดเบาๆที่แก้มเรื่อยมาถึงลำคอ
อืม... ยูชุนครางออกมา เมื่อรู้สึกถึงความเย็นของน้ำ ยูชุนลืมตาขึ้นช้าๆ...ปวดหัว ปวดตัวไปหมด
จุนซู? ยูชุนเรียกชื่อคนรักด้วยเสียงแหบแห้ง...เจ็บคอ...
ยูชุน...เอาน้ำมั้ย เดี๋ยวฉันไปเอาให้ จุนซูบอกก่อนจะรีบวางผ้าแล้วลุกขึ้น แต่ต้องหันกลับมาเมื่อมืออุ่นๆของอีกฝ่ายดึงแขนเค้าไว้
ไม่ต้องหรอก...แค่อยู่ตรงนี้ก็พอแล้ว ยูชุนจับแขนเล็กๆนั้นไว้ จุนซูนั่งลงที่พื้นข้างๆเตียง ยูชุนเลื่อนมาจับที่มือของคนรักแทน....
อย่าพึ่งไปไหนเลยนะ... ยูชุนพูดออกมา
ยูชุน... จุนซูได้แต่พึมพำชื่อคนรักออกมา...น้ำตามากมายหยดลงมา
จุนซู...ฉัน... ยูชุนไม่พูดอะไรต่อ มือเรียวนั้นจับไปที่แก้มของคนรัก ก่อนไล้นิ้วนั้นเช็ดน้ำตาให้จุนซูที่กำลังร้องไห้อย่างอ่อนโยน...อย่าร้องไห้เพื่อคนอย่างฉันเลย จุนซู
อย่าไปไหนเลยนะ...ถ้านายไม่อยู่อีกคน...ฉันคงทนไม่ได้แน่ๆ.. ยูชุนบอกคนรัก...
ยูชุน พักผ่อนเถอะ จุนซูบอกก่อนค่อยๆเอื้อมมือไปจับใบหน้าของยูชุนบ้าง...ยูชุนหลับตาลงช้าๆ มือที่อบอุ่นของจุนซูทำให้เค้ารู้สึกดีขึ้น..
นี่จุนซู...ขอโทษนะ... เป็นคำขอโทษครั้งที่เท่าไรจำไม่ได้ แต่ทุกครั้งก็ทำให้เจ็บเหมือนกันหมด
ยูชุน...ฉันรักยูชุนนะ จุนซูบอกทั้งน้ำตาก่อนซบหน้าลงกับมือของยูชุนยูชุนวางมือลงบนเรือนผมนุ่มของอีกฝ่ายเบาๆ...นิ้วมือเรียวนั้นแทรกไปตามเรือนผมนุ่มก่อนลูบผมนั้นอย่างเบามือ...
อืม คำสั้นๆที่หลุดออกมาจากริมฝีปากนั้น...ไม่มีสักคำที่บอกว่ารัก...อืม...คำสั้นๆที่ดูไร้ซึ่งความหมาย...คำสั้นๆที่หลุดออกมาพร้อมหยดน้ำตาที่หลั่งรินจากดวงตาสีน้ำตาลอ่อนของยูชุน...
ดอกกุหลาบสีแดงกำลังเฝ้ามอง
ชายสองคนที่หลั่งน้ำตาอย่างเศร้าโศก
ให้กับสิ่งที่สวยงามที่เรียกว่า ความรัก

พวกนายมีอะไรกับฉันเหรอ? ยุนโฮถามทั้งดองแฮทั้งชางมินที่นัดเค้าออกมากินข้าวเที่ยงด้วย
ยุนโฮ...คือว่านะ เรื่องแจจุง...ชางมินเกริ่นขึ้นมา ยุนโฮมองชางมินอย่างสงสัย
อืม มีอะไรเหรอ? ยุนโฮถาม
เอ่อ...แจจุง...แจจุงสบายดีมั้ย? ชางมินถามออกไป เหมือนคนบ้า...ถามอะไรเนี่ย คิดแล้วอยากจะตีหัวตัวเองนัก
อืม สบายดี ยุนโฮตอบงงๆ ก่อนจิบกาแฟในแก้ว
เค้าอยู่ที่ห้องเหรอ? ชางมินถาม แต่ไม่ว่าจะพูดยังไงก็ดูเหมือนจะไม่เข้าเรื่องที่ต้องการจะบอกสักที
อืม ยุนโฮพยักหน้าน้อยๆ
เอ่อ..โอเค ฉันไม่มีอะไรแล้ว แค่อยากถามว่าแจจุงสบายดีมั้ย ชางมินพูดออกมา ดองแฮหันไปมองชางมินงงๆ
งั้นเหรอ? อ่า จริงด้วย นายแวะไปหาแจจุงหน่อยก็ดีนะ ฉันดันโกหกแจจุงไปว่าบริษัทกำลังปิดปรับปรุง ก็เลยไม่ให้เค้าไปทำงาน ยุนโฮบอก ชางมินพยักหน้า บริษัทคงไม่สงบแน่ๆถ้าอยู่ๆคนที่ตายไปแล้วเมื่อเดือนก่อนกลับไปทำงานอีก...
งั้น..ฉันไปนะ ชางมินขอตัวก่อนลุกเดินออกไป โดยมีดองแฮเดินไปส่งที่หน้าร้าน
ฉันพูดไม่ได้ ชางมินพึมพำ...ใช่ พูดไม่ได้ สีหน้าที่มีความสุขของยุนโฮ...สิ่งที่พวกเค้าไม่คิดว่าจะได้เห็นมันอีกหลังจากแจจุงจากไปเค้าไม่ควรจะทำลายมัน..แต่ว่า...
ชางมิน บางครั้งคนที่ควรบอกยุนโฮ อาจจะไม่ใช่พวกเรา ดองแฮบอกก่อนตบไหล่ชางมินเบาๆ
อืม...งั้นฉันไปนะ จะได้แวะไปหาแจจุง ชางมินบอกก่อนบอกลาดองแฮ แล้วเดินออกจากร้านไป...

ยินดีต้อนรับครับ เสียงของคนขายท่าทางใจดีพูดขึ้น พลางมองไปที่ลูกค้าที่สวมเสื้อกันหนาวสีชมพูอ่อน พร้อมแว่นกันแดดทรงสวยดูคุ้นตา...เหมือนกับใครบางคน
จำผมได้มั้ยครับ? คุณลูกค้าที่ดูคุ้นตาถอดแว่นกันแดดออก ก่อนยิ้มให้
แจจุง แจจุงใช่มั้ย? คุณลุงถามอย่างดีใจ
ครับ แจจุงพยักหน้ายิ้มๆ ร้านเค้กนี้เค้าเคยมากินกับยูชุนบ่อยๆสมัยม.ปลาย แต่พอไปเรียนที่เมืองนอกก็ไม่ได้แวะมาอีกเลย
หายไปนานเลยนะ เปลี่ยนไปเยอะเลยนะเรา คุณลุงทักทายอย่างเป็นกันเอง ไม่ได้เจอแจจุงเลยตั้งนานแล้ว หลายปีเลยล่ะ...เห็นก็แต่ยูชุนที่มาบ่อยๆเหมือนเดิม...
ไม่มีเวลาเลยครับ ไม่ค่อยได้ผ่านมาแถวนี้เลย แจจุงบอก ที่นี่ไกลจากบ้านของเค้าพอสมควร ทำให้ไม่มีโอกาสมาอีกสักที
ไม่เป็นไรๆ ยังไงก็กินบ่อยอยู่แล้วนี่ คุณลุงแซว เมื่อเดือนก่อนยูชุนก็มาสั่งเค้กไปบอกให้เขียนชื่อ แจจุงให้ด้วย...เค้าคิดเสมอว่าแจจุงเป็นเด็กที่โชคดีที่เจอคนอย่างยูชุน
เอ๋? แจจุงทำหน้างงๆเค้าไม่ได้มาที่นี่นานแล้ว
ก็ยูชุนเค้ามาซื้อเค้กที่นี่บ่อยจะตายไป...แล้วนี่ยูชุนไปไหนล่ะ? คุณลุงถามเมื่อไม่เห็นคนรักของแจจุง
เอ่อ...ผมกับยูชุนน่ะเลิกกันแล้วครับ แจจุงบอกยิ้มๆ ก่อนมองดูเค้กในตู้
ลุงขอโทษนะ คุณลุงหน้าเสียเล็กน้อย แจจุงหัวเราะเบาๆ
ไม่เป็นไรครับ พวกเรายังเป็นเพื่อนกันอยู่ครับ แจจุงยิ้มก่อนชี้เค้กส้มหน้าตาน่ากินในตู้
เอานี่ครับ แจจุงบอก
ได้สิ วันนี้ลุงจะแถมให้แล้วกัน คุณลุงบอก แจจุงยิ้มเล็กน้อย...ก่อนมองไปรอบๆร้าน...ไม่ได้มานานแต่ที่นี่ยังเหมือนเดิมอยู่เลย บรรยากาศอบอุ่นสบายๆในร้านเล็กๆ แต่สะอาดตาแห่งนี้...ความทรงจำดีๆมากมายเกิดขึ้นที่นี่...ความรักที่อบอุ่นและเต็มไปด้วยความสุข...ระหว่างเค้ากับยูชุน...แต่ทุกอย่างก็เป็นแค่ความทรงจำเท่านั้น...ตอนนี้เค้ามียุนโฮแล้ว...ยูชุนเป็นได้แค่เพื่อนที่ดีที่สุดเท่านั้น...
ได้แล้ว แจจุง คุณลุงบอกก่อนส่งกล่องเค้กให้ แจจุงส่งเงินให้ก่อนยิ้มเล็กน้อย ก่อนก้มลงรับโทรศัพท์ที่ดังอยู่
อ้าว ชางมิน...ขอโทษทีฉันอยู่ไกลมากเลยตอนนี้ เอาเป็นว่าอีกครึ่งชั่วโมงเจอกันนะ แจจุงคุยโทรศัพท์ไปด้วยก่อนหาหยิบแว่นจากคอเสื้อขึ้นมาสวมเหมือนเดิม แล้วโบกมือน้อยๆให้กับคุณลุงก่อนจะเดินออกจากร้านไป

ลี เดี๋ยวผมลงไปซื้อเค้กนะ ไปวนรถมาเลยนะ เสียงหวานๆบอกคนขับรถ ชายคนขับรถยิ้มเล็กน้อย จุนซูลงจากรถก่อนวิ่งเข้าร้านขายเค้กไป
ขอโทษครับ จุนซูรีบขอโทษเมื่อชนกับใครคนนึงเข้า
ไม่เป็นไรครับ ชายคนนั้นบอก จุนซูโค้งเล็กน้อยก่อนจะเดินเข้าร้านไป
ยินดีต้อนรับครับ ชายคนขายท่าทางใจดีพูดขึ้น เมื่อเห็นลูกค้าคนใหม่เดินเข้ามา
จุนซูมองตู้เค้กในตู้กระจกอย่างตื่นเต้น..เค้าไม่เคยมาที่นี่มาก่อน ปกติมีแต่ยูชุนซื้อเข้าไปให้เค้า...
แต่ตอนนี้ยูชุนไม่สบาย...ลีเลยพาเค้ามาซื้อเค้กที่นี่
เค้กสตรอเบอร์รี่ครับ แล้วก็เค้กช็อคโกแลตครับ จุนซูชี้นิ้วผ่านตู้กระจกใส น่ากินทุกอย่างเลย...ถ้ายูชุนกินเค้กพวกนี้ ยูชุนต้องหายป่วยแน่ๆ...
ทั้งหมด xxx วอนครับ คนขายท่าทางใจดีบอกก่อนส่งเค้กให้เค้า จุนซูส่งเงินให้พร้อมบัตรสมาชิกก่อนรับเค้กมา
ปาร์ค ยูชุนนะครับ คุณลุงทวนคำก่อนมองหน้าคนที่มาซื้อ
อ่อ ผมเป็นเพื่อนยูชุนครับ จุนซูบอกเมื่อเห็นคุณลุงมองหน้าเค้างงๆ
รอซักครู่นะครับ คุณลุงพยักหน้าเล็กน้อย ก่อนก้มลงกดอะไรบางอย่าง จุนซูเดินดูรอบๆร้าน...น่ารักจังเลย...
ได้แล้วครับ คุณลุงเรียก จุนซูเดินมาที่เคาน์เตอร์ก่อนจ่ายเงินให้แล้วรับเค้กมา ก่อนรับเงินทอนมาแล้วเดินออกจากร้าน แล้ววิ่งขึ้นรถที่จอดรออยู่แล้วไป
ซื้อเค้กอะไรมาบ้างครับ? ลีถามจุนซูที่นั่งอยู่ข้างหลัง
ช็อคโกแลตกับสตรอเบอร์รี่ จุนซูตอบยิ้มๆ ก่อนมองออกไปข้างนอก
คนเยอะจังเนอะ ลี จุนซูบอกก่อนมองผู้คนมากมายที่เดินอยู่ริมถนนนั้น...บางคนเดินก้มหน้าก้มตา บางคนคุยโทรศัพท์ บางคนวิ่งเหมือนเร่งรีบอยู่...จุนซูนั่งมองไปเรื่อยๆก่อนที่สายตาจะสะดุดกับใครบางคน ใครบางคนที่กำลังยืนรอรถแท็กซี่อยู่ตรงป้ายท่ามกลางคนมากมาย...ใครบางคนที่ไม่อยู่บนโลกใบนี้แล้ว...
แจจุง... จุนซูพึมพำเบาๆ...ราวกับเสียงเหือดหายไปหมด...รู้สึกเหมือนใบหน้าชาจนแทบไม่รู้สึก จุนซูขยี้ตาสองสามครั้งก่อนมองไปที่อีกครั้ง แจจุงก็ยังยืนอยู่ที่นั่น...แจจุงที่ตายไปแล้ว ยืนอยู่ที่นั่น
เป็นไปไม่ได้...ไม่มีทาง จุนซูพึมพำก่อนหันกลับมาไม่กล้ามองออกไปอีก....
มีอะไรเหรอครับ? คนขับรถถาม
ไม่..ไม่มีอะไร จุนซูพึมพำเบาๆ ก่อนก้มลงมองกล่องเค้กบนตักตัวเอง...ไม่มีทางหรอก...จะใช่แจจุงได้ไงเล่า...ก็แค่คนที่หน้าเหมือนกันเท่านั้นแหละ.....แจจุงน่ะตายไปแล้ว...ใช่...ไม่มีทางเป็นไปได้หรอก

แจจุง กว่าจะมาได้นะ ชางมินบ่นเพื่อนที่พึ่งเดินมาถึง
ขอโทษที แท็กซี่น่ะสิ ช้าชะมัด พาอ้อมโลกนู่น แจจุงทำท่าประกอบ ชางมินได้แต่ยิ้มน้อยๆก่อนเดินตามเพื่อนเข้าลิฟท์ไป
หน้าฉันมีอะไรติดเหรอ? แจจุงถามชางมินก่อนเอามือเช็ดหน้า...เห็นชางมินจ้องเค้าอยู่ได้
อ่อ ไม่มีอะไรนี่ ชางมินรีบบอก ก่อนหันไปอีกทาง...ไม่อยากจะเชื่อ แจจุงที่เคยตายไปแล้วกลับยืนอยู่ข้างๆเค้า...คุยกับเค้าเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น...ชางมินแอบมองใบหน้าด้านข้างของแจจุงอีกครั้ง...ใบหน้าหวานสวย ดวงตากลมโตนั้นตอนนี้มีแว่นกันแดดทรงสวยบังอยู่ ริมฝีปากสีชมพูอ่อนๆ...แจจุงที่อ่อนโยน ร่าเริง สดใสของทุกคน...แจจุงที่ตายไปแล้ว....
เค้าไม่รู้ว่าแจจุงกลับมาได้ยังไง...นั่นไม่ใช่สิ่งที่เค้าอยากรู้อีกต่อไป...แจจุงกลับมาที่นี่...แจจุงจะอยู่ที่นี่แบบนี้...มีชีวิตอีกครั้งตลอดไป...หรือว่าจะต้องกลับไป...แล้วเมื่อไรกัน? คำถามมากมายวนเวียนอยู่ในหัวของเค้า
ป่ะ ชางมิน แจจุงเรียกชางมินปลุกให้ชางมินตื่นจากภวังค์ ก่อนเดินตามแจจุงไป
กินเค้กมะ? ฉันซื้อมาเยอะแยะเลย แจจุงถามชางมินที่เดินไปนั่งที่โซฟา
ก็ได้ ชางมินตอบก่อนมองตามแจจุงที่เดินไปเดินมาในห้อง
อ่ะ ไหนล่ะงาน? แจจุงถามหลังจากวางจานเค้กและน้ำชาให้เพื่อนแล้ว ก่อนนั่งลงที่โซฟาตัวเล็กตรงข้ามชางมิน
งาน? ชางมินทำหน้างงๆ...
ก็ยุนโฮบอกว่านายจะเอางานมาให้ฉันไง แจจุงบอกก่อนจิบน้ำชาในแก้วของตัวเอง
อ่อ...งานเหรอ? เอ่อ หัวหน้าให้นายออกแบบโฆษณามือถือ ชางมินบอกสิ่งที่คิดได้เมื่อกี้
มือถือ? เดี๋ยวนี้บริษัทเรารับทำงานโฆษณามือถือแล้วเหรอ? แจจุงถามงงๆ ชางมินพยักหน้าเร็วๆ เค้าเป็นอีกคนที่โกหกไม่เก่งนัก..
อืม โอเค งานนี้กำหนดส่งเมื่อไร? แจจุงถามก่อนเดินไปที่โต๊ะเขียนแบบของตัวเอง แล้วจดรายละเอียด
เมื่อไรก็ได้ ชางมินบอก แจจุงหันมามองงงๆ
คือว่ายังไม่มีใครจ้างเราหรอก แต่ว่าหัวหน้าบอกว่าจะเอาไปเสนอน่ะ ชางมินพูดต่อ...ใครก็ได้ช่วยทีเถอะ...ไม่มีอะไรที่ยากไปกว่าการโกหกแล้ว แถมโกหกแจจุงที่เป็นเพื่อนกันมาตั้งแต่เด็กแล้วยิ่งยากไปใหญ่...
งั้นเหรอ? แจจุงพยักหน้าน้อยๆ ก่อนหันไปเขียนอะไรยุกยิกๆบนกระดาษ ก่อนเดินกลับมานั่งที่เดิม
แจจุง...นาย... ชางมินอยากจะถามว่าแจจุงรู้อะไรบ้างมั้ย?
หืม? แจจุงทำหน้าสงสัย ก่อนรอฟังเพื่อนพูด
ไม่มีอะไร ชางมินส่ายหน้า...ไม่กล้าพูดอะไรสักคำ...ไม่รู้ควรจะพูดอะไร
เค้กนี่อร่อยจังนะ ชางมินพูดขึ้นหลังจากชิมเค้กเข้าไป...จริงๆแล้วแค่ต้องการเปลี่ยนเรื่องพูดเท่านั้นเอง...แต่อร่อยจริงๆด้วย
อ่อ เค้กร้าน Kน่ะ แจจุงบอกก่อนตักเค้กกินบ้าง
ร้านที่นายกับยูชุนเคยไปตอนเรียนน่ะเหรอ? ชางมินถาม แจจุงพยักหน้า
คุณลุงดีใจใหญ่เลยล่ะตอนเห็นฉัน แจจุงเล่ายิ้มๆ...
อ่าเหรอ? ชางมินพยักหน้า โชคดีไปที่คุณลุงไม่ได้รู้ว่าแจจุงตายไปแล้ว...ถ้ารู้คุณลุงอาจจะช็อคตายไปแล้วก็ได้
ทั้งรสชาติแล้วก็บรรยากาศไม่เปลี่ยนไปเลยล่ะ แจจุงพึมพำก่อนมองเค้กที่แหว่งไปเล็กน้อยบนจาน...
พูดแบบนี้ ยุนโฮได้ยินเดี๋ยวก็หึงอีกหรอก ชางมินแซว แจจุงหัวเราะเบาๆ
นั่นสิ แจจุงบอกก่อนหัวเราะออกมา...ทั้งสองคนคุยกันเสียงหัวเราะดังไปทั่วห้อง...
ไม่ว่าจะเพราะอะไรที่ทำให้แจจุงกลับมา...
หรือไม่ว่าเมื่อไรก็ตามที่แจจุงต้องกลับไป...
สิ่งเดียวที่พวกผมทำได้...คือทำให้เค้ามีความสุขที่สุด...

จุนซู ไปพักเถอะ ฉันไม่เป็นไรแล้ว ยูชุนบอกคนรักที่นั่งเฝ้าเข้าทั้งวันทั้งคืน ถึงเมื่อบ่ายจะหลับไปเพราะไม่ไหวจริงๆ แต่ก็พอจะมีสติรู้อยู่บ้างว่าจุนซูอยู่ข้างๆเค้าตลอด
ไม่ได้หรอก นายยังตัวร้อนอยู่เลย จุนซูแตะที่หน้าผากของยูชุนก่อนบ่นออกมา ตัวร้อนจะตายยังมาบอกว่าไหวอีก ต้องให้ล้มไปก่อนรึไงถึงจะยอมพัก
เดี๋ยวนายจะไม่สบายอีกคนนะ ยูชุนบอกก่อนลูบผมคนตัวเล็กเบาๆ จุนซูไม่ชอบให้ใครมายุ่งกับผมก็จริง แต่สำหรับยูชุนเป็นคนพิเศษ ยูชุนเองก็ชอบที่จะสัมผัสผมที่นุ่มสลวยของจุนซู
ฉันแข็งแรงกว่าที่นายคิดนะ จุนซูบ่น ก่อนเก็บจานเค้กที่วางเปล่าวางไว้บนโต๊ะ เพื่อรอให้คนงานมาเก็บออกไป
งั้นเชียว? ยูชุนถามล้อๆ
แน่นอน เพราะงั้นยูชุนนอนพักซะนะ จุนซูพยักหน้ายิ้มๆ
. ยูชุนไม่ตอบอะไร ก่อนมองคนตรงหน้า...คนที่เค้ามักจะทำให้เจ็บปวดเสมอ...แต่ไม่ว่าเมื่อไรคนตรงหน้าก็ยิ้มให้เค้าเสมอ...จุนซู.... ยูชุนค่อยๆเอื้อมมือไปแตะที่แก้มนั้นเบาๆ...จุนซูทำหน้างงๆ
มีอะไรเหรอ? จุนซูถาม
จุนซู ฉัน...ฉันขอ.... ไม่ทันที่จะพูดจบริมฝีปากของคนตัวเล็กก็มาชิด
อย่าพูดว่าขอโทษนะ....อย่าพูดอีกเลย จุนซูบอกเสียงสั่น ก่อนรีบเช็ดน้ำตาที่หยดลงมาอย่างลวกๆ
จุนซู... ยูชุนพูดไม่ออก
ฮือ...ยูชุน อย่าขอโทษฉันเลยนะ... จุนซูสะอื้น ยูชุนโอบคนตัวเล็กมาไว้ในอ้อมกอด
ยูชุน...ฉันรอได้ รอวันที่นายจะรักฉัน...ฉันรอได้ ไม่เป็นไร...แต่อย่าพูดว่าขอโทษฉันอีกเลยนะ จุนซูพูดทั้งน้ำตา...อย่าพูดว่าขอโทษ...อย่าทำร้ายฉันอีกเลย...ฉันรอนายได้...ฉันจะไม่เรียกร้องอะไรจากนายทั้งนั้น...ฉันรอได้
ฉัน..ฉัน... ยูชุนไม่รู้ควรจะพูดอะไรแทนคำว่าขอโทษ เค้าแต่กอดจุนซูให้แน่นขึ้นอีกรู้สึกเจ็บในอก...อยากขอโทษ...คนในอ้อมกอด...คนที่เจ็บปวดเสมอ...คนที่เจ็บปวดเพราะความรักที่ให้กับเค้า
จุนซู ฉันอาจจะยังลืมแจจุงไม่ได้...มันไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะลืมใครบางคนที่เราเคยรัก...ฉันยอมรับว่าฉันลบแจจุงไปทั้งหมดไม่ได้... ยูชุนพูดออกมา...จุนซูเงียบไป...เจ็บมั้ย จุนซู...เจ็บมากรึเปล่า...แต่ว่าฉันต้องพูด...ฉันอยากบอกนายมาตลอด
ฉันรู้ ฉันรู้ จุนซูพึมพำ...ใช่...มันไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะลืมใครบางคนที่เรารัก...เหมือนกับเค้า ที่ลืมยูชุนไม่ได้...ถึงบอกว่าเข้าใจ แต่ตอนนี้เค้าเจ็บ...เจ็บเหมือนมีเข็มนับร้อยๆเล่มแทงอยู่ในใจของเค้า...
แต่ว่านะ..จุนซู...ที่ฉันบอกว่าฉันรักนาย ฉันไม่ได้โกหก ยูชุนพูดทุกคำช้าๆชัดๆ...ราวกับจะให้คนในอ้อมกอดรับรู้...ถึงไม่เคยลบคนรักเก่าไปจากใจได้...แต่เค้ารักจุนซู...รักมาก...
ยูชุน... จุนซูพึมพำชื่อคนรักออกมา น้ำตามากมายไหลรินลงมา...แค่นี้ก็พอแล้ว ยูชุน ไม่ต้องรักฉันที่สุด...ไม่ต้องรักแค่ฉัน...แค่บอกว่านายก็รักฉัน...ก็พอแล้ว....
หลายครั้งที่ดูละครแล้วรู้สึกว่าตัวละครนี้งี่เง่า
...เค้าไม่รักแล้วยังรักเค้าอยู่ได้...
แต่พอเจอกับตัวเอง..ถึงได้เข้าใจ...
ทั้งหมด..เพราะ รัก

กลับมาแล้ว ยุนโฮพูดเมื่อเปิดประตูออก ก่อนก้มมองนาฬิกา...4โมงครึ่ง เมื่อกี้มีงานด่วนเข้ามาเลยช้านิดหน่อย
แจจุง... ยุนโฮเรียกแจจุงที่ตอนนี้น่าจะอยู่แถวๆครัว ก่อนก้มลงถอดรองเท้า แต่ไม่มีเสียงตอบกลับ
แจจุง...แจจุง! ยุนโฮรีบวิ่งเข้าไปในห้อง ไม่มีแม้แต่เงาของคนรัก หัวใจของเค้าเหมือนจะหลุดออกจากร่าง...แจจุงไปไหน...ยุนโฮเดินหาทั่วห้อง ก่อนจะกระชากประตูห้องนอนออกมา
แจ... ยุนโฮมองร่างบางที่นอนอยู่เตียงก่อนถอนใจออกมา แจจุงนอนอยู่บนเตียง...กำลังหลับอยู่...ใบหน้าหวานนั้นมีรอยยิ้มระบายอยู่...ยุนโฮค่อยๆเดินไปใกล้ๆ ก่อนนั่งลงบนเตียงนุ่ม...
แจจุง... ยุนโฮเรียกชื่อคนรักเบาๆ...เบามาก...ก่อนค่อยๆลูบผมของคนรักเบาๆ....แจจุงขยับตัวเล็กน้อย ยุนโฮก้มลงเก็บหนังสือที่แจจุงอ่านแล้วกองไว้ที่พื้นขึ้นมาวางไว้ที่โต๊ะข้างเตียง...ยุนโฮมองใบหน้าสวยนั้นราวกับไม่เคยเห็นมาก่อน...
อยู่กับฉันนะ...แจจุง ยุนโฮกระซิบเบาๆ ทั้งๆที่รู้ว่าร่างบางไม่รู้ตัว...แต่รู้สึกอยากบอกออกไป... ยุนโฮล้มตัวลงนอนข้างๆคนรัก ก่อนกอดแจจุงไว้จนชิดกับตัวเอง...เมื่อกี้เค้าแทบบ้า...ถ้าเปิดประตูห้องนอนมา ไม่เจอแจจุง...เค้าควรจะทำยังไงดี...ยุนโฮซุกหน้าลงกับเรือนผมนุ่มของอีกฝ่าย...กลิ่นหอมที่คุ้นเคย...
อืม...ยุนโฮ? แจจุงพึมพำก่อนพลิกตัวกลับมาหาคนรัก
ไม่อาบน้ำเหรอ? แจจุงถามเสียงงัวเงีย...เพราะพึ่งหลับไปเมื่อครึ่งชม.ก่อน อ่านหนังสืออยู่ก็เกิดอยากนอนขึ้นมา ก็เลยนอนเลย
เหม็นเหงื่อเหรอ? ยุนโฮถาม แจจุงส่ายหน้า
ไม่หรอก แจจุงบอกก่อนซุกหน้ากับอกอุ่นๆของร่างสูง...
นอนเถอะ ยุนโฮบอกก่อนลูบผมแจจุงเบาๆ...แจจุงมองยุนโฮเล็กน้อยก่อนหลับตาลงช้าๆ....
แจจุง... ยุนโฮลองเรียกแจจุงเบาๆ เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายหลับสนิท ยุนโฮค่อยๆสัมผัสที่ริมฝีปากนั้นเบาๆ...แต่เนิ่นนาน...ความรู้สึกเมื่อกี้ถาโถมเข้ามา...กลัว...กลัวที่จะต้องสูญเสียคนในอ้อมกอดไปอีกครั้ง...ถ้าวันนึงเค้าต้องกลับไปอยู่คนเดียวอีก...เค้าจะทำยังไงดีนะ....ไม่กล้าแม้แต่จะคิดถึงวันนั้น...
อยู่ๆน้ำตาของผมก็ไหลออกมา
ความรู้สึกเมื่อกี้ถาโถมเข้ามา...ตอนที่หาแจจุงไม่เจอ...ผมกลัว...
กลัวที่จะต้องสูญเสียคนในอ้อมกอดไปอีกครั้ง...กลัวจนแทบทนไม่ได้
ราวกับใครบางคนกำลังกระซิบที่ข้างหูผมว่า
ได้เวลาแล้ว...ได้เวลาที่นางฟ้าต้องกลับสวรรค์แล้ว

ปล. ถึงคุณ TVXQ2006 ครับ คือว่าไม่เห็นออนไลน์เอ็มเอสเอ็นเลย ผมจึงขอลงให้ดาวน์โหลดที่นี่เลยนะครับ
เพลง Fighter โดย ดับเบิลเอส อู ยอง อิล (SS501)
และเพลงที่เปิดอยู่ขณะนี้คือ Trial ของ วินส์ ครับผม

ชีวิตนี้มันช่างน่าเศ้ราและอับเฉา
ตามผลงานต่อไปน้า----*-*
#1 By ~3~ IIจ๊บๆ กรั่กๆ Rak $ohmA*-+~*«-(¯`v´¯)-«™ on 2006-06-26 21:50