[ShortFiction] I knew But I (Micky*Xiah)
posted on 23 Aug 2006 00:22 by izzei in FanFiction
ผมไม่รู้ว่าตัวเองนั่งอยู่ตรงนี้มานานแค่ไหนแล้ว...
ตอนนี้รอบตัวผมมืดสนิทมีเพียงแสงจันทร์ที่สาดผ่านผ้าม่านสีขาวเข้ามาเท่านั้น
ผมไม่รู้ว่าทุกๆอย่างมันเปลี่ยนไปตั้งแต่เมื่อไร...จากวันแรกที่เราพบกัน
ผมรู้เพียงว่า...ผมรักเค้า...
ความรู้สึกนี้มันเพิ่มขึ้นทุกวัน..จนผมไม่รู้ว่าผมควรจะทำยังไงดี...
ไม่เคยรู้ว่าคำพูดง่ายๆสั้นๆอย่างคำว่า รัก จะทำให้เจ็บปวดขนาดนี้...
เพราะว่าพูดออกไปไม่ได้...เพราะว่าไม่สามารถลบเลือนความรู้สึกนี้ไปได้...
บางครั้งผมก็อยากจะกลับไปเป็นเหมือนเดิม...เหมือนเดิม...
แกร่ก..เสียงเปิดประตูห้องทำให้ร่างสูงหยุดความคิดทั้งหมดลง...
ขอบใจน้าที่มาส่ง แล้วไปเที่ยวกันอีกน้า บายๆ เสียงที่สดใสของเค้า...เสียงที่ดูมีความสุข...เค้าพูดกับเพื่อนของเค้า...เพื่อนคนสำคัญ
ร่างสูงนั่งนิ่งฟังเสียงฝีเท้าที่เดินเข้ามา...เค้ามาแล้ว...
อ้าว ยูชอน ยังไม่ได้นอนอีกเหรอ? ร่างเล็กถามก่อนเปิดไฟที่ครัวแล้วเดินไปหาน้ำในตู้เย็นกิน...โดยไม่ได้ใส่ใจในคำตอบของคำถามที่ตัวเองถามออกไปนัก...ร่างสูงมองนาฬิกาบนผนัง...เกือบเที่ยงคืนแล้ว
ทำไมกลับดึกจัง? ยูชอนถามออกไป น้ำเสียงนั้นราวกับจะสะกดความไม่พอใจ...ไม่พอใจ? มีสิทธิ์ที่จะรู้สึกแบบนั้นด้วยเหรอ?
พอดีฮยอคแจเค้าพาไปกินข้าวน่ะ คนตัวเล็กตอบอย่างไม่ใส่ใจมากนัก แต่บนใบหน้านั้นก็มีรอยยิ้มอยู่ ราวกับมีความสุขที่ได้พูดถึงเรื่องที่ผ่านไป...เรื่องที่น่าจดจำ
ฉันไปนอนนะ ง่วงแล้ว คนตัวเล็กบอกแล้วยิ้มเล็กน้อยก่อนจะเดินไปทางห้องนอน ร่างสูงได้แต่มองตามร่างเล็กนั้น...ก่อนก้มลงมองตัวเอง...มองตัวเองที่ใส่เสื้อกันหนาวตัวเก่ง กางเกงตัวใหม่...ทุกๆอย่างที่ทำ...เพื่อวันนี้...สัญญาที่ให้กับเค้าคงไม่ใช่เรื่องน่าจดจำสินะ...
ยูชอนหลับตาลงช้าๆ ซบหน้าลงกับฝ่ามือของตัวเอง...
อย่าร้องนะ ร่างสูงบอกกับตัวเองเบาๆ ก่อนกดหน้าลงกับฝ่ามือของตัวเองแรงๆ...สูดหายใจเข้าลึกๆหลายครั้ง รู้สึกราวกับในคอมีไอร้อนวิ่งผ่าน
อย่าร้องนะ ปาร์ค ยูชอน...อย่าร้อง...ฮึก... ยูชอนบอกตัวเองครั้งแล้วครั้งเล่า แต่สุดท้ายหยดน้ำใสๆก็ร่วงลงบนฝ่ามือ...ทำไมถึงได้อ่อนแอขนาดนี้นะ...น้ำตาหยดแล้วหยดเล่าไหลลงมาเรื่อยๆ ยูชอนนั่งกอดเข่าตัวเองบนโซฟาก่อนจะซุกหน้าลงกับกางเกงตัวใหม่แล้วร้องไห้ออกมา

นั่น..ยูชอนเหรอ? เจ้าของใบหน้าหวานสวยเพ่งมองร่างสูงที่นั่งกอดเข่าอยู่บนโซฟา ร่างบางเดินลากขาไปที่ห้องครัวก่อนจะเปิดตู้เย็นหาน้ำกิน
ยังไม่นอนอีกเหรอ? ร่างบางยื่นหน้ามาถามก่อนจะเก็บขวดน้ำแล้วปิดตู้เย็นไว้เหมือนเดิม
...... ไม่มีคำตอบใดๆจากร่างสูง แจจุงถอนใจเล็กน้อยก่อนจะเดินไปที่โซฟาที่ร่างสูงนั่งอยู่
มีอะไรรึเปล่า? ถามออกไปเหมือนทุกๆครั้ง สังเกตได้เสมอถึงความผิดปกติแม้จะแค่เพียงเล็กน้อย ใบหน้านั้นเงยขึ้นเล็กน้อย...แสงจันทร์ที่สาดเข้ามาสะท้อนกับหยดน้ำตาบนใบหน้านั้น
เป็นอะไรไป? แจจุงถามก่อนใช้นิ้วโป้งเช็ดน้ำตาที่อยู่บนแก้มของคนตรงหน้าออกอย่างอ่อนโยน
คิดถึงบ้านเหรอ? ถึงจะเป็นประโยคคำถาม แต่น้ำเสียงของแจจุงไม่ได้คาดคั้นจะเอาคำตอบใดๆ...หากไม่อยากที่จะพูด...
ไม่เป็นไรแล้วน้า...ฉันอยู่กับนายนะ...ไม่เป็นไรแล้ว... แจจุงก้มลงโอบร่างของยูชอนไว้ รู้สึกถึงแรงสั่นสะท้านและเสียงสะอื้นที่ดังขึ้นเรื่อยๆ แจจุงตบหลังของยูชอนอย่างปลอบโยน
ฉัน...ฉัน...แจจุง...ฉันเจ็บ... ถ้อยคำที่หลุดออกมาอย่างยากลำบากทำให้แจจุงกอดร่างสูงแน่นขึ้นอีก...
ร้องอีกก็ได้...ร้องไห้ให้พอเลยนะ...พรุ่งนี้นายจะได้กลับมาเป็นยูชอนคนเดิม ร่างบางลูบเส้นผมสีน้ำตาลอ่อนเบาๆ ก่อนจูบลงบนเรือนผมนุ่มนั้น...รู้สึกถึงความเปียกชื้นของน้ำตาที่เปียกบนเสื้อนอนของตัวเอง
อีกแล้วสินะ แจจุงพึมพำเสียงเบา...เบามากพอที่คนในอ้อมกอดจะไม่ได้ยิน....

พี่ยู...อุ๊บ ไม่ทันที่น้องเล็กของวงจะตะโกนเรียกคนที่นอนหลับอยู่บนเตียง แจจุงก็ปิดปากเค้าไว้ซะก่อน ชางมินทำสีหน้าสงสัย
ปล่อยเข้านอนไปเถอะ เราน่ะ วันนี้มีสอบไม่ใช่เหรอ? แจจุงถามยิ้มๆ
ฮะ ชางมินพยักหน้า
ไปดูสิข้าวสุกรึยัง? พี่ทำกับข้าวเสร็จแล้ว แจจุงชี้นิ้วไปออกไปทางห้องครัว ชางมินพยักหน้าก่อนจะวิ่งหายไปเลย...เรื่องกินนี่ไม่ได้เลยนะ...แจจุงส่ายหัวก่อนยิ้มออกมา แล้วหันกลับไปมองยูชอนที่ยังคงหลับอยู่บนเตียงก่อนเดินไปนั่งที่เตียงนั้น...มือเรียวยาวลูบไปตามเส้นผมสีน้ำตาลอ่อนอย่างแผ่วเบา
แล้วมองไปที่อีกเตียงนึงที่อยู่ตรงข้ามกับเตียงของเค้าที่ตอนนี้ว่างเปล่า...
ยูชอนโอเครึเปล่า? เสียงทุ้มๆที่ดังขึ้นทำให้แจจุงตื่นจากความคิดก่อนหันไปหาต้นเสียง
ยุนโฮ... แจจุงพึมพำชื่อคนตรงหน้าก่อนยิ้มเล็กน้อย ยุนโฮเดินไปนั่งเตียงของชางมินแล้วมองไปที่ยูชอนที่ตอนนี้ยังคงหลับอยู่
เค้าคง...เสียใจสินะ ยุนโฮพูดก่อนมองใบหน้าของเพื่อนร่วมวงที่ดูยังไงก็รู้ว่าผ่านการร้องไห้มาอย่างหนัก
อย่าบอกจุนซูได้มั้ย? แจจุงขอร้องยุนโฮที่นั่งอยู่เตียงตรงข้าม ยุนโฮพยักหน้ายิ้มๆ
ไปกินข้าวกันเถอะ ปล่อยให้เค้านอนไปก่อนดีกว่า ยุนโฮบอกก่อนลุกขึ้น แจจุงพยักหน้าเล็กน้อยก่อนหันไปดึงผ้าห่มมาคลุมตัวให้ยูชอน แล้วลุกขึ้นตามแรงดึงของยุนโฮ
แจจุง...เรื่องบางเรื่องพวกเราก็เข้าไปยุ่งไม่ได้...เข้าใจใช่มั้ย? ยุนโฮถามก่อนจูบหน้าผากคนรักเบาๆ
อืม แจจุงพยักหน้า ทั้งสองคนหันกลับไปมองคนที่หลับไหลอยู่บนเตียงอีกครั้ง ก่อนจะพากันเดินออกจากห้องไป...

แจจุง มาฉันช่วย จุนซูที่นั่งดูทีวีอยู่รีบวิ่งไปช่วยแจจุงตักกับข้าวใส่ถ้วย
ชางมินไปเรียนแล้วเหรอ? แจจุงถามเมื่อเห็นว่ากับข้าวในจานพร่องไปมากพอสมควร
อืม เห็นบอกว่าวันนี้มีสอบเลยขอกับข้าวใส่กล่องไปด้วย จุนซูบอกพร้อมกับหัวเราะเบาๆ แล้วยกกับข้าวไปวางไว้ที่โต๊ะ ยุนโฮเดินไปหยิบน้ำกับแก้วมาสามใบก่อนวางไว้ตามตำแหน่งของแต่ละคน
ยูชอนล่ะ? จุนซูถามเมื่อเห็นว่าแจจุงไม่ได้ตักข้าวใส่ถ้วยลายมิกกี้เมาส์ของยูชอนที่วางอยู่
เมื่อคืนเห็นว่านอนดึกเลยปล่อยให้นอนไปก่อน แจจุงตอบโดยไม่มองหน้าจุนซู จุนซูพยักหน้าเล็กน้อยก่อนจะเก็บถ้วยลายมิกกี้ไปไว้ที่ชั้นเหมือนเดิม แจจุงมองตามจุนซูเล็กน้อยก่อนหันกลับไปมองยุนโฮที่ยิ้มให้เค้า...แจจุงได้แต่ยิ้มตอบกลับก่อนถอนใจออกมา...
เมื่อวานนี้ไปไหนมาล่ะ? ทำไมถึงไม่กลับบ้านตอนเย็น ยุนโฮถามจุนซูที่กำลังนั่งกินข้าวอยู่ หลังจากทั้งสามคนนั่งอยู่ในความเงียบมานานพอควร แจจุงหันกลับไปมองคนรักทันที...นายบอกไม่ให้ฉันยุ่งเรื่องสองคนนี้นะ...แล้วนายก็สัญญาแล้วด้วยว่านายจะไม่บอกเซีย...สายตาของแจจุงส่งข้อความทั้งหมดไปให้ยุนโฮที่นั่งอยู่ข้างๆ
อ่อ...พอดีฮยอคแจโทรมาชวนไปเที่ยวน่ะ ตอนเย็นก็เลยแวะกินข้าวด้วยกันเลย จุนซูตอบอย่างไม่ใส่ใจมากนัก
ทำไมเหรอ? จุนซูถามยุนโฮ
เปล่าหรอก...แต่ว่าวันหลังถ้าจะกลับดึกต้องโทรมาบอกก่อนนะ ที่บ้านเป็นห่วง ยุนโฮบอก จุนซูพยักหน้ายิ้มๆ ก่อนวางตะเกียบลงบนชามข้าวเป็นสัญญาณว่าอิ่มแล้ว
อิ่มแล้วเหรอ? แจจุงถามจุนซู คนตัวเล็กพยักหน้าก่อนดื่มน้ำในแก้วจนหมด แล้วลุกขึ้นเก็บจานของตัวเองไปไว้ที่อ่างล้าง
แจจุง วันนี้เวรฉันรึเปล่า? จุนซูถามแจจุงที่นั่งกินข้าวอยู่กับยุนโฮ ก่อนมองไปที่ตารางเวรล้างจานที่แปะอยู่ที่ผนัง
ไม่นะ คิดว่าเวรของยูชอนจริงสิ จุนซู น้ำยาล้างจานหมดรึยัง? วันนี้ฉันกับยุนโฮจะออกไปซื้อของกับผู้จัดการ แจจุงถามก่อนจะรีบกินข้าวให้หมด เมื่อมองนาฬิกาแล้วใกล้จะถึงเวลานัดแล้ว
ใกล้แล้วน่ะ จุนซูบอก แจจุงเอาจานไปวางไว้ที่อ่างล้างจานก่อนจะส่งกระดาษแผ่นยาวให้จุนซู
จดของที่อยากได้มาด้วยนะ แจจุงบอก จุนซูรับมาก่อนเดินไปหยิบปากกาที่อยู่บนตู้สีขาวของตัวเองแล้วเขียนข้อความลงไป ก่อนส่งให้แจจุงคืน แจจุงรับมาก่อนจะรีบวิ่งไปหายุนโฮที่ถือเสื้อกันหนาวรอแล้ว
ไปนะ แล้วเจอกัน แจจุงโบกมือให้เพื่อนก่อนเดินออกไปพร้อมคนรัก จุนซูมองตามทั้งสองคนเล็กน้อยก่อนเดินไปอาบน้ำ

เสียงโทรศัพท์มือถือที่ดังอยู่บนเตียง ทำให้ชายร่างสูงที่กำลังหลับอยู่ ตื่นขึ้นมา มือเรียวนั้นเอื้อมไปคว้ามือถือเครื่องสวยขึ้นมาก่อนกดดูข้อความที่ได้รับ
[ผู้ส่ง : Bojae (10.30)
ข้อความ : ยูชอนตื่นได้แล้วนะ
ฉันกับยุนโฮออกมาซื้อของข้างนอก
กินข้าวเที่ยงกันเลยนะ
ปล. มีอะไรโทรมาหาฉันได้นะ เป็นห่วง
@ แจจุง]
ยูชอนอ่านข้อความซ้ำอีกครั้ง ก่อนบิดขี้เกียจแล้วลุกขึ้นจากเตียง
อยู่คนเดียวเหรอเนี่ย? ยูชอนพึมพำก่อนมองไปที่เตียงอีกสี่เตียงที่ว่างเปล่า แล้วถอนใจออกมา ร่างสูงเดินลากขาออกจากห้องนอนไปด้วยความง่วง ยูชอนเดินตรงไปที่ห้องนั่งเล่นเป็นอันดับแรก มือเรียวค้นหาซีดีที่แฟนเพลงให้มาจากในชั้น แล้วเอาไปใส่เครื่องเล่นยืนรอสักพักเสียงเพลงก็ดังขึ้น ร่างสูงเพิ่มเสียงขึ้นอีกเล็กน้อยให้พอได้ยิน ก่อนเดินไปที่ห้องน้ำ มือเรียวผลักไปบนประตูห้องน้ำสีขุ่น ร่างสูงเดินลากขาไปที่หน้ากระจก
เฮ้ยย!! ยูชอนร้องออกมาสุดเสียงก่อนหันขวับกลับไปที่อ่างน้ำก่อนจะรีบหันกลับมาแทบจะในทันที
ยูชอน...ฮ้าวว...นี่ฉันเผลอหลับไปเหรอเนี่ย? ใครบางคนที่นอนอยู่ในอ่างถามเสียงงัวเงีย ก่อนทำท่าจะลุกขึ้นจากอ่าง
เดี๋ยวๆๆ ยูชอนที่ปิดตาตัวเองไว้บอกก่อนพยายามจะเดินออกจากห้องน้ำ แต่ก็ชนนั่นชนนี่จนทั้งครีมอาบน้ำ โฟมล้างหน้าของเพื่อนๆหล่นลงพื้นไปหมด ร่างสูงนั่งลงก่อนคลำๆหาของที่ตัวเองทำตก จุนซูมองการกระทำนั้นงงๆ
อ่ะ นี่ คนตัวเล็กเก็บของที่ตกอยู่บนพื้นใกล้ๆอ่างแล้วจับใส่มือให้ร่างสูง
ขะ..ขอบใจ ยูชอนบอกก่อนพยายามวางๆของทั้งหมดไว้บนขอบอ่างเหมือนเดิม ร่างสูงรีบจะก้าวออกไปจากห้องน้ำ
ยูชอนระวัง! จุนซูพูดแต่ไม่ทันซะแล้ว ร่างสูงเดินไปสะดุดกับขอบประตูก่อนจะล้มโครมลงไป

ตายล่ะ ถ้าแจจุงกลับมาแล้วเห็นหัวนายเป็นแบบนี้ โดนแน่ จุนซูพูดไปมือเล็กๆนั้นก็ทายาให้ร่างสูงที่นั่งอยู่ข้างๆเบาๆ ยูชอนนั่งนิ่งเหมือนกับรูปปั้นมาตั้งแต่เมื่อกี้แล้ว
ฉันขอโทษ ฉันไม่รู้ว่านายอยู่ในห้องน้ำ ยูชอนพึมพำเสียงเบา โชคดีที่จุนซูแต่งตัวเสร็จแล้วถึงมาทำแผลให้เค้า
ฮะฮะ ไม่เอาน่า เมื่อก่อนเราอาบน้ำด้วยกันบ่อยจะตายไป ทำเป็นอายไปได้ จุนซูพูดพร้อมกับหัวเราะตามแบบฉบับของตัวเอง มือนั้นตบแรงๆที่บ่าของร่างสูง ก่อนจะปิดขวดยาแล้วเดินเอายาไปเก็บ ยูชอนมองตามร่างเล็กที่เดินไปที่ตู้ยา....
....ถ้าทุกอย่างมันเหมือนเมื่อก่อนก็ดีสิ...เราเป็นเพื่อนกันเหมือนเดิมก็ดีสิ...ถ้าฉันคิดกับนายแค่เพื่อนเหมือนเดิมก็คงดี....
ไหนดูซิ? จุนซูที่เดินกลับมาลองเปิดผมที่ปรกหน้าผากของยูชอนออก มีรอยแดงอยู่บนหน้าผากนั้น ไม่อยากจะเชื่อว่ายูชอนจะซุ่มซ่ามขนาดนี้
เป่าให้ จะได้หายไวๆ จุนซูบอกก่อนเป่าลมออกมาเบาๆใส่รอยแดงบนหน้าผากของร่างสูง
เอ่อ...จุนซู ยูชอนเอียงตัวหลบก่อนลุกขึ้นจากโซฟาด้วยความตกใจ ใบหน้านั้นแดงจัด รู้สึกเหมือนแก้มร้อนผ่าว...
อะไรของนาย..นี่...ซื้อกางเกงตัวใหม่เหรอ? จุนซูที่เห็นกางเกงลายสวยของยูชอนทักขึ้นมา ก่อนเดินมาดูใกล้ๆ
อืม... ยูชอนได้แต่พยักหน้าน้อยๆ...ไม่รู้ว่าควรจะดีใจ...เสียใจ...หรือว่าอะไรดี
แล้วใส่นอนเนี่ยนะ? จุนซูถามยิ้มๆ เรียกให้ยูชอนตื่นจากความรู้สึกที่กำลังสับสนของตัวเอง...ไม่ต้องถามตัวเองอีกแล้วว่ารู้สึกยังไง...เจ็บ..คงเป็นความรู้สึกเดียวในตอนนี้...นายรู้มั้ยว่าฉันซื้อกางเกงตัวนี้เพื่ออะไร และเพื่อใคร...นายคงไม่รู้...เพราะสัญญาของเรา...นายยังจำมันไม่ได้เลย...
นี่ กินข้าวก่อนมั้ย เดี๋ยวปวดท้องนะ เมื่อเช้าแจจุงทำแกงกิมจิกับผัดผักไว้ แล้วก็หมูทอดก็มีนะ จุนซูเดินตรงไปที่ครัวแล้วร่ายรายการอาหารที่กินเมื่อเช้า ก่อนจะถือกับข้าวมาวางที่โต๊ะ
มาช่วยกันถือหน่อยสิ จุนซูบอกยูชอนที่ยืนเงียบอยู่ ร่างสูงพยักหน้าก่อนจะเดินไปช่วย

ยูชอน...นายผอมลงรึเปล่า? จุนซูถามร่างสูงที่นั่งอยู่ตรงข้ามก่อนจะตักแกงกิมจิที่อยู่ในถ้วยมากิน ยูชอนเงยหน้าขึ้นจากจานข้าว จุนซูยื่นมาไปหยิกแก้มคนตรงหน้าที่ทำหน้างงๆ
จริงๆด้วยนะเนี่ย จุนซูบอกก่อนปล่อยมือออกมา แล้วตักทั้งหมูทอดและผัดผักใส่ลงบนจานของยูชอน
....... ยูชอนพูดอะไรไม่ออก รู้สึกเหมือนไอร้อนวิ่งผ่านลำคอ จนต้องกลืนน้ำลายอย่างยากลำบาก...
ฮึก... น้ำใสๆหยดลงบนหลังมือของร่างสูง...
ยูชอน!! เป็นอะไรไป? จุนซูถามระล่ำระลักเมื่อเห็นว่าน้ำตาหยดแล้วหยดเล่าร่วงหล่นลงบนหลังมือนั้น ไหล่ของคนตรงหน้าสั่นสะท้านตามแรงสะอื้น
ไม่...ไม่มีอะไร...ฮึก...ไม่มีจริงๆ ยูชอนปฏิเสธทั้งๆที่น้ำตายังคงไหลอยู่
ยูชอน จุนซูเอื้อมมือไปแตะไหล่คนตรงข้ามไว้
อย่าจับ! ยูชอนปัดมือเล็กนั้นออก จุนซูมองคนตรงหน้าอย่างไม่เข้าใจ
ยูชอน... จุนซูมองร่างสูงที่ยืนมองหน้าเค้าทั้งน้ำตา ใบหน้าที่เคยร่าเริงนั้นกำลังเศร้าหมอง...
ขอโทษ... ยูชอนพูดเสียงเบาก่อนจะเดินไปออกไปจากตรงนั้น จุนซูได้แต่มองแผ่นหลังที่เดินจากไปนั้นอย่างไม่เข้าใจ...นี่เค้าทำอะไรผิดรึเปล่านะ...หรือว่า ยูชอนไม่ชอบหมูทอด เสียงปิดประตูหน้าบ้านดังปังทำให้จุนซูหลุดออกจากคำถามพวกนั้น...นี่ออกไปข้างนอกเหรอ?
ยูชอน! จุนซูเรียกชื่อร่างสูงไว้ ก่อนจะรีบลุกขึ้นแล้ววิ่งตามไป โดยไม่ลืมหยิบเสื้อกันหนาวสีขาวของยูชอนที่อยู่โซฟาตามออกไปด้วย จุนซูสวมรองเท้าแบบลวกๆ ก่อนหันไปเห็นรองเท้าที่อยู่ข้างๆ จุนซูถอนใจออกมาก่อนจะหยิบรองเท้าคู่นั้นไปด้วย มือเล็กนั้นเปิดประตูออกไป ตัวเลขสีแดงบนลิฟต์บอกว่าตอนนี้ลิฟต์อยู่ชั้น 5แล้ว จุนซูมองลิฟต์อย่างร้อนรน ก่อนจะตัดสินใจวิ่งลงไปทางบันไดหนีไฟที่อยู่อีกฝั่ง

ประตูลิฟต์เปิดออก ยูชอนเดินก้าวออกมาจากลิฟต์โดยไม่สนใจทุกสายตาที่กำลังจ้องมองเค้าอยู่ ใบหน้าที่เคยยิ้มแย้มให้ทุกคนที่อยู่ในอพาร์ทเมนท์นี้กลับเปรอะเปื้อนไปด้วยน้ำตา ร่างสูงเดินออกไปจากอพาร์ทเมนท์โดยไม่รู้สึกถึงอากาศที่หนาวเย็นภายนอก...
ร่างสูงเดินก้มหน้าก้มตาไปตามถนนที่เต็มไปด้วยผู้คน ไม่รู้ทำไมน้ำตามันถึงไม่ยอมหยุดไหลสักที...ไอ้ยูชอน...ไอ้งี่เง่า...จะร้องไห้ทำไม...แกยังเป็นผู้ชายอยู่มั้ย?!! จะร้องทำไมเรื่องแค่นี้...ก็แค่เค้าเป็นห่วงเรา...เหมือนที่เค้าห่วงคนอื่น...เหมือนเพื่อนคนอื่น...แค่เพื่อน...ยิ่งคิดน้ำตาก็ยิ่งไหลออกมาราวกับห้ามไม่ได้...
รู้ตัวอยู่แล้วว่าเป็นคนอ่อนไหว...แต่ไม่เคยคิดว่าตัวเองจะร้องไห้ออกมาต่อหน้าจุนซูแบบนั้น...
ร่างสูงเดินเลี้ยวเข้าไปในสวนสาธารณะ...ขาเพรียวนั้นก้าวไปเรื่อยๆราวกับคุ้นเคยกับสถานที่แห่งนี้เป็นอย่างดี...ร่างสูงเดินไปจนถึงมุมที่มาเป็นประจำ...ใช่แล้ว...ยูชอนมาที่นี่เสมอ...
โอย... จุนซูที่ผลักประตูหนีไฟออกมา หยุดยืนพักแล้วมองไปที่ลิฟต์ที่ตอนนี้อยู่ชั้น1 มีคนสองสามคนเดินเข้าไป...ไม่ทันเหรอเนี่ย?..
ยูชอนล่ะครับ? จุนซูเดินไปถามคนเฝ้าอพาร์ทเมนท์ จุนซูรู้สึกเหมือนหายใจไม่ทันเพราะว่าวิ่งลงมาตั้งแต่ชั้น 11 คนเฝ้าอพาร์ทเมนท์มองร่างเล็กที่หายใจหอบ ในมือถือเสื้อกันหนาวกับรองเท้าคู่นึง ก่อนจะชี้มือออกไปทางข้างนอก จุนซูมองตามมือไป...ออกไปข้างนอก?...ออกไปทั้งๆที่ไม่ใส่ทั้งรองเท้าทั้งเสื้อกันหนาวเนี่ยนะ...
ออกไปเมื่อกี้ครับ แล้วก็ไปทางซ้าย ทันทีที่ชายคนนั้นพูดจบ จุนซูก็วิ่งออกไปทันที....
ยูชอนนั่งลงบนพื้นหญ้าใต้ร่มไม้ ร่างสูงพิงตัวกับต้นไม้ก่อนหลับตาลงอย่างอ่อนล้า ปล่อยให้น้ำตาไหลรินลงมาเรื่อยๆ...
[ชื่อยูชอนเหรอ? ยินดีที่ได้รู้จักนะ ฉันชื่อ จุนซู คิมจุนซู] มือเล็กๆที่ยื่นมาตรงหน้า และรอยยิ้มที่ทำให้อดยิ้มตอบไม่ได้...นั่นที่ทำให้รู้สึกว่าคนตัวเล็กตรงหน้าน่ารัก...
ไม่รู้ว่าเพราะความเหงาที่ต้องจากครอบครัวมาไกล...หรือการที่ต้องอยู่ด้วยกันตลอดเวลากับเพื่อนๆในวง...หรือว่าทั้งสองอย่าง...แต่ไม่ว่าเพราะอะไรก็ตาม...พอมารู้ตัวอีกที...โลกของเค้าก็หมุนอยู่รอบคนตัวเล็กคนนั้น...คิม จุนซู
จุนซู คนตัวเล็กที่มีรอยยิ้มที่สดใส ราวกับพระอาทิตย์ที่โผล่พ้นขอบฟ้ายามเช้า...ไม่รู้ว่าเมื่อไรที่เอาแต่มองหาจุนซู...ไม่รู้ว่าเมื่อไรที่อยากจะนั่งใกล้ๆจุนซูตลอดเวลา...ไม่รู้ว่าเมื่อไรที่รัก...เสียจนเกินคำว่าเพื่อน...
อยากอยู่ใกล้ตลอดเวลา...และคำว่าเพื่อนก็ทำให้อยู่ใกล้ๆได้ตลอด...
อยากจับมือเล็กๆนั้นไว้...และคำว่าเพื่อนก็ทำให้ได้จับมือเล็กๆนั้นอย่างที่ต้องการ
อยากโอบกอด...และคำว่าเพื่อนก็ทำให้ได้โอบกอดร่างเล็กๆนั้นไว้ได้ทุกครั้ง...
อยากบอกว่ารัก...คำว่าเพื่อน กลับทำเป็นสิ่งเดียวที่ทำให้พูดคำนั้นออกไปไม่ได้...
ทั้งรอยยิ้ม...อ้อมกอด...ความห่วงใย...ความไว้ใจ...และความรักที่ได้รับจากจุนซู...เป็นเพียงแค่สิ่งที่เพื่อนมอบให้กันเท่านั้น...เหมือนกับที่จุนซูให้กับแจจุง...เหมือนกับที่จุนซูให้กับยุนโฮ...เหมือนกับที่จุนซูให้กับชางมิน...เหมือนเพื่อนทุกๆคน...
...มือเรียวนั้นเช็ดน้ำตาออกจากใบหน้าของตัวเองลวกๆ...ไม่รู้ว่าต้องทนกับความรู้สึกแบบนี้ไปอีกนานแค่ไหน...ยูชอนหลับตาลงช้าๆ...เหนื่อยเหลือเกิน...

กลับมาแล้ว แจจุงพูดขึ้นก่อนเดินเข้ามาในบ้าน ร่างบางเดินไปที่ห้องนอนทันที โดยมียุนโฮที่ถือของเดินตามมา
ยูชอน ตื่นรึยัง? มือเรียวเปิดประตูเข้าไป ไม่มีใครอยู่ในห้องแล้ว...ตื่นแล้วสินะ...
จุนซู ยูชอน ทำไมกินข้าวแล้วไม่เก็บ แจจุงบ่นทันทีที่เห็นว่ากับข้าวและจานข้าวของทั้งสองคนยังอยู่บนโต๊ะ...ร่างบางถอดเสื้อกันหนาวสีดำพาดกับโซฟาสีขาวสะอาดไม่มีเสียงตอบกลับมา
อยู่ในห้องทำงานกันมั้ง ยุนโฮว่าก่อนวางของทั้งหมดลงบนเคาน์เตอร์ในครัว
ยูชอน... แจจุงเดินไปที่ห้องทำงาน ก่อนเปิดประตูเข้าไป เพื่อเรียกใครบางคนที่มักจะอยู่ในห้องนี้เสมอ..แต่ห้องนั้นกลับว่างเปล่า...หรือว่าอยู่กับจุนซู? แจจุงคิดก่อนเดินไปที่ห้องทำงานอีกห้องนึง...
ไปไหนกันหมดเนี่ย? แจจุงบ่นพึมพำเมื่อห้องทำงานอีกห้องก็ไม่มีใครอยู่ แจจุงเดินกลับไปที่ห้องครัวอีกครั้งเห็นยุนโฮกำลังยืนกินน้ำอยู่
ไม่มีใครอยู่เลย...ไม่มีโน้ตทิ้งไว้ด้วย แจจุงบอกสีหน้ากังวล...ปกติแล้วถ้าจะออกไปข้างนอกก็น่าจะทิ้งโน้ตไว้บ้าง...อย่างน้อยๆยูชอนก็จะต้องเขียนข้อความเพื่อบอกเค้าแน่ๆ...
ลองโทรหาดีมั้ย อาจจะลงไปหาอะไรกินที่คาเฟ่ข้างล่าง ยุนโฮบอกก่อนหยิบมือถือออกมาจากกระเป๋ากางเกงแล้วกดโทรหาจุนซู...เสียงโทรศัพท์ดังอยู่ใกล้ๆ แจจุงหันไปหาต้นเสียง
ลืมโทรศัพท์ไว้ที่โซฟาน่ะ ลองโทรหายูชอนดูสิ ยุนโฮพยักหน้าก่อนกดโทรหาเพื่อนอีกคน...เสียงโทรศัพท์ดังอยู่ในห้องนอน แจจุงเดินไปหยิบโทรศัพท์มาก่อนจะถอนใจออกมาดังๆ
นี่พวกเค้าเป็นอะไรกัน ไม่มีใครเอามือถือไปสักคน ฉันว่าเราออกไปตามหากันเถอะ แจจุงเสนอความคิด รู้สึกเป็นห่วงเพื่อนสองคน
ใจเย็นก่อน บางทีอาจจะแค่ลงไปข้างล่างก็ได้ เดี๋ยวเรารอก่อนดีกว่า ยุนโฮบอกก่อนมองไปที่นาฬิกา...บ่าย 2โมง...
ยุนโฮ ออกไปตามหาเถอะ ฉันสังหรณ์ใจยังไงไม่รู้ แจจุงบอกคนรักสีหน้ากังวล ยุนโฮถอนใจออกมา
เอางี้...ฉันจะออกไปหากับผู้จัดการ แจจุงรออยู่ที่ห้อง เผื่อว่าสองคนนั้นกลับมาที่ห้อง ยุนโฮบอกแจจุงพยักหน้า ทั้งๆที่ในใจอยากจะออกไปหาด้วย ร่างสูงเดินไปหยิบเสื้อกันหนาวที่ตัวเองพึ่งถอดมาสวมไว้อีกครั้ง เห็นสีหน้าแจจุงแล้วก็ยิ้มออกมาน้อยๆ ร่างสูงเดินไปใกล้ๆคนรักก่อนจูบหน้าผากเนียนนั้นอย่างแผ่วเบา
ไม่ต้องกังวลหรอก สองคนนั้นไม่เป็นอะไรหรอก ยุนโฮบอกก่อนจะเดินออกจากห้องไปโดยมีแจจุงเดินตามไปส่งที่ประตู...

ไปไหนของเค้าเนี่ย? จุนซูพึมพำเมื่อรู้สึกว่าเดินมาจนเมื่อยไปหมดแล้ว ร่างเล็กหอบหายใจน้อยๆก่อนมองไปรอบๆ เค้าเดินวนไปวนมาแถวนี้หลายรอบแล้ว...นี่เค้าเดินหายูชอนมานานแค่ไหนแล้วเนี่ย รู้แค่ตอนนี้ปวดขาไปหมดเลย จุนซูนั่งลงที่เก้าอี้ตัวยาวที่อยู่ริมถนน ก่อนทุบขาตัวเองเบาๆ...อากาศหนาวจนต้องกระชับเสื้อกันหนาวตัวหนาให้แน่นเข้าอีก...ก้มลงมองเสื้อกันหนาวกับรองเท้าของยูชอนที่วางไว้บนตัก
เป็นอะไรของเค้านะ... จุนซูพึมพำ...คิ้วเรียวนั้นขมวดมุ่นราวกับกำลังใช้ความคิด...ยูชอนร้องไห้ทำไมนะ? ถึงยูชอนจะเป็นคนอ่อนไหว...แต่ก็คงไม่มากขนาดที่จะร้องไห้ออกมาโดยไม่มีเหตุผลหรอกมั้ง...หรือว่ามีเรื่องอะไรในใจ...หรือว่าเค้าทำอะไรให้ไม่พอใจรึเปล่า?...แต่ก็ไม่น่าจะร้องไห้นี่นา...
นั่น เซียนี่..เซียจริงๆด้วย เสียงของเด็กสาววัยรุ่นที่ยืนอยู่ไม่ไกลนักทำให้จุนซูหันกลับไปมอง...แต่ไม่ทันที่จะลุกขึ้นหรือว่าหาอะไรมาบังหน้าตา เด็กสาวกลุ่มนั้นก็วิ่งเข้ามาตรงหน้าซะแล้ว
เซียคะ ขอลายเซ็นหน่อยได้มั้ยคะ?
เซียน่ารักมากเลย
เซียขอถ่ายรูปหน่อยได้มั้ยคะ?
เด็กสาว 5-6 คน พูดพร้อมกันไปหมด แถมทั้งกระดาษทั้งมือถือที่ถูกยกขึ้นมาทำเอาจุนซูงงไปหมดไม่รู้ว่าควรจะยิ้มก่อนหรือว่าเซ็นลายเซ็นก่อน เสียงกรี๊ดกร๊าดและการเข้ามามุงทำให้จุนซูกลายเป็นเป้าสายตาของทั้งคนทั่วไป และแฟนเพลงกลุ่มอื่น
อ๊ะ นั่นเซียจุนซูนี่นา ไปเร็วๆ เสียงเด็กสาวอีกหลายคนเรียกเพื่อนที่กำลังจะเดินไปให้กลับมา ตอนนี้จุนซูตกอยู่ในสภาพที่เรียกว่าขยับไปไหนก็ไม่ได้ ทำอะไรก็ไม่ได้ ทำได้แค่ยิ้มกับบอกขอบคุณ และเซ็นลายเซ็นเท่านั้น...และดูเหมือนข่าวว่าเซียจุนซูแห่งวงดงบังชินกิกำลังยืนอยู่ตรงนี้จะแพร่กระจายอย่างรวดเร็ว...คนที่เริ่มมากขึ้นทำให้จุนซูควบคุมสถานการณ์ไม่ได้
จุนซู!! เสียงเรียกที่คุ้นหูดังขึ้นจากถนน จุนซูหันไปเห็นเป็นยุนโฮก็ดีใจจนแทบร้องไห้ออกมา สต๊าฟหลายคนลงมาจากรถ ก่อนจะลากเอาตัวจุนซูไปจากกลุ่มแฟนเพลงกลุ่มใหญ่
ยุนโฮ จุนซูโผเข้าใส่ยุนโฮทันทีที่ขึ้นมาบนรถได้ ยุนโฮบอกให้คนขับรถออกรถทันทีก่อนจะกอดตอบร่างเล็กแล้วถอนใจออกมาอย่างโล่งอก
ขอบคุณมาก ถ้านายไม่มาฉันตายแน่ๆจุนซูพูดเสียงสั่น...แค่แฟนเพลงสองสามคนเค้าพอรับไหว แต่ว่าจำนวนเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ แล้วแฟนเพลงไม่ใช่ว่าทุกคนจะดีเหมือนกันหมด...ยุนโฮจับแขนร่างเล็กก่อนมองดูตามเนื้อตัว ค่อยยังชั่วที่ใส่เสื้อแขนยาว
นี่เราไปทำอะไรตรงนั้น ยุนโฮถามก่อนบอกให้ผู้จัดการโทรหาแจจุงเพื่อบอกว่าเจอจุนซูแล้ว
ฉันออกมาหายูชอน... จุนซูบอกก่อนจะเช็ดน้ำตาบนใบหน้าออก
แล้วยูชอนไปไหน? ยุนโฮถามก่อนมองไปที่เสื้อกันหนาวสีขาวของยูชอน
ฉันไม่รู้...อยู่ๆเค้าก็วิ่งออกไปจากห้อง เสื้อกันหนาวกับรองเท้าก็ไม่ใส่ ฉันเลยรีบตามออกมา...อ๊ะ...เสื้อกันหนาวกับรองเท้า.. จุนซูหยุดเล่าก่อนมองหาของของยูชอนอย่างร้อนรน
คงหล่นไปตอนที่ออกมาจากกลุ่มแฟนเพลงครับ สต๊าฟคนนึงบอก จุนซูปล่อยโฮออกมาอีกครั้ง
โฮ...ยูชอนโกรธฉันอีกแน่เลย...ยุนโฮ จุนซูร้องไห้เสียงดัง ถ้ายูชอนโกรธเค้าถึงได้ออกมาจากห้อง นี่ยูชอนต้องโกรธเค้ามากแน่ๆเพราะว่าทำทั้งรองเท้าแล้วก็เสื้อกันหนาวของยูชอนหายไปอีก
ไม่เป็นไรๆ หมอนั่นไม่โกรธหรอก ยุนโฮได้แต่ลูบหัวจุนซูก่อนดึงคนตัวเล็กมากอดไว้อย่างปลอบโยน...จุนซูคงเสียขวัญที่โดนแฟนเพลงมากขนาดนั้นรุมอยู่คนเดียว...แล้วนี่ยูชอนเค้าไปไหนของเค้านะ?
ฉันว่าให้พวกสต๊าฟลงไปตามหายูชอนดีกว่านะ เค้าอาจจะอยู่แถวๆนี้ แล้วเดี๋ยวเราพาจุนซูไปส่งแล้วก็วนรถกลับมาดีกว่ามั้ย? ผู้จัดการหันมาถามจากเบาะคู่คนขับ
ครับ ผมว่าแบบนั้นดีกว่า ยุนโฮเห็นด้วย
สต๊าฟ ถ้าใครเจอยูชอนแล้วรถกลับมาไม่ทันให้พาขึ้นแท็กซี่ไปก่อนเลยนะ แล้วก็โทรมาแจ้งด้วย ผู้จัดการหันไปบอกสต๊าฟทุกคน ก่อนบอกให้คนขับรถจอดรถเพื่อให้สต๊าฟทุกคนลงไปตามหายูชอน
รบกวนด้วยนะครับ ยุนโฮโค้งเล็กน้อยตามมารยาทก่อนจะมองออกไปข้างนอกกระจกรถ...
ยุนโฮ ฉันอยากไปหายูชอนด้วย คนตัวเล็กโวยวาย
นายกลับบ้านไปก่อน เดี๋ยวก็โดนแฟนเพลงรุมอีกหรอก เมื่อกี้ถ้าไปไม่ทันจะแย่ขนาดไหนลองคิดดูนะ? แล้วนี่ทำไมพอยูชอนออกจากบ้านทำไมไม่รีบโทรบอกพวกฉัน ยุนโฮร่ายพระเวทย์ชุดใหญ่ ราวกับวิญญาณของแจจุงมาเข้าสิง จนจุนซูไม่กล้าเถียง
ก็ฉันตกใจ อยู่ๆยูชอนก็ออกไปจากห้องแบบนั้น จะให้ฉันทำยังไงเล่า จุนซูบอกก่อนจะเริ่มร้องไห้ออกมาอีกครั้ง...ยุนโฮบ้าคนยิ่งกลุ้มๆอยู่ด้วย
ขอโทษทีๆ ฉันไม่ได้ตั้งใจจะว่านาย ยุนโฮได้แต่กอดเจ้าตัวเล็กแล้วลูบผมอย่างอ่อนโยนแทนคำขอโทษ...ยูชอนไปไหนของเค้านะ...

เสียงเปิดประตูทำให้แจจุงที่นั่งมองนาฬิกาอย่างกังวลเด้งตัวออกจากโซฟาแล้วรีบวิ่งไปที่ประตูทันที
ยุนโฮ จุนซู! แจจุงเรียกชื่อทั้งสองคนที่อยู่หน้าประตูก่อนรีบตรงเข้าไปกอดคนตัวเล็กไว้ทันที
ไปอยู่ไหนมา รู้มั้ยฉันเป็นห่วงแทบแย่ แจจุงบ่นทันทีที่คลายอ้อมกอดออก
..... ไม่ทันทีจุนซูจะตอบอะไรออกมา
แล้วยูชอนล่ะ? แจจุงถามหาอีกคนที่น่าจะกลับมาด้วยกัน
ยังหาไม่เจอ แต่ว่าให้สต๊าฟไปตามหาแล้ว ยุนโฮตอบ
แจจุง งั้นฉันไปนะ เดี๋ยวจะเอารถไปรับยูชอน ยุนโฮบอก แจจุงพยักหน้าเล็กน้อย ยุนโฮยิ้มให้คนรักสบายใจก่อนจะเดินออกไปอีกครั้ง พอประตูปิดลง สีหน้าของแจจุงก็กลับมากังวลอีกครั้ง
แจจุง ฉันขอโทษ...ฉันตามหายูชอนไม่เจอ... จุนซูเริ่มเสียงสั่นอีกครั้ง เมื่อเห็นสีหน้ากังวลใจของแจจุง แจจุงหันกลับไปก่อนกอดจุนซูไว้
ไม่เป็นไรๆ...เดี๋ยวยูชอนก็กลับมา...จุนซูไปล้างหน้าล้างตาก่อนนะ แจจุงลูบผมคนตรงหน้าก่อนพาไปล้างหน้าล้างตา อดไม่ได้ที่จะสงสารคนตัวเล็กตรงหน้า...แจจุงใช้ผ้าชุบน้ำเช็ดหน้าเช็ดตาให้จุนซูอย่างอ่อนโยน ก่อนจะบอกให้จุนซูไปนอนพัก....
นอนพักเถอะนะ...เดี๋ยวยุนโฮก็ไปรับยูชอนมาแล้ว แจจุงบอกจุนซูที่นอนอยู่บนเตียงอย่างอ่อนโยน...
ไม่เป็นไรแจจุง ฉันอยากรอยูชอนก่อน จุนซูบอกสีหน้านั้นเริ่มงอแงอย่างเห็นได้ชัด แจจุงมองลึกลงไปในดวงตาสีน้ำตาลเข้มของจุนซู...แจจุงทำแบบนี้เสมอเวลาที่ต้องการจะรู้ว่าอีกฝ่ายคิดอะไร....
....มีอะไรเหรอ? จุนซูถามเมื่อเห็นว่าแจจุงจ้องหน้าเค้านิ่ง
เปล่า ไม่มีอะไร...พักเถอะ เดี๋ยวจะไม่สบาย แจจุงบอกก่อนห่มผ้าให้จุนซูที่ตอนนี้ทำสีหน้าเหมือนไม่ได้อยากนอนเลยสักนิด...แจจุงหันกลับไปมองที่เตียงของยูชอนที่อยู่อีกฝั่ง...เค้าไม่รู้ว่าจุนซูรู้สึกยังไงกับยูชอนกันแน่...
นี่...จุนซู...สำหรับนาย..ยูชอน.... แจจุงตัดสินใจถามออกมาแต่รู้สึกเหมือนเสียงของตัวเองเบาลงเรื่อยๆจนแทบไม่ได้ยิน สุดท้ายแล้วคำถามที่อยากจะถามออกไปกลับกลายเป็นแค่เสียงเบาราวกับเสียงกระซิบ...
ฉัน...ทำไมเหรอ? จุนซูถามอย่างสงสัย แจจุงดูเหมือนมีอะไรอยากจะพูดกับเค้า
ไม่มีอะไร ฉันจะไปทำกับข้าวรอพวกยุนโฮกลับมา นายก็นอนซะนะ แจจุงตัดบทก่อนจะลุกขึ้นแล้วเดินออกจากห้องนอนไป...

ปาร์คยูชอน เชื่อฉันสิ นายกำลังมีความรัก แจจุงบอกทันทีที่ฟังเรื่องทั้งหมดจบ ยูชอนทำสีหน้าตกใจเล็กน้อย เค้าแค่บอกว่าเค้าจะใจเต้นเวลาที่อยู่กับจุนซู แล้วก็เหงื่อออกมากเวลาที่จุนซูอยู่ใกล้ๆ...ถึงจะยังไม่ได้บอกชื่อของคนตัวเล็กออกไปก็เถอะ....แต่ว่า...ความรักเลยเหรอ?...ไม่ใช่ว่าไม่เคยมีความรัก...อยู่ที่อเมริกามีแฟนมานับไม่ถ้วน แต่กับคนตัวเล็กนี่...ไม่เหมือนทุกครั้ง...รู้สึกต่างออกไป...มันลึกซึ้งและมากกว่าที่เคยเป็นมา...
บอกมาเลยนะว่า ใคร? แจจุงยื่นหน้ามาใกล้เสียจนเกือบชิดก่อนยิ้มกว้าง สีหน้าเจ้าเล่ห์นั้นเหมือนจะมีความสุขที่จะได้แกล้งคน
มะ มะ..ไม่มี ฉันถามเฉยๆ ยูชอนบอกใบหน้านั้นแดงจัดขึ้นมา จนแจจุงระเบิดหัวเราะเสียงดัง
บอกมาเลย คิดจะปิดบังคิมแจจุงคนนี้เหรอ? แจจุงกอดคอเค้าไว้แน่นราวกับว่าถ้าไม่บอกฉันจะหักคอนายซะ
เอ่อ... ไม่ทันที่ยูชอนจะพูดอะไรออกมา
จุนซูเหรอ? แจจุงถามออกมาสีหน้าเรียบเฉย...ถ้าเค้าคิดไม่ผิด...คนที่เจ้ายูชอนพูดถึงต้องเป็นจุนซูแน่ๆ...
ไม่ใช่...ไม่ใช่จุนซู ยูชอนตัดสินใจโกหกทั้งๆที่รู้ว่าแจจุงอาจจะจับได้ก็ได้
งั้นฉันคงสังหรณ์ผิด...ฉันแค่รู้สึกว่าเวลานายมองจุนซูน่ะ...นายเหมือนกับเป็นคนละคน...ไม่รู้สินะ...ฉันคิดว่านายคิดว่าจุนซูเป็นคนสำคัญซะอีก แจจุงพูดไปกินขนมที่อยู่บนโต๊ะไปด้วย คำพูดที่ดูเหมือนจะไม่ติดใจอยากรู้นี่แหละ ที่จะทำให้อีกคนยอมพูดออกมา....ทำไมเค้าจะดูไม่รู้ว่าคนตรงหน้าคิดยังไงกับเพื่อนตัวเล็กของเค้า...ยูชอนจะยิ้มเสมอเวลาที่อยู่กับจุนซู...แววตาที่ดูอ่อนโยนของร่างสูงราวกับมีไว้ให้คนตัวเล็กเท่านั้น...ยูชอนที่มองจุนซูแทบจะตลอดเวลา...นี่ยูชอนคงไม่รู้ตัวเลยสินะว่าตัวเองแสดงอาการอะไรออกมาบ้าง...?
แจจุง...จุนซูจะรู้มั้ย?... ยูชอนที่นั่งอยู่ข้างๆถาม...รู้สึกเหมือนหน้าชาไปหมด...ถ้าแจจุงรู้แล้วจุนซูล่ะ...
ยูชอน... แจจุงเอื้อมมือไปแตะที่ไหล่ของคนตรงหน้า ยูชอนดูนิ่งไป
จุนซูจะรู้มั้ย? จุนซูเค้ารู้รึเปล่า? ยูชอนถามแจจุง มือเรียวนั้นจับที่แขนของแจจุงแน่น...แจจุงมองหน้าที่จวนเจียนจะร้องไห้ของยูชอน...แจจุงรั้งร่างสูงมากอดไว้ รู้สึกได้ถึงแรงสั่นสะท้านของคนในอ้อมกอด
เค้าไม่รู้หรอก...ไม่ต้องกังวลนะ... แจจุงลูบผมของยูชอนอย่างอ่อนโยน...นี่นาย..รักจุนซูมากขนาดนี้เลยเหรอ?...
แจจุง ฉันไม่อยากให้มันเป็นแบบนี้...ฉันอยากกลับไปเป็นเหมือนเดิม... เสียงสะอื้นที่เศร้าโศกของยูชอนทำให้แจจุงโอบร่างสูงแน่นขึ้นอีก ไม่มีคำพูดใดๆหลุดออกมาอีก...มีเพียงเสียงสะอื้นของยูชอนเท่านั้นที่ดังอยู่ในห้อง....
ติ๊งง...เสียงเตาอบปลุกให้แจจุงตื่นจากอดีตเมื่อสองปีก่อน...
ถึงยูชอนจะบอกว่าอยากจะกลับไปเป็นเหมือนเดิม...แต่ยิ่งเวลาผ่านไปนานเท่าไร ความรู้สึกของยูชอนก็ยิ่งเพิ่มมากขึ้น...ยิ่งรักมากขึ้นเท่าไรก็ยิ่งเจ็บปวดมากขึ้นเท่านั้น...
แต่ความรักไม่ใช่ความรู้สึกที่ห้ามกันได้ง่ายๆ...เพราะฉะนั้นสิ่งที่เพื่อนอย่างพวกเค้าทำได้ก็มีแค่คอยดูอยู่ห่างๆเท่านั้น....
ร่างบางเปิดเตาอบก่อนจะหยิบจานกับข้าวออกมาวางไว้ข้างนอก...ก่อนมองไปที่นาฬิกา 5โมงเย็นแล้ว.
ทำไมยังไม่กลับกันมาอีกนะ... แจจุงพึมพำสีหน้ากังวลก่อนจะเดินไปหยิบโทรศัพท์เพื่อโทรหาคนรัก..
Aisenai kimi dakedo boku wa mada shinjiteru
Itsu no hi ka i-o-v-e kimi ni tsutaetai
[ผมรักคุณไม่ได้ คุณผู้เดียวทำผมไม่เชื่อใจตัวเองอีกต่อไป
ซักวัน ผมอยากจะบอกคุณว่า ผม รัก คุณ]
เพลงที่ราวกับจะบอกถึงความรู้สึกของคนร้องได้เป็นอย่างดีถูกถ่ายทอดออกมาจากร่างสูงที่ตอนนี้ก็ยังคงนั่งอยู่ที่เดิม...ยูชอนมองขึ้นไปท้องฟ้ากว้าง แสงไฟจากตึกสูงทำให้มองเห็นดวงดาวไม่มากนัก...ตอนนี้ท้องฟ้ามืดแล้ว...รู้สึกถึงอากาศที่หนาวขึ้นเสียจนแทบจะขยับตัวไม่ได้...ยูชอนก้มลงมองตัวเองที่ใส่เพียงเสื้อแขนยาวตัวบางรองเท้าก็ไม่ได้ใส่...ไม่รู้ว่าตัวเองมาทำอะไรอยู่ที่นี่...
ตลอดเวลาหลายชั่วโมงมานี้...เค้าได้แต่นั่งเฉยๆ...ปล่อยให้น้ำตามากมายไหลลงมาอย่างไร้ค่า...คิดถึงความทรงจำต่างๆ....ทำตัวเหมือนคนอกหักไปได้....ยูชอนแค่นหัวเราะออกมาราวกับจะหัวเราะเยาะตัวเอง...หัวเราะเยาะในความอ่อนแอของตัวเอง
...ร่างสูงลุกขึ้นก่อนเดินไปที่สระน้ำสระน้ำขนาดกลางไม่ใหญ่มากนัก แสงไฟจากเสาไฟทรงสวยทำให้รอบๆสระดูสว่างกว่าบริเวณอื่นๆ ยูชอนนั่งลงบนเก้าอี้ไม้ตัวยาวที่อยู่ริมสระ อากาศที่หนาวเย็นทำให้ยูชอนต้องนั่งกอดเข่าเพื่อบรรเทาความหนาว...ยูชอนวางคางลงบนเข่าของตัวเองก่อนมองออกไปข้างหน้า....สุดท้ายเค้ามาอยู่ที่นี่จนได้...ราวกับถูกดึงดูดจากความทรงจำ...ที่มีค่า...
วันนั้นเป็นวันอากาศร้อนวันนึง พวกเค้ามาถ่ายทำรายการนึงใกล้ๆสวนนี้ พอมีเวลาพักพวกเค้า5คนเลยมานั่งพักกันที่นี่...ชางมินกำลังอ่านหนังสืออยู่ที่ใต้ต้นไม้เพราะว่าวันต่อไปมีสอบ จุนซูกำลังนั่งกินขนมของชางมินอยู่
ส่วนยุนโฮกำลังนอนหลับอยู่โดยอาศัยตักแจจุงแทนหมอน...ยูชอนมองอย่างหมั่นไส้เล็กน้อย...ก่อนจะหยิบหินที่อยู่ใกล้ๆตัว เขวี้ยงออกไปที่ผืนน้ำตรงหน้า ขณะที่กำลังคิดอะไรเพลินอยู่ๆก็แทบจะตกลงไปในสระด้วยการวิ่งเข้าชนของใครบางคน
ยูชอน สอนฉันหน่อยสิ เสียงใสๆนั้นพูดขึ้น ยูชอนหันไปมองจุนซูงงๆ
สอนอะไร? ยูชอนถามเสียงสงสัย
ก็เมื่อกี้ไง ที่ยูชอนโยนหินไง ที่ทำให้หินมันกระโดดบนน้ำน่ะ จุนซูพยายามอธิบายพร้อมทำท่าทางประกอบอย่างตื่นเต้น
อ่อ...แบบนี้น่ะเหรอ? ยูชอนถามก่อนโยนหินอีกก้อนที่อยู่ในมือไปบนน้ำ หินไม่จมลงไปในน้ำทันที แต่กระเทินอยู่บนผิวน้ำหลายครั้งก่อนจะจมลงไป
แบบนั้นล่ะๆๆๆ น้ำเสียงนั้นราวกับเด็กๆที่ตื่นเต้นเวลาเห็นของเล่นที่ถูกใจ
น้าๆๆ สอนหน่อยน้า มือเล็กๆนั้นเขย่าแขนของยูชอนแทนการอ้อน
อ่ะ...อืม ได้สิ ยูชอนพยักหน้ารับ จุนซูยิ้มกว้างแทนการขอบคุณ...ยูชอนได้แต่มองไปทางอื่นแทน คนตัวเล็กไม่ได้สนใจกับสิ่งที่ตัวเองทำไปเมื่อกี้แต่นั่งลงเก็บหินขึ้นมาหลายก้อน
ก็จุนซูต้องเลือกหินที่แบนๆหน่อย ยูชอนบอก จุนซูแบมือทั้งสองข้างที่มีหินอยู่แล้วยื่นให้ยูชอนเป็นคนเลือก มือเรียวค่อยๆหยิบหินสองสามก้อนออกมาจากมือเล็กๆทั้งสองข้างนั้น
พวกนี้ใช้ได้ ยูชอนบอกจุนซูปล่อยหินที่เหลือลงที่พื้นก่อนจะรับหินมาจากมือของยูชอน แล้วยืนรอให้ยูชอนสอน
แล้วนายก็ร่อนหินออกไปแบบนี้ ยูชอนทำให้คนตัวเล็กดู จุนซูมองมือของยูชอนอย่างตั้งอกตั้งใจเสียจนยูชอนแอบยิ้มออกมาในความน่ารักของคนตรงหน้า
ลองทำดูสิ ยูชอนบอกจุนซูพยักหน้าก่อนจะลองดูบ้าง...ต๋อม...หินจมหายลงไปทันที เจ้าตัวเล็กหันมามองหน้ายูชอนพร้อมคำถามบนใบหน้าทันที
ลองดูใหม่สิ เมื่อกี้นายอาจจะโยนแรงเกินไปก็ได้ ยูชอนบอกจุนซูพยักหน้าก่อนจะลองโยนใหม่อีกครั้ง ต๋อม...เหมือนเดิม ยูชอนพยักหน้าเล็กน้อยแทนคำบอกที่ว่าให้คนตัวเล็กลองดูใหม่
สอนหน่อยสิๆๆ จุนซูบอกก่อนจับมือของยูชอนให้มาจับมือของตัวเองไว้ ยูชอนชะงักไปเล็กน้อยก่อนจะโอบแขนอ้อมไปด้านหลังของคนตัวเล็ก ทั้งๆที่เค้าเองก็เคยสอนน้องชายของเค้าให้ทำแบบนี้เหมือนกัน...แต่เค้ารู้สึกว่าใจเต้นแรงจนแทบจะหลุดออกมาจากอก...กลิ่นหอมอ่อนๆของคนตัวเล็กทำให้อยากจะก้มลงไปสัมผัสเบาๆที่แก้มใสนั้น
ยูชอน! จุนซูเรียกร่างสูงที่ตอนนี้เอาแต่จ้องหน้าเค้าอยู่...ยูชอนตื่นจากภวังค์ก่อนจะรีบทำสีหน้าให้ปกติ
นี่ๆ โยนแบบนี้ ยูชอนจับมือเล็กๆนั้นอย่างแผ่วเบา ก่อนจับมือนั้นขว้างหินออกไป...ไม่รู้ว่ารู้สึกไปเองรึเปล่าว่ามือนั้นทั้งนุ่มและอุ่น...จุนซูมองก้อนหินที่อยู่บนผิวน้ำจนจมหายลงไป
อ้อ...แบบนี้นี่เอง จุนซูพึมพำ ก่อนจะวิ่งออกจากอ้อมแขนนั้นแล้วไปเก็บหินที่อยู่รอบๆสระ ยูชอนได้แต่มองตามไปก่อนจะยิ้มออกมาบางๆ...ก่อนจะรีบหุบยิ้มเมื่อได้ยินเสียงกระแอมแซวจากแจจุงที่นั่งอยู่ใต้ต้นไม้
อะไรติดคอเหรอแจจุง? ยูชอนตะโกนถามแจจุงที่นั่งหัวเราะคิกคักอยู่กับยุนโฮสองคน
ความรักติดคอ ข้อความที่อ่านได้จากปากของแจจุงทำให้อยากจะโยนหินสักก้อนลงไปตรงนั้นจริงๆ ก่อนที่จะได้ทำอย่างที่กำลังคิดอยู่ ก็ถูกสะกิดโดยคนตัวเล็ก ยูชอนรีบหันกลับไปยิ้มให้ แต่หน้าตาคนตรงหน้าดูไม่ยิ้มเท่าที่ควร
มันโยนไม่ได้น่ะ จุนซูบอกก่อนลองโยนให้ยูชอนดู ยูชอนพยักหน้าเป็นเชิงว่าให้จุนซูลองอีกครั้ง...เป็นแบบนั้นจนกระทั่ง....
ไม่เอาแล้ว จุนซูบ่นออกมาเหมือนเด็กๆ เมื่อโยนหินจนแทบจะไม่เหลือหินแล้วแต่ก็ยังไม่สำเร็จสักที อะไรมันจะยากแบบนี้นะ ยูชอนมองใบหน้านั้นก่อนจะหัวเราะออกมาเบาๆ
ขำอะไร? จุนซูโวยวาย
เปล่าๆ ขำนกน่ะ ยูชอนบอกก่อนชี้ไปบนฟ้าที่ไม่มีนกสักตัวเดียว
ไอ้ยูชอนบ้า หยุดหัวเราะเลยนะ! มือเล็กๆนั้นผลักที่อกของร่างสูงแรงๆ จนยูชอนเซจะตกลงไปในน้ำ
ยูชอน ระวัง! มือเล็กๆของจุนซูรีบเอื้อมไปดึงแขนของร่างสูงไว้ แต่เพราะว่าไม่ทันตั้งตัวเลยทำให้...
ตูม!! ทั้งสองคนตกลงไปในน้ำทั้งคู่...ยูชอนลุกขึ้นยืนก่อนจะดึงแขนจุนซูให้ลุกขึ้นด้วย
โชคดีนะที่น้ำไม่ลึกมาก จุนซูถอนใจออกมาก่อนลูบหน้าลูบตา
ฉันว่าโชคไม่ดีเท่าไรแล้วล่ะ ยูชอนพูดเสียงเบาจุนซูมองอย่างงงๆ ก่อนจะหันตามไป....
ยูชอน จุนซู!!! ลงไปทำอะไรในนั้นฮะ? แล้วชุดนั้นยังต้องใช้ถ่ายทำอีกนะ....บลาๆๆๆๆ สารพัดคำบ่นที่แจจุงจะคิดได้ถูกถ่ายทอดออกมาทั้งหมด ตั้งแต่พวกเค้าแช่อยู่ในน้ำนั้น สต๊าฟช่วยขึ้นมาแล้ว จนเช็ดเนื้อเช็ดตัวจนแห้งแล้ว...เรียกว่าโดนแจจุงร่ายพระเวทย์ชุดใหญ่ที่สุดตั้งแต่เคยโดนมาเลยก็ว่าได้....
ฮะฮะ.. ยูชุนหัวเราะออกมาเบาๆ...ไม่ว่าเมื่อไรที่คิดถึงเรื่องนี้ก็ต้องหัวเราะออกมา...ความทรงจำเล็กๆที่มีความสุข...นั่นเป็นครั้งแรกที่จุนซูกับเค้าอยู่ใกล้กันนานๆ...นั่นเป็นครั้งแรกที่ถึงจะถูกด่าว่าไอ้บ้าเค้ากลับรู้สึกมีความสุขอย่างประหลาด...เค้าคงบ้าไปแล้วจริงๆ
ฮะ...บ้าชะมัด ยูชอนแค่นหัวเราะ...ใช่...เค้าคงบ้าไปแล้ว...ทำไมนะ...รู้สึกเหมือนสิ่งเดียวในร่างกายของเค้าที่ทำงานได้อย่างไม่มีวันเหน็ดเหนื่อยก็คือต่อมน้ำตายูชอนคิดก่อนจะเช็ดน้ำตาที่ไหลลงมาอย่างลวกๆ ก่อนจะซุกหน้าลงกับเข่าของตัวเองเงียบๆ.....
แกร่ก เสียงเปิดประตู ทำให้แจจุงที่กำลังนั่งจ้องไปที่นาฬิกาบนผนังอย่างเอาเป็นเอาตาย ลุกจากโซฟาก่อนจะวิ่งไปที่ประตูทันที
ยุน....ชางมิน แจจุงเรียกชื่อคนที่อยู่ตรงหน้าเบาๆ
กลับมาแล้วครับ พี่แจจุง มีอะไรให้ผมกินบ้างมั้ยครับเนี่ย ผมหิวจะแย่แล้ว ชางมินถามหลังจากถอดรองเท้าเรียบร้อยแล้ว
อืม พี่ทำอาหารเย็นเสร็จแล้วล่ะ ไปกินก่อนก็ได้ แจจุงบอกก่อนพยายามยิ้มให้ชางมินแล้วเดินนำไปที่ครัว
ทำไมกลับค่ำจัง? แจจุงถาม
พอดีวันนี้มีเรียนเพิ่มน่ะครับ แล้วพวกพี่ยุนโฮล่ะฮะ? ชางมินตอบก่อนถามออกมา เมื่อมองไปรอบๆแล้วรู้สึกว่าวันนี้บ้านเงียบผิดปกติ ไม่มีแม้แต่เสียงเพลงจากเครื่องเล่นซีดีของยูชอน
เอ่อ พวกเค้าออกไปหายูชอนกันน่ะ แจจุงตอบก่อนพยายามทำสีหน้าให้ปกติ ก่อนหันไปมองเมื่อเห็นว่าจุนซูเดินออกมาจากห้องนอน...ตอนแรกจุนซูทำท่าจะไม่ยอมนอนแต่สุดท้ายเพราะฤทธิ์ยาแก้ไข้ที่แจจุงให้กินกับความเหนื่อยล้าก็ทำให้เจ้าตัวเล็กหลับไปอย่างง่ายดาย..
พี่จุนซู หวัดดีฮะ ชางมินทักจุนซูที่เดินไปนั่งที่โซฟาเงียบๆ จุนซูหันกลับมายิ้มบางๆก่อนจะมองไปที่นาฬิกาเหมือนที่แจจุงทำเมื่อ 5นาทีก่อน...2ทุ่มแล้ว....
ยังไม่กลับมากันอีกเหรอ? จุนซูถามแจจุงที่กำลังยืนอุ่นอาหารเย็นอยู่...
อืม แจจุงตอบเสียงเบา ชางมินมองจุนซูกับแจจุงสลับกันไปมา
นี่ มีอะไรกันรึเปล่าฮะ? ชางมินถามขึ้นอย่างสงสัย เค้ารู้สึกถึงความผิดปกติในบ้านตั้งแต่นาทีแรกที่กลับมาแล้ว พี่แจจุงดูจะเหมือนจะกังวลอะไรอยู่ พี่จุนซูก็ไม่มาเล่นกับเค้าเหมือนทุกครั้ง
คือว่า... ไม่ทันที่แจจุงจะตอบอะไร เสียงเปิดประตูก็ดังขึ้นอีก ทั้งจุนซูและแจจุงรีบวิ่งไปที่หน้าบ้านทันที โดยมีชางมินวิ่งตามไปด้วย
ยุนโฮ ยูชอนล่ะ?? จุนซูกับแจจุงถามยุนโฮที่พึ่งเดินเข้ามาเป็นเสียงเดียวกัน สีหน้าที่เคร่งเครียดของร่างสูงทำให้พอจะเดาคำตอบได้
หาไม่เจอ...พวกฉันตามหาแถวนั้นจนทั่วแล้ว ยุนโฮพูดสีหน้าเครียดก่อนถอดรองเท้าแล้วเดินไปที่ห้องนั่งเล่น ยุนโฮทิ้งตัวลงบนโซฟาก่อนถอนใจออกมา...
บ้านพวกเอสเจไปมารึยัง? บ้านโบอาล่ะ? บางทีเค้าอาจจะไปที่นั่นก็ได้ แจจุงถาม ยุนโฮส่ายหน้า
ฉันไปมาหมดแล้ว ยูชอนไม่ได้ไปหาพวกเค้า ยุนโฮบอก...พวกเค้าตามหายูชอนในทุกๆที่ที่ยูชอนน่าจะไป...แต่ก็ไม่เจอแม้แต่เงาของยูชอน...
แจ้งความดีกว่ามั้ย? แจจุงพูดขึ้นก่อนจะเดินไปหยิบโทรศัพท์ ยุนโฮลุกขึ้นก่อนเดินไปดึงแขนคนรักไว้
แจจุง ใจเย็น ยุนโฮหยิบโทรศัพท์ออกจากมือของแจจุง
ยุนโฮ นายจะให้ฉันใจเย็นได้ยังไง เพื่อนหายไปทั้งคนนะ! แจจุงจะแย่งโทรศัพท์ออกจากมือของยุนโฮ
แจจุง ใจเย็นได้มั้ย? พวกสต๊าฟก็กำลังตามหาอยู่เหมือนกัน ยุนโฮบอก
นั่นสิครับ พี่แจจุง ถ้าจะแจ้งความยังไงก็ต้องให้ครบ24ชม.ก่อน ชางมินพี่ยืนเงียบอยู่พูดขึ้น แจจุงหันกลับไปมองชางมิน
แล้วจะรอเหรอ? รอโดยไม่ทำอะไรเนี่ยนะ? ยูชอนหายไปตั้งแต่เช้าแล้วนะ! นี่ก็จะสามทุ่มอยู่แล้วด้วย แจจุงพูดเสียงดัง
แจจุง!ใจเย็น! พวกเราก็กังวลเหมือนที่นายกังวลนี่ล่ะ แต่เราต้องใจเย็น! ยุนโฮเขย่าไหล่คนรักแรงๆเพื่อเรียกสติ ใบหน้าหวานสวยนั้นราวกับกำลังจะร้องไห้
พี่จุนซู จะไปไหนครับ?! ชางมินเรียกคนตัวเล็กที่กำลังจะเดินออกจากห้องนั่งเล่นไป ทั้งยุนโฮกับแจจุงหันขวับไปทันที เห็นจุนซูกำลังถือเสื้อกันหนาวอยู่ในมือ
จุนซู นายจะออกไปไหนตอนนี้ไม่ได้นะ ยุนโฮพูดหลังจากคว้าข้อมือของคนตัวเล็กเอาไว้
ฉันจะออกไปหายูชอน จุนซูบอกก่อนพยายามจะดึงแขนตัวเองออกจากมือของยุนโฮ
นายไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเค้าอยู่ที่ไหน! ยุนโฮพูดเสียงเตือนสติ ถึงออกไปก็ไม่ได้หมายความว่าจะเจอยูชอนง่ายๆ แล้วบางทียูชอนอาจจะกำลังกลับมาที่บ้านก็ได้
ผมว่าผมรู้ว่าพี่ยูชอนอยู่ที่ไหนนะ
อะไรนะ? ทั้งสามคนถามน้องเล็กที่พูดประโยคเมื่อกี้พร้อมกัน ไม่ใช่ว่าไม่ได้ยินหรอกนะ แต่อยากแน่ใจว่าน้องเล็กของพวกเค้าพูดอะไรเท่านั้นเอง
ผมบอกว่า ผมคิดว่าผมรู้ว่าพี่ยูชอนอยู่ที่ไหน ชางมินทวนคำพูดของตัวเองเมื่อกี้ช้าๆชัดๆ...สีหน้าทุกคนดูเหมือนทั้งดีใจทั้งตกใจระคนกันไป
ที่ไหนล่ะ? ทั้งสามคนถามพร้อมกันอีก
เอ่อ...คือผมคิดว่าพี่ยูชอนคงไม่อยากให้ผมบอก ชางมินพูดเสียงเบา
ชางมิน บอกพวกพี่มาเดี๋ยวนี้ว่ายูชอนอยู่ที่ไหน ยุนโฮถามสีหน้าคาดคั้นเอาคำตอบ
ผมไม่บอกว่าที่ไหน แต่ผมจะพาพี่ไปแล้วกัน ชางมินตัดสินใจเลือกในทางที่คิดว่าดีที่สุด ถ้าเค้าเดาไม่ผิดยูชอนต้องไปที่นั่นแน่ๆ....

แสงจันทร์ที่ดูหมองเศร้า...เสียงเพลงที่เศร้าหมอง...ทั้งสองอย่างล้วนแต่ทำให้ค่ำคืนนี้ดูโศกเศร้าลงไปอีก...
pa bo kat ta go ah chik uen choe eera pa bo kat ta go hae doe
(เหมือนกับคนโง่ที่ยังคิดผูกพัน เหมือนกับคนโง่)
Noe ee sang ruer soo op nuen nae noon nae go in noon mool duel man ka ree go
(ผมเพียงแค่ไม่อยากเสียน้ำตาและเสียงร่ำไห้ไปมากกว่านี้)
ฮึก...พอที.... ยูชอนพึมพำกับตัวเองอย่างยากลำบาก...อยากจะให้น้ำตาพวกนี้แห้งเหือดไปเสียที...ทำไมกันนะ...ทำไมถึงหยุดร้องไห้ไม่ได้เสียที....ราวกับว่าวันนี้อ่อนแอเสียเหลือเกิน...ไม่ใช่ว่าไม่เคยร้องไห้เพราะความอ่อนโยนจากคนตัวเล็ก...ไม่ใช่ว่าไม่เคยร้องไห้เพราะไออุ่นจากมือเล็กๆคู่นั้น....
ยิ่งไม่อยากจะร้องไห้มากแค่ไหน...น้ำตาก็ยิ่งไหลออกมามากเท่านั้น....
ยิ่งน้ำตาหลั่งรินลงมามากแค่ไหน....หัวใจดวงนี้ก็เหนื่อยล้ามากเท่านั้น....
ยูชอน!! เสียงที่คุ้นหูเรียกชื่อ ทำให้ยูชอนเงยหน้าขึ้นมองไปทางต้นเสียง ภาพตรงหน้าพร่ามัวไปด้วยหยดน้ำตา...ใครกันนะ...ไม่อยากคิดอะไรแล้ว....
ชางมิน ยูชอนอยู่นี่! ยุนโฮตะโกนบอกชางมินที่อยู่อีกฝั่งนึงของสระน้ำ ก่อนจะรีบวิ่งไปหายูชอนที่นั่งกอดเข่าอยู่บนเก้าอี้ตัวยาว
ให้ตายเถอะ นายมานั่งทำอะไรที่นี่ ทุกคนเป็นห่วงแทบแย่!! ยุนโฮบ่นทันทีที่มายืนตรงหน้ายูชอน...หายใจหอบ...เหนื่อยเป็นบ้า
...... ไม่มีเสียงตอบกลับมา ยูชอนมองยุนโฮที่ยืนหอบอยู่ตรงหน้านิ่งๆ...ผมตอบคำถามของยุนโฮไม่ได้....ผมไม่รู้ว่าผมไม่รู้ว่าทำอะไรที่นี่....ผมไม่รู้แม้แต่ว่าผมร้องไห้เพื่ออะไร...เพื่อความรักงั้นเหรอ?....ไม่รู้...ผมไม่รู้อะไรเลย...น้ำตามากมายไหลลงมาราวกับห้ามไม่ได้...
ยู... ยุนโฮพูดอะไรไม่ออก ใบหน้าที่เคยมีแต่รอยยิ้มของยูชอนเต็มไปด้วยน้ำตา ยุนโฮเอื้อมมือไปเช็ดน้ำตาบนใบหน้านั้นอย่างแผ่วเบา ก่อนจะโอบร่างนั้นไว้แน่น...รู้สึกถึงแรงสะอื้น...หยดน้ำตา...หรือแม้แต่ความเจ็บปวด...ยุนโฮหันไปหาชางมินที่ยืนเงียบอยู่
......... ชางมินไม่พูดอะไรออกมา เค้าไม่เคยเห็นยูชอนเป็นแบบนี้มาก่อน เค้ามองยูชอนที่สวมเพียงเสื้อแขนยาวตัวบางท่ามกลางอากาศที่เย็นจัด ก่อนจะถอดเสื้อกันหนาวตัวหนาของตัวเองออกแล้วคลุมให้คนตรงหน้า
กลับบ้านกันนะฮะ พี่ยูชอน ชางมินพูดขึ้น ร่างนั้นพยักหน้าเล็กน้อยแทนคำตอบ ยุนโฮคลายอ้อมกอดออกก่อนจะหันหลังแล้วย่อตัวเล็กน้อย ยูชอนมองเล็กน้อยก่อนจะโน้มตัวลงไปหาแผ่นหลังกว้างนั้น ซบหน้าลงกับไหล่กว้างของเพื่อนอย่างอ่อนล้า ยุนโฮหันไปมองชางมินเล็กน้อยก่อนจะเดินออกไปพร้อมๆกัน

แจจุง... จุนซูเรียกแจจุงที่นั่งเงียบอยู่ข้างๆ...แจจุงหันกลับมามองเหมือนจะถาม
พวกเค้าจะเจอยูชอนใช่มั้ย? จุนซูถามสีหน้ากังวล แจจุงมองหน้าของจุนซู...ใบหน้านั้นแสดงถึงความห่วงใย...แต่เค้าไม่รู้ว่าในความห่วงใยที่มากมายนั้น...มีความรักอยู่มั้ย...แจจุงได้แต่พยักหน้าก่อนยิ้มออกมาให้อีกฝ่ายสบายใจ...ไม่มีคำถามใดๆหลุดออกมาจากริมฝีปากบางนั้น
ฉันทำอะไรผิดรึเปล่านะ? จุนซูพูดเสียงเบาก่อนเอนตัวไปพิงแจจุงที่นั่งอยู่ข้างๆ แจจุงเงียบรอให้คนตัวเล็กพูดต่อ
เมื่อเช้า...ฉันอาจจะพูดอะไรที่ยูชอนไม่ชอบใจออกไป...เพราะอยู่ๆเค้าก็ร้องไห้... จุนซูพูดเสียงอู้อี้...จุนซูมองมือของตัวเองที่อยู่บนตัก...
แล้วจุนซูพูดอะไรไปบ้างล่ะ? แจจุงถาม...
ไม่รู้สิ ฉันก็พูดเรื่องทั่วๆไป... จุนซูตอบ...เค้าพยายามนั่งคิดทั้งวันว่าเค้าพูดอะไรที่ทำให้ยูชอนไม่พอใจออกไปรึเปล่า...แต่คิดเท่าไรก็คิดไม่ออก
งั้นก็คงไม่ใช่ความผิดของจุนซูหรอก แจจุงบอกก่อนถอนใจออกมาเบาๆ...นี่นาย...ไม่รู้ตัวเลยรึไงนะ...จุนซู
ไม่หรอก...ยูชอนน่ะมองฉัน...เหมือนกับเค้าผิดหวัง....ไม่รู้สิ...ฉันอธิบายไม่ถูก...แต่เค้ามองฉันแล้วก็ร้องไห้... จุนซูซุกหน้าลงกับเสื้อไหมพรมสีครีมของแจจุง...สีหน้าที่เศร้าหมองและน้ำตาของยูชอนทำให้เค้าอยากจะร้องไห้....
จุนซู...ยูชอนน่ะ...เค้า.... ไม่ทันที่แจจุงจะได้พูดอะไร เสียงเปิดประตูทำให้ทั้งสองคนรีบลงจากโซฟาไปก่อนวิ่งไปที่ประตูทันที
ยุนโฮ เจอ...ยูชอนเป็นอะไร?! แจจุงถามทันทีที่เห็นยูชอนอยู่บนหลังของยุนโฮ
ชี่...เค้าหลับอยู่ ยุนโฮบอกเสียงเบา ชางมินพยักหน้าเล็กน้อยเป็นคำยืนยันเมื่อแจจุงหันไปเหมือนจะถามเค้า แจจุงถอนใจออกมาอย่างโล่งอก...
ไปเปิดประตูห้องนอนไว้หน่อย ยุนโฮบอกชางมินเสียงเบา ด้วยกลัวว่าคนที่กำลังหลับอยู่จะตื่นขึ้นมา ชางมินพยักหน้าก่อนจะเดินไปทางห้องนอน ยุนโฮถอดรองเท้าอย่างทุลักทุเลก่อนจะเดินตามเข้าไป
อย่าพึ่งๆ...โอเค ค่อยๆนะ...โอเคล่ะ แจจุงบอกก่อนค่อยๆประคองให้ยูชอนนอนลงบนเตียงอย่างเบาที่สุด...
ฟู่...เมื่อยชะมัดเลย ยุนโฮลุกขึ้นจากเตียงของยูชอนก่อนจะบิดตัวไปมา...แจจุงเดินไปใกล้ยุนโฮ
ขอบคุณมากนะ แจจุงบอกยิ้มๆก่อนหอมแก้มยุนโฮเบาๆ
ขอบคุณทำไม? ยังไงยูชอนก็เพื่อนฉันเหมือนกันนะ ยุนโฮหัวเราะเบาๆ แขนแข็งแรงนั้นโอบรอบเอวของร่างบางไว้ ก่อนรั้งร่างนั้นมาหาตัว....
ถ้าวันนี้หายูชอนไม่เจอ ฉันต้องบ้าแน่ๆ แจจุงพูดเสียงเบา ก่อนพิงตัวเองกับยุนโฮ...มือเล็กๆนั้นจับมือหนาของยุนโฮมาสัมผัสที่ริมฝีปากเบาๆ...แจจุงมองไปบนเตียง...แสงจันทร์ที่สาดเข้ามาทำให้เห็นใบหน้าที่อ่อนล้าของคนที่กำลังหลับไหล...
อืม...ฉันก็เหมือนกัน... ยุนโฮวางคางกับไหล่ของคนรัก แล้วสูดกลิ่นหอมจากซอกคอขาวนั้นอย่างแผ่วเบา...
จะว่าไปตอนแจจุงประสาทเสียก็น่ารักดีเหมือนกันนะ ยุนโฮพูดเสียงกวน...แจจุงหันขวับมามองทันที
รู้งี้แกล้งเอายูชอนไปซ่อนไว้ดีกว่า ยุนโฮพูดต่อ ก่อนหัวเราะออกมาเบาๆ...นี่ถ้ายังไม่เจอยูชอนล่ะก็ เค้าคงไม่มีอารมณ์มาพูดเล่นแบบนี้แน่ๆ...
นี่แน่ะ ไอ้หมีบ้า แจจุงฟาดแรงๆที่แขนของยุนโฮ
โอ้ย เจ็บๆๆ ยุนโฮโวยวายเสียงดังอย่างลืมตัว
ชี่.... แจจุงเอามือปิดปากคนรักไว้ ก่อนพยักเพยิดไปทางเตียง ยุนโฮหัวเราะเบาๆ ก่อนจับข้อมือของคนรักออกจากปากของตัวเอง แขนอีกข้างรั้งเอวนั้นเข้าหาตัว
ปล่อย แจจุงบอกเสียงเบา ยุนโฮแกล้งทำเป็นไม่ได้ยินเสียงนั้น ก่อนจะค่อยๆโน้มหน้าเค้าไปใกล้ใบหน้าหวานนั้น กดริมฝีปากลงบนริมฝีปากบางของคนตรงหน้าอย่างแผ่วเบา...ขบเบาๆที่ริมฝีปากล่างของร่างบางแทนคำขออนุญาต ก่อนจะแทรกลิ้นอุ่นเข้าไปในโพรงปากหวานละมุลนั้น
อื้อ... แจจุงครางออกมา เพราะรสสัมผัสที่หวามไหว เรียวลิ้นอุ่นตอบสนองรสจูบของคนรักอย่างอ่อนหวาน
พี่แจจุงคร้าบบ ผมหิวแล้ว.. ชางมินพี่เปิดประตูพรวดเข้ามา ทำให้ทั้งสองคนผละออกจากกันอย่างรวดเร็ว
อ่ะ อื้มๆ เดี๋ยวพี่จะออกไปทำให้กินเดี๋ยวนี้ล่ะ แจจุงตอบ โชคดีที่ไม่ได้เปิดไฟไว้ ใบหน้าหวานนั้นแดงจัด
ฮะ เร็วๆนะฮะ ชางมินบอกก่อนจะปิดประตูไป แจจุงหันไปมองคู่กรณีทันที ยุนโฮยืนยิ้มอยู่ตรงหน้า
นี่ถ้าชางมินเห็นจะทำยังไงห๊า? แจจุงโวยวายแต่ไม่ได้เสียงดังมากนัก
ก็แจจุงดันทำหน้าน่ารักเองนี่นา...ฉันก็ต้องห้ามใจไม่ไหวเป็นธรรมดา ยุนโฮพูดหน้าตายจนแจจุงไม่รู้จะพูดออะไรดี...
แล้วเมื่อกี้...นายก็.... ยุนโฮกระซิบข้อความหลังที่ข้างๆหูของแจจุง ใบหน้าหวานนั้นขึ้นสีทันที
อะ..อะ..ไอ้หมีหื่นโรคจิต แจจุงผลักยุนโฮแรงๆก่อนจะรีบเดินออกไปจากห้องด้วยความเขิน ยุนโฮได้แต่มองตามก่อนหัวเราะออกมาเบาๆกับความขี้อายของคนรัก
ยุนโฮเดินไปนั่งที่เตียงของชางมิน มองยูชอนที่กำลังหลับอยู่ ใบหน้านั้นมีคราบน้ำตาหลงเหลืออยู่ ยุนโฮไล้หลังมือที่แก้มนั้นเบาๆราวกับจะช่วยเช็ดให้คราบน้ำตาเหล่านั้นจางลงไปได้....
หลับสบายเชียวนะ...นายคงไม่รู้หรอกว่าถ้าตื่นมานายโดนแจจุงสวดยับแน่ ยุนโฮพูดก่อนหัวเราะออกมาเบาๆ มือหนานั้นลูบผมสีน้ำตาลอ่อนของยูชอน...
เอาเถอะ...ฝันดีแล้วกัน ยุนโฮพึมพำเสียงเบา ก่อนจะห่มผ้าห่มให้ยูชอน แล้วเดินออกจากห้องไป....

ชางมิน กับข้าวเสร็จแล้วนะ แจจุงที่ตักไข่ทอดใส่จานตะโกนบอกชางมินที่นั่งดูทีวีอยู่
คร้าบบบ ชางมินขานรับก่อนจะรีบวิ่งมาช่วยแจจุงยกจานกับข้าวไปวางที่โต๊ะ วันนี้เป็นวันแรกในรอบสองอาทิตย์ที่เค้ากินข้าวเย็นหลัง 2ทุ่ม
ชางมิน เดี๋ยวไปตาม...อ่า ไม่ต้องล่ะ เดี๋ยวพี่ไปเอง แจจุงตัดสินใจจะไปเองเพราะเห็นว่าชางมินกำลังตักข้าวคำที่เท่าไรก็ไม่รู้เข้าปาก รู้แค่ว่าชางมินคงจะหิวมาก...แจจุงถอนใจยิ้มๆ ก่อนจะเดินไปทางห้องนอน...แสงไฟส่องผ่านประตูห้องน้ำสีขุ่นออกมา แจจุงผลักประตูเข้าไป
ลืมปิดไฟอีกแล้วล่ะสิ แจจุงพึมพำเบาๆ ก่อนจะผลักประตูเข้าไป...มีใครคนนึงยืนอยู่ที่หน้าอ่างล้างหน้า ถึงจะมีผ้าขนหนูสีขาวคลุมหัวอยู่ แต่แจจุงก็จำร่างเล็กนั้นได้
จุนซูใช้ห้องน้ำอยู่เหรอ? ฉันทำอาหารเสร็จแล้วนะ อย่าลืมไปกินข้าวล่ะ แจจุงบอกก่อนจะหันหลังเดินออกไป แต่ก็ต้องชะงักไว้เมื่อได้ยินเสียงสะอื้นที่เล็ดลอดออกมา
จุนซู? แจจุงเดินไปใกล้ๆ ร่างเล็กนั้น ไหล่เล็กๆนั้นสั่น...เสียงสะอื้นเล็ดลอดออกมาจากใต้ผ้าขนหนูสีขาวนั้น...มือเรียวเอื้อมไปแตะไหล่บางๆนั้นไว้
จุนซู...เป็นอะไรไป? แจจุงถาม จุนซูหันมาก่อนพิงหัวลงกับไหล่นั้น เสียงสะอื้นดังอยู่อย่างแผ่วเบา...รู้สึกได้ถึงน้ำตาที่ไหลรดลงเสื้อของตัวเอง...
......... ไม่มีคำพูดใดๆจากคนตัวเล็กที่กำลังร้องไห้อยู่...แจจุงก้มมองคนตัวเล็ก ก่อนจะยกแขนขึ้นโอบร่างเล็กไว้
ไม่เป็นไรนะ...เราเจอยูชอนแล้ว...ไม่เป็นไรนะ แจจุงบอกคนในอ้อมกอดเสียงอ่อนโยน...ร่างเล็กนั้นพยักหน้าน้อยๆ แขนเล็กๆนั้นโอบรอบเอวแจจุงก่อนจะปล่อยโฮออกมา...แจจุงดึงผ้าขนหนูสีขาวที่คลุมหัวจุนซูออกช้าๆ เผยให้เห็นใบหน้าที่เต็มไปด้วยหยดน้ำตาของคนตรงหน้า
เราเจอยูชอนแล้ว...ไม่ต้องกังวลแล้วนะ แจจุงเช็ดน้ำตาให้คนตัวเล็กตรงหน้าอย่างอ่อนโยน จุนซูพยักหน้าช้าๆ ก่อนจะเช็ดน้ำตาของตัวเองลวกๆ
ล้างหน้าล้างตาให้เรียบร้อย แล้วก็ไปเรียกยูชอนมากินข้าวนะ แจจุงบอกจุนซู สีหน้าของคนตัวเล็กดูเหมือนจะไม่อยากทำหน้าที่ที่เค้ามอบให้ซะเท่าไร มือเล็กๆนั้นคว้าเสื้อของแจจุงไว้ แจจุงหันกลับไปมอง สีหน้าของจุนซูดูกังวล
ไหนยิ้มซิ... แจจุงจับหน้าของจุนซูให้เงยขึ้นก่อนยิ้มให้จุนซูดู คนตัวเล็กยิ้มตามอย่างห้ามไม่ได้
เค้าไม่ได้โกรธนายหรอกน่า แจจุงบอกก่อนขยี้ผมนุ่มของคนตัวเล็กเบาๆ ก่อนเดินออกจากห้องน้ำไป...

ประตูห้องนอนถูกเปิดออกอย่างแผ่วเบา มือเล็กๆเอื้อมไปเปิดไฟที่ผนังก่อนที่ห้องทั้งห้องจะสว่างขึ้น
จุนซูค่อยๆก้าวเข้ามาในห้องอย่างช้าๆ เท้าเล็กๆเหยียบไปบนพรมนุ่มก่อนเดินไปใกล้ๆเตียงที่ตอนนี้เจ้าของเตียงกำลังหลับไหล....
........ จุนซูนั่งลงบนเตียงนั้น ริมฝีปากนั้นขยับเพียงเล็กน้อย....ไม่มีคำพูดใดๆหลุดออกมา จุนซูมองใบหน้าของยูชอน...ดวงตานั้นแดงช้ำราวกับร้องไห้มาอย่างหนัก...เค้าไม่รู้ว่าอะไรที่ทำให้ยูชอนเป็นแบบนี้...แต่สีหน้าของยูชอนที่มองมาที่เค้าเมื่อตอนกลางวัน...ความรู้สึกที่เศร้าหมองนั้น...
ยูชอน... เสียงเรียกชื่อที่หลุดออกมากลับเบาเสียจนแทบจะไม่ได้ยิน รู้สึกเหมือนในลำคอแห้งผาก น้ำตาที่พึ่งหยุดไหลไป กลับหยดลงมาอีก...สงสารคนตรงหน้าเหลือเกิน...ทำไมกันนะ...
จุนซู... เสียงเรียกชื่อที่แผ่วเบาทำให้จุนซูหันหน้ากลับไปทางต้นเสียง ยูชอนกำลังมองเค้าอยู่
ร้องไห้ทำไม? ยูชอนรีบลุกขึ้นนั่งก่อนจับไหล่เล็กๆนั้นไว้ มือเรียวรีบเช็ดน้ำตาบนใบหน้าคนตัวเล็ก มือเล็กๆนั้นกระทบเบาๆบนแก้มของยูชอน
จุนซู.... ยูชอนได้แต่พึมพำชื่อคนตรงหน้าออกมาอย่างงงๆ...มือเล็กๆนั้นแตะอยู่ที่แก้มของเค้า...ก่อนที่คนตัวเล็กจะดึงเค้าไปกอดไว้แน่น...
ฮือ...นายอย่าทำแบบนี้อีกนะ...อย่าหนีไปแบบนี้อีก...รู้มั้ยฉันกังวลแค่ไหน...ฮึก...ฉันเอาแต่คิดว่านายโกรธฉัน...ฮึก... จุนซูบอกยูชอนทั้งน้ำตา...
ฉันขอโทษ... ยูชอนได้แต่พึมพำคำขอโทษออกมา...เค้ายกแขนขึ้นโอบจุนซูกลับ...ในหัวมันว่างเปล่าไปหมด...ราวกับคนโง่ที่คิดอะไรไม่ออก...
ฉันไม่ได้โกรธจุนซู...ฉันแค่เกิดบ้าขึ้นมาน่ะ ยูชอนพูดขึ้น...เค้าไม่ได้โกหก...ในตอนนั้นเค้าไม่ได้โกรธจุนซูเลยจริงๆ...เค้าโกรธตัวเอง...โกรธที่เอาแต่คิดอะไรไม่เข้าท่า...และตอนนี้เค้าก็กำลังรู้สึกแบบนั้น...โกรธที่ตัวเค้ากำลังคิดว่าจุนซูเป็นห่วงเค้า...
นายจะบ้าอะไรก็ได้...แต่อย่าทำแบบนี้อีกนะ ยูชอน...ถ้านายเป็นอะไรไปฉันจะอยู่ยังไงล่ะ...ฮือ... จุนซูบอกร่างสูง...จุนซูซุกหน้าลงกับไหล่ของยูชอน ก่อนกอดร่างสูงแน่นขึ้นอีก
..... ไม่มีคำพูดใดๆหลุดออกมาจากริมฝีปากของร่างสูง...คำพูดที่บอกว่าเป็นห่วงมากแค่ไหน...คำพูดที่บอกว่าเค้ามีค่ามากแค่ไหนสำหรับคนๆนี้...อย่าทำเหมือนฉันมีค่ากับนายขนาดนี้ได้มั้ย?...อย่าทำให้ฉันคิดว่านายรักฉัน...เพราะฉันรู้ว่ามันไม่มีทางเป็นไปได้...อย่าทำให้ฉันเจ็บไปมากกว่านี้....
.... ไม่มีถ้อยคำใดๆที่ถูกพูดออกมา...ยูชอนดันตัวออกจากอ้อมกอดที่แน่นเสียจนหายใจไม่ออกของคนตัวเล็ก นิ้วมือไล้เช็ดน้ำตาบนใบหน้านั้นอย่างอ่อนโยน...ปวดหัวจัง...รู้สึกเหมือนกำลังจะไม่สบาย...
ยูชอน...เป็นอะไรไป? จุนซูถามร่างสูงที่นิ่งไป...
ไม่มีอะไร... ยูชอนบอกปัด ก่อนจะลุกขึ้นจากเตียง...
อ้า...แจจุงจะเหลืออะไรให้ฉันกินบ้างมั้ยน้า? ยูชอนแกล้งทำน้ำเสียงอยากรู้
จริงสิ แจจุงให้ฉันมาตามนายไปกินข้าวนี่นา... จุนซูนึกขึ้นได้ถึงสิ่งที่แจจุงบอกให้เค้าทำ
ไปกินข้าวกันเถอะ จุนซูบอกก่อนจะเดินนำไป ยูชอนมองตามคนตัวเล็กก่อนจะเดินตามออกไป....
ปิดไฟเลยนะ ยุนโฮที่ยืนอยู่ตรงสวิชไฟบอกเพื่อนๆทุกคน ชางมินรีบเก็บหนังสือแล้ววางไว้ข้างๆเตียง แจจุงพยักหน้าเล็กน้อย จุนซูกับยูชอนดูเหมือนจะไม่ได้ยินคำถามนั้น เพราะกำลังนอนฟังเพลงอยู่ด้วยกัน
นี่ๆ ฉันชอบเพลงนี้ล่ะ ออกใหม่ด้วย จุนซูบอกยูชอนที่นั่งพิงหัวเตียงอยู่ ก่อนจะชี้ชื่อเพลงที่ขึ้นในเครื่องเล่นให้ร่างสูงดู ยูชอนก้มลงมาดูใกล้ๆ
Dakishimetai? ยูชอนทวนชื่อเพลงบนหน้าจอเบาๆ...อยากกอด...งั้นเหรอ?...ยูชอนคิดถึงความหมายของชื่อเพลงในใจ...ก่อนก้มลงมองคนตัวเล็กที่นอนอยู่บนตักของเค้า แขนนั้นโอบรอบเอวเค้าเอาไว้...ใบหน้าที่ดูเหมือนเด็กไร้เดียงสานั้น...รู้สึกเหมือนภาพตรงหน้าพร่าเลือน...ปวดหัว...ยูชอนหลับตาลงช้าๆเพื่อบรรเทาอาการปวดหัวที่กำลังรบกวนเค้าอยู่...
ยูชอน! เสียงเรียกจากคนตัวเล็กทำให้ยูชอนต้องทำสีหน้าให้เป็นปกติ
ง่วงแล้วเหรอ? จุนซูถามก่อนลุกขึ้นนั่ง
ปะ...เปล่า ยูชอนส่ายหน้าเร็วๆ...รู้สึกเหมือนจะมีไข้...
ฉันว่าเรานอนดีกว่านะ 5ทุ่มแล้ว จุนซูพูดหลังจากมองไปที่นาฬิกา...มือเล็กๆนั้นเอื้อมไปถอดหูฟังที่อยู่ที่หูของยูชอนออก
อืม...ฝันดีแล้วกัน ยูชอนบอกยิ้มๆ
ฝันดี จุนซูบอกก่อนยิ้มให้ยูชอนแล้วลุกออกจากเตียงไป
ยุนโฮ ปิดไฟเลยก็ได้นะ จุนซูบอกยุนโฮที่ยืนอยู่ตรงสวิชไฟ ก่อนจะเดินกลับไปที่เตียงของตัวเอง
เอาล่ะ เด็กๆนอนได้แล้วนะ แจจุงถอนใจออกมาก่อนจะพูดขึ้นแล้วพยักหน้ายุนโฮ ทั้งสี่คนซุกตัวเข้าไปใต้ผ้าห่ม
ปิดไฟเลยนะ ยุนโฮถามอีกครั้ง ก่อนจะกดปิดไฟ...ห้องทั้งห้องมืดลง ยุนโฮเดินกลับไปที่เตียงของตัวเองก่อนจะซุกตัวในผ้าห่มสีม่วงอ่อน
ฝันดี ดงบังชินกิ ทั้งห้าคนพูดขึ้นมาพร้อมกัน... 
ติ๊ดๆ เสียงนาฬิกาดังบอกเวลาครบชั่วโมง เพียงแผ่วเบาทำให้ร่างเล็กที่กำลังนอนอยู่ตื่นขึ้นมา
ฝันหรอกเหรอ? จุนซูพึมพำเสียงเบา ก่อนจะมองไปรอบๆห้องที่ตอนนี้มืดสนิท...เมื่อกี้ฝันไม่ดีเลย...ฝันว่าวิ่งขึ้นบันได...วิ่งไปเรื่อยๆ...เรื่อยๆ...หยุดก็ไม่ได้...น่ากลัวชะมัด...จุนซูมองเอื้อมมือไปกดนาฬิกาข้อมือดูเวลา...ตี 2แล้ว...ร่างเล็กล้มตัวลงนอนบนหมอนอีกครั้ง...
ไม่ไหว...นอนไม่หลับ จุนซูลุกขึ้นจากเตียงก่อนอุ้มเอาหมอนของตัวเองขึ้นมากอดไว้...ก่อนค่อยๆลงจากเตียงไป เท้าเล็กๆก้าวไปที่เตียงที่อยู่ข้างๆ
ยุนโฮ...ยุนโฮ... เรียกอีกฝ่ายเบาๆ เพราะกลัวว่าจะทำให้คนอื่นตื่นไปด้วย
อื้อ...แบมบี้ พ่ออยู่นี่ลูก... เสียงพึมพำของยุนโฮก่อนที่แขนหนักๆนั้นจะพาดลงมาบนไหล่ของเค้าเต็มๆ
ยุนโฮ...ไอ้บ้า เอาแขนออกไปนะ จุนซูพยายามยกแขนนั้นออกจากตัวเองอย่างยากลำบาก...คนตัวเล็กก้มลงเก็บตุ๊กตากวางแบมบี้ขึ้นจากพื้นแล้วยัดเข้าไปในแขนของยุนโฮ...ก่อนถอนใจออกมา...เป็นแบบนี้เรียกยังไงก็ไม่ตื่นแน่...จุนซูค่อยๆเดินอย่างช้าๆในความมืดก่อนไปหยุดที่เตียงของใครอีกคน...
ยูชอน... เรียกคนที่นอนอยู่ใต้ผ้าห่ม ผ้าห่มนั้นคลุมขึ้นมาจนเห็นแค่ปลายผมเท่านั้น
ยูชอน... เสียงเล็กๆนั้นเรียกอีกครั้งดังขึ้นเล็กน้อย ริมฝีปากนั้นมีรอยยิ้มปรากฎขึ้นเมื่อแสงจันทร์ที่สาดเข้าทำให้เห็นว่าร่างสูงดึงผ้าห่มที่คลุมหัวอยู่ออก
ยูชอน...ฉันฝันไม่ดีเลย...ฉันขอนอนด้วยได้มั้ย? จุนซูถามเสียงเบา
......... ไม่มีคำตอบใดๆจากยูชอน ใบหน้านั้นไม่แสดงอารมณ์ใดๆออกมาราวกับว่าร่างสูงยังไม่ตื่น ยูชอนเพียงแต่เขยิบตัวเล็กน้อยเพื่อให้ข้างกายมีเนื้อที่ว่างพอสำหรับร่างเล็ก
ขอบคุณมาก จุนซูยิ้มกว้างก่อนจะวางหมอนของตัวเองลงข้างๆหมอนของยูชอน ก่อนจะล้มตัวลงนอนข้างๆ
ราตรีสวัสดิ์ จุนซูบอกยูชอนเพียงแค่พยักหน้าเล็กน้อยเท่านั้น ก่อนจะดึงผ้าห่มขึ้นคลุมตัวอีกครั้ง จุนซูมองแผ่นหลังกว้างของร่างสูงก่อนจะค่อยๆเขยิบตัวไปใกล้แล้วซุกหน้ากับแผ่นหลังอุ่นนั้น....
ยูชอน...ยูชอน.. จุนซูลุกขึ้นนั่งก่อนจะเรียกชื่อคนที่นอนหันให้เสียงดัง ไม่รู้ว่ารู้สึกไปเองรึเปล่าว่าแผ่นหลังนั้นสั่นสะท้าน มือเล็กๆดึงผ้าห่มที่คลุมตัวร่างสูงออก
ยูชอน จุนซูเขย่าแขนร่างสูงแรงๆ
อืม.... ยูชอนพึมพำเสียงเบาก่อนลืมตาขึ้นมองคนตัวเล็กที่นั่งอยู่ รู้สึกเหมือนจะลืมตาไม่ขึ้น...ปวดไปทั้งตัว....
จุนซูแตะหลังมือกับหน้าผากของยูชอน
ตัวร้อนจี๋เลย จุนซูพึมพำก่อนจะรีบกระโดดลงจากเตียงแล้ววิ่งไปเปิดไฟ ไฟในห้องที่สว่างขึ้นทำให้ยุนโอที่กำลังนอนหลับอยู่ลุกขึ้นนั่งแล้วมองไปรอบๆอย่างหงุดหงิดเล็กน้อย เห็นจุนซูกำลังวิ่งไปที่เตียงของยูชอน
ทำอะไรน่ะ จุนซู? ยุนโฮถามขึ้น ตุ๊กตากวางแบมบี้ถูกวางไว้บนตัก ก่อนจะแทบล้มลงไปกับเตียงเมื่อคนตัวเล็กวิ่งมาหาแล้วกระโดดขึ้นมาบนเตียง
ยุนโฮ แย่แล้ว...ยุนโฮ แย่แล้วๆๆ จุนซูพูดระร่ำระลัก เสียงนั้นปลุกให้แจจุงที่นอนอยู่อีกเตียงตื่นขึ้นมา
มีอะไรกันน่ะ? แจจุงถามสีหน้าง่วงงุน
แจจุง แย่แล้ว..แย่แล้ว จุนซูดูสับสนเหมือนไม่รู้ว่าควรจะพูดอะไรหรือว่ากับใครก่อนดี
อ่ะ ใจเย็นๆ มีอะไร? ยุนโฮถาม
ยูชอน ยูชอน ตัวร้อนมาก... จุนซูบอกก่อนชี้ไปที่เตียงของยูชอน ทั้งยุนโฮและแจจุงรีบลงจากเตียงของตัวเองก่อนเดินไปที่เตียงของยูชอน
ยูชอน.. ยุนโฮลองเรียกร่างสูงที่ตอนนี้นอนอยู่ ใบหน้านั้นแดงจัด แจจุงแตะหลังมือลงไปที่หน้าผากนั้นก่อนจะรีบชักมือออกมาด้วยความตกใจ เมื่อสัมผัสที่มือนั้นร้อนจัด
หนาว... ยูชอนพึมพำเสียงสั่น...ก่อนจะงอตัวไว้ ร่างกายนั้นสั่นสะท้านด้วยความหนาวจากพิษไข้
ยูชอน ยูชอน ยุนโฮเรียกยูชอนเสียงดัง แต่ดูเหมือนร่างสูงจะไม่ได้ยินเสียงนั้นแล้ว...
ไม่ได้แล้ว ยุนโฮ ไปโรงพยาบาลเถอะ จุนซูโทรเรียกแท็กซี่เร็ว แจจุงบอก ยุนโฮพยักหน้าก่อนจะช้อนร่างนั้นขึ้น แจจุงรีบวิ่งไปเปิดประตูแล้ววิ่งไปหยิบเสื้อกันหนาวตัวหนาออกมาจากในห้องนั่งเล่น โดยมีจุนซูวิ่งไปหยิบมือถือขึ้นมาโทรเรียกแท็กซี่...ก่อนทุกคนจะวิ่งออกจากห้องไป...
แท็กซี่บอกว่าอีก 5นาทีใช่มั้ย? แจจุงถามจุนซูที่ยืนอยู่ข้างๆยุนโฮ ก่อนส่งเสื้อกันหนาวให้คนตัวเล็ก จุนซูพยักหน้าเร็วๆ ก่อนมองเลขลิฟท์ที่วิ่งอย่างช้าๆสลับไปมากับหน้าของยูชอน
ขอบใจ ยุนโฮบอกเมื่อแจจุงคลุมเสื้อกันหนาวที่ไหล่ให้เค้า...ทันทีที่ลิฟท์เปิดออกทุกคนก็รีบวิ่งไปที่หน้าอพาร์ทเมนท์ทันที รถแท็กซี่สีเหลืองจอดรออยู่แล้ว แจจุงวิ่งขึ้นไปนั่งข้างหลังก่อนที่คนขับรถวิ่งอ้อมมาเปิดประตูอีกข้างให้กับยุนโฮ ยุนโฮรีบเข้าไปนั่งในรถอย่างทุลักทุเล แจจุงประคองเอาตัวของยูชอนมาซบกับตัวเอง จุนซูรีบวิ่งขึ้นไปนั่งข้างหน้า
ไปโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุดครับ จุนซูบอกทันทีที่คนขับขึ้นมานั่งบนรถ คนขับพยักหน้าก่อนจะออกรถในทันที
ยูชอน ทนไว้นะ...ยูชอน แจจุงเรียกร่างสูงที่นอนไม่ได้สติอยู่ ใบหน้าที่ซบอยู่ไหล่ของเค้านั้นชุ่มไปด้วยเหงื่อรู้สึกถึงความร้อนที่อยู่ในตัวของอีกฝ่าย
หนาว....อือ.... ยูชอนพึมพำเสียงเบา มือเรียวนั้นปัดป่ายไปทั่ว...ยุนโฮจับมือนั้นไว้ก่อนที่แจจุงจะเอาเสื้อกันหนาวตัวหนาอีกตัวคลุมตัวให้ยูชอน
ฉันไม่หนาวเอาเสื้อให้ยูชอนก็ได้ จุนซูที่นั่งอยู่ข้างหน้าบอกก่อนถอดเสื้อกันหนาวส่งให้แจจุง
ไม่ได้ นายต้องใส่ไว้ เดี๋ยวจะไม่สบายอีกคน แจจุงบอกก่อนส่งเสื้อกันหนาวคืนให้คนตัวเล็ก
แต่ยูชอน...
ถ้านายไม่สบาย ยูชอนจะเสียใจ แจจุงพูดขึ้นขัดคนตัวเล็กที่กำลังจะเถียง ยุนโฮหันไปมองคนรักทันที...ที่แจจุงพูดออกไปเมื่อกี้....
อือ... จุนซูพยักหน้าน้อยๆก่อนจะสวมเสื้อกันหนาวไว้เหมือนเดิม...

ยูชอนไม่เป็นอะไรหรอก ยุนโฮบอกจุนซูที่นั่งเงียบอยู่ข้างๆเค้า แจจุงก็เงียบไปอีกคนตั้งแต่เมื่อกี้แล้ว...ตอนนี้อยู่ในห้องหลังประตูสีเงินบานนั้น ไม่รู้ว่าเป็นยังไงบ้าง...
ขอโทษนะคะ ไม่ทราบว่าใครเป็นญาติคุณ ปาร์ค ยูชอนคะ? พยาบาลที่เดินออกมาจากห้องนั้นถามขึ้น ทั้งสามคนลุกขึ้นทันที
ผมครับ ทั้งสามคนพูดออกมาพร้อมกัน ก่อนมองกันไปมา
ผมครับ ยุนโฮพูดขึ้นอีกครั้ง
เดี๋ยวขอเชิญทางนี้นะคะ พยาบาลสาวคนเดิมบอก ยุนโฮพยักหน้าก่อนจะเดินตามพยาบาลคนเดิมเข้าไปในห้องที่เธอเดินออกมา...
ยุนโฮเดินเข้าไปในห้องนั้น มีคนไข้สองสามคนอยู่ตามเตียง ยุนโฮเดินตามไปจนถึงเตียงริมสุด
ยูชอน... ยุนโฮพึมพำชื่อเพื่อนที่นอนอยู่บนเตียงออกมา...ใบหน้าที่คุ้นเคยนั้นซีดขาว ที่แขนนั้นมีสายน้ำเกลืออยู่
ญาติคนไข้ใช่มั้ยครับ? คุณหมอท่าทางใจดีที่เดินเข้ามาถามขึ้น ยุนโฮพยักหน้าเล็กน้อย
ไม่ต้องกังวลนะครับ เดี๋ยวไข้ก็ลดเพราะว่าหมอฉีดยาให้แล้ว แต่ว่าคนไข้สูญเสียน้ำในร่างกายหมอเลยให้น้ำเกลือ นอนพักสักคืนก็คงดีขึ้น พรุ่งนี้คงกลับบ้านได้ คุณหมอบอกอาการทุกอย่างเสร็จสรรพจนยุนโฮไม่มีคำถามใดๆ
เดี๋ยวหมอจะย้ายคนไข้ไปห้องธรรมดาแล้วกัน ยังไงก็ไปติดต่อทำบัตรอะไรกับคุณพยาบาลได้เลยนะ คุณหมอคนเดิมบอก ยุนโฮพยักหน้าเล็กน้อย ก่อนจะโค้งให้คุณหมอแทนคำขอบคุณแล้วเดินตามพยาบาลออกไปทางเดิม
ยุนโฮ ยูชอนเป็นยังไงบ้าง? ทันทีที่ยุนโฮก้าวออกมาจากห้องนั้นก็ถูกคนอีกสองคนถามคำถามเดียวกัน
ไม่เป็นอะไรแล้ว หมอบอกว่าให้นอนโรงพยาบาลซักคืนน่ะ ยุนโฮบอกก่อนจะบอกขอตัวไปทำบัตรโรงพยาบาลให้ยูชอน
ขอโทษทีนะ จุนซู เมื่อกี้ฉันเหมือนจะพูดแรงไป แจจุงพูดกับจุนซูที่ยืนอยู่ข้างๆ เมื่อกี้เค้าเผลอแสดงอารมณ์มากไปหน่อย...ทั้งเป็นห่วงยูชอน ทั้งเป็นห่วงจุนซูด้วยว่าจะไม่สบายไปอีกคน...
ไม่เป็นไรหรอก ฉันรู้ว่าแจจุงเป็นห่วงพวกเรา จุนซูยิ้มออกมา แจจุงยิ้มตอบ
จริงสิ เดี๋ยวฉันไปโทรบอกชางมินดีกว่านะ เดี๋ยวตื่นมาจะงง แจจุงบอกก่อนจะหัวเราะออกมาพร้อมกับจุนซู แล้วเดินไปโทรศัพท์ข้างนอก เหลือแต่จุนซูที่ยืนรออยู่ที่หน้าห้องนั้น....ไม่นานนักเตียงของยูชอนก็ถูกเข็นออกมาจากห้องนั้น จุนซูรีบเดินไปใกล้ๆเตียงนั้น
ยูชอน... เรียกชื่อคนที่นอนอยู่บนเตียงเบาๆ ก่อนจะเอื้อมมือไปแตะที่หลังมือนั้นเบาๆ....ราวกับจะถ่ายทอดความห่วงใยไปให้...

แสงอาทิตย์ที่สาดผ่านม่านสีขาวสะอาดเข้ามา ปลุกให้ใครคนนึงตื่นขึ้นมา ยูชอนลืมตาขึ้นอย่างช้าๆเพื่อปรับสายตาให้ชินกับแสงอาทิตย์ที่สาดเข้ามา...ยูชอนมองไปบนเพดาน...ไม่ใช่ที่ห้องนี่นา....ที่ไหนกัน....ยูชอนมองไปข้างๆเห็นเสาน้ำเกลือห้อยอยู่...โรงพยาบาลแน่ๆ...มองผ่านไปเห็นแจจุงกำลังนอนหนุนตักของยุนโฮบนโซฟาตัวยาว....
อือ... ยูชอนพึมพำออกมา...รู้สึกเหมือนคอแห้งจนไม่มีเสียงจะพูดออกมา มือเรียวนั้นยกขึ้นจะไปหยิบแก้วน้ำต้องชะงักไปเมื่อเห็นใครอีกคนที่นั่งเอาหน้าซบแขนนอนอยู่ข้างๆ มือเล็กๆนั้นกุมมือเค้าไว้จนรู้สึกชาไปหมด ยูชอนค่อยๆดึงมือตัวเองออกมาเบาๆ ก่อนจะเอื้อมมือไปหยิบผ้าห่มอีกผืนที่อยู่ข้างๆตัวก่อนคลุมให้คนตัวเล็ก
ตื่นแล้วเหรอ? แจจุงที่ตื่นขึ้นมาเมื่อกี้ถาม ยูชอนหันกลับไปพยักหน้ายิ้มๆ แจจุงสะกิดยุนโฮให้ยุนโฮนอนลงกับโซฟาดีๆ ก่อนเอาเสื้อกันหนาวคลุมตัวให้...แจจุงเดินมาใกล้ๆ ก่อนกดยกหัวเตียงขึ้น
ดื่มน้ำหน่อยมั้ย? แจจุงถาม ก่อนเดินไปรินน้ำให้ แจจุงประคองยูชอนไว้ก่อนค่อยๆยกแก้วช้าๆ...ยูชอนยกมือขึ้นแตะที่แก้วเป็นสัญญาณว่าพอแล้ว
เป็นยังไงบ้าง? แจจุงถาม มือเรียวนั้นปัดผมที่ปรกอยู่ที่หน้าของยูชอนออกอย่างอ่อนโยน
ดีขึ้นแล้ว ยูชอนตอบเสียงเบา...รู้สึกเจ็บคอนิดหน่อยจำไม่ได้ว่าเมื่อคืนมันเกิดอะไรขึ้นบ้าง...เท่าที่จำได้คือเค้ารู้สึกตัวว่ากำลังจะไม่สบาย...แล้วไงต่อนะ...
เมื่อวานนายไข้ขึ้นสูงมาก เรียกยังไงก็ไม่รู้สึกตัว พวกฉันเลยพามาโรงพยาบาล แจจุงตอบคำถามทั้งหมดที่อยู่บนใบหน้าของยูชอน ก่อนเอื้อมมือไปติดกระดุมเสื้อกันหนาวให้ยูชอน ยูชอนก้มลงมองมือนั้นก่อนยิ้มออกมา
นายรู้ตัวมั้ย ว่านายเหมือนแม่เลย ยูชอนบอกยิ้มๆ
รู้...ก็ฉันเป็นแม่พวกนายไม่ใช่รึไงล่ะ? แจจุงตอบก่อนหัวเราะเบาๆ
ยังไงก็พักให้หายดีก่อนแล้วกัน ฉันโทรไปบอกผู้จัดการแล้วว่าเราไม่รับงาน 2-3วัน แจจุงบอกก่อนเดินไปในห้องน้ำ เพื่อไปเอาผ้าชุบน้ำมาเช็ดหน้าให้ยูชอน
แต่ว่า...งานที่รับไว้ล่ะ? ยูชอนถามก่อนจะเม้มปากเมื่อแจจุงเช็ดผ้าชุบน้ำมาบนหน้าของเค้า
ไม่ต้องสนใจหรอกน่า ฉันกับยุนโฮจัดการเรียบร้อยแล้ว แจจุงเช็ดผ้าตามลำคอให้ยูชอนราวกับเคยชินกับการดูแลเพื่อนๆแบบนี้...
เจ้าโลมาเป็นห่วงนายมากเลยรู้มั้ย? ให้ไปนอนที่โซฟาดีๆก็ไม่ยอมไป บอกว่าอยากนั่งอยู่ใกล้ๆนาย แจจุงบอกก่อนจะยิ้มออกมาเมื่อเห็นว่าแก้มใสของยูชอนนั้นแดงขึ้นมา
อือ.... เสียงครางจากคนที่ถูกกล่าวถึงทำให้บทสนทนาจบลง จุนซูเงยหน้าขึ้นมองไปรอบๆอย่างงัวเงียเหมือนทุกๆเช้า
อรุณสวัสดิ์ ยูชอนบอกคนตรงหน้ายิ้มๆ
โอ๊ะ! ยูชอนร้องออกมาเบาๆเมื่อคนตัวเล็กโผเข้ากอดเค้าเต็มแรง
ยูชอน...ฮือ...นายนี่มันบ้าชะมัด...เดี๋ยวก็หายไป เดี๋ยวก็ไม่สบาย.... ฉันเป็นห่วงนายแทบแย่....ยูชอนอ่า.... จุนซูพร่ำบอกทั้งน้ำตา...ก่อนกอดยูชอนแน่นเข้าอีก
จุนซู...ฉันหายใจไม่ออก ยูชอนพูดอย่างยากลำบากเมื่อรู้สึกว่าอ้อมกอดนั้นแน่นเข้า จุนซูรีบผละตัวออก
ขอโทษๆ นายไม่เป็นอะไรแล้วใช่มั้ย? จุนซูถามเสียงสั่น มือเล็กๆนั้นจับตามใบหน้าของอีกฝ่าย
อืม ไม่เป็นอะไรแล้ว.. ยูชอนตอบยิ้มๆ ก่อนเช็ดน้ำตาบนแก้มใสนั้นเบาๆด้วย
ยูชอนอ่า.... จุนซูพึมพำชื่อคนตรงหน้าออกมาก่อนโผเข้ากอดอีกฝ่ายไว้เหมือนเดิม...แจจุงมองภาพตรงหน้าก่อนจะยิ้มออกมา

ผมไม่ได้นั่งคิดอะไรเงียบๆคนเดียวแบบนี้...นานแค่ไหนแล้วนะ....
ข้างนอกนั่น...ท้องฟ้ามืดครึ้ม...ราวกับฝนกำลังจะตกลงมา...
ฝนตกแน่เลย เสียงเล็กๆที่ดังขึ้นปลุกให้ชายร่างสูงตื่นจากความคิดของตัวเอง
จุนซู... เอ่ยชื่อคนตรงหน้าออกมาเบาๆ...รู้สึกเหมือนว่ากำลังคิดถึง...แล้วคนตัวเล็กนี่ก็มาอยู่ตรงหน้า
นี่ ยูชอนไม่กินข้าวเลยเหรอ? จุนซูถามหลังจากเปิดฝาที่ปิดถ้วยข้าวต้มโรงพยาบาลดู
ฉันรอให้มันเย็นก่อนน่ะ ยูชอนบอก จริงๆแล้วไม่อยากกินต่างหาก...เพราะว่ากินเข้าไปแล้วรู้สึกเหมือนลิ้นจะไม่รับรสอะไรเอาเลย...
แล้วคนอื่นล่ะ? ยูชอนถามก่อนมองผ่านหลังคนตัวเล็กไป...เมื่อเช้าตื่นขึ้นมาก็ไม่มีใครอยู่แล้ว มีแค่กระดาษแผ่นเล็กพร้อมลายมือของแจจุงที่บอกว่าไปทำงานและถ้วยข้าวต้มที่จืดชืดนั่น...
ยุนโฮไปรายการ Love letterน่ะ แจจุงเค้าก็เลยตามไปด้วยน่ะ จุนซูตอบโดยที่ไม่ได้มองยูชอนเลยสักนิด มือเล็กๆนั้นเข็นโต๊ะก่อนหยิบถ้วยข้าวต้มวางตรงหน้าร่างสูง ยูชอนมองถ้วยข้าวตรงหน้าสลับกับคนตัวเล็กอย่างไม่เข้าใจ
นี่น่ะ เย็นแล้ว เย็นชืดแล้วด้วย กินซะสิ จะได้กินยา ยูชอนขยี้ตาสองสามทีก่อนมองคนตรงหน้า สาบานได้ว่านี่คือจุนซูไม่ใช่แจจุง น้ำเสียงที่ใช้นั่นเหมือนแจจุงตอนที่กำลังบ่นไม่มีผิด
อะไรเข้าตาเหรอ? จุนซูถามก่อนยื่นหน้ามาใกล้ๆ
ฉันแค่กำลังสงสัยว่านี่จุนซูหรือว่าแจจุงกันแน่ ยูชอนบอกก่อนหัวเราะเบาๆ ก่อนจะรีบหยุดหัวเราะเมื่อคนตัวเล็กตีแขนเค้าแรงๆ
นี่ฉันป่วยอยู่นะ จุนซู ยูชอนโวยวายก่อนจะจับมือเล็กๆนั้นไว้
คนป่วยเค้าไม่พูดมากหรอกนะ จุนซูบอกก่อนจะสะบัดมือออกจากการเกาะกุมนั้นแล้วเดินไปลากเก้าอี้มานั่งข้างๆเตียง สีหน้านั้นบ่งบอกถึงอาการที่เรียกว่า งอน อย่างเห็นได้ชัด ยูชอนมองก่อนพยายามกลั้นหัวเราะไว้เพราะกลัวว่าคนตัวเล็กจะยิ่งโกรธ
หยุดหัวเราะเลยนะ ไอ้หนูบ้า จุนซูที่หันมาเห็นยูชอนหลุดหัวเราะพอดีแหวใส่ แล้วลุกหนีไปนั่งที่โซฟาแทนมือเล็กๆนั้นคว้าหนังสือการ์ตูนที่ยุนโฮทิ้งไว้เมื่อเช้าขึ้นมาดู...
กินข้าวด้วยจะได้กินยา จุนซูบอกเสียงดุผ่านหนังสือการ์ตูน แต่ยูชอนหัวเราะดังขึ้นอีก คนบ้า หัวเราะอะไรนักหนาเล่า คนเค้าอุตส่าห์เป็นห่วง
จุนซู...หนังสือกลับหัวน่ะ ยูชอนบอกกลั้วหัวเราะ จุนซูรีบมองหน้ากระดาษก่อนจะวางหนังสือลงที่โต๊ะข้างๆโซฟาแล้วกดเปิดทีวี แล้วเดินกลับมานั่งที่โซฟาแก้มใสนั้นแดงระเรื่อด้วยความอาย...ยูชอนมองใบหน้าด้านข้างของคนตัวเล็กยิ้มๆ ก่อนจะก้มลงมองข้าวต้มในถ้วยแล้วถอนใจออกมา...มือเรียวหยิบช้อนขึ้นมาคนข้าวในถ้วยไปมาก่อนจะวางช้อนลง...แค่นึกถึงรสชาติเมื่อเช้าก็ปวดหัวขึ้นมาซะแล้วสิ....อยากกินข้าวฝีมือแจจุงจังเลยน้า...ถ้าแจจุงทำล่ะก็จะต้องมีกุ้ง...มีหมู...แล้วก็อร่อยกว่านี้แน่ๆ...ความคิดและภาพอาหารทั้งหมดถูกขัดด้วยเสียงของคนตัวเล็ก
ทำไมไม่กินล่ะ? จุนซูถามก่อนเดินมานั่งที่เก้าอี้ตัวเดิม ไม่เห็นยูชอนตักเข้าปากสักคำเดียว มีแต่นั่งมองอยู่นั่นล่ะ หรือว่ามีอะไรอยู่ในถ้วย จุนซูมองลงไปในถ้วยข้าวต้มก่อนคนไปมา
ก็ไม่มีอะไรนี่นา... คนตัวเล็กพึมพำก่อนมองหน้ายูชอนเหมือนจะถาม
มันไม่อร่อยน่ะ... ยูชอนบอกเสียงเบาแล้วตักข้าวขึ้นมาคำนึง ยูชอนมองข้าวในช้อนอย่างลังเลเล็กน้อยก่อนจะตัดสินใจกินเข้าไป...แหวะ....ชืดสุดๆ...ยิ่งเย็นยิ่งไม่อร่อย...วางช้อนลงในถ้วยเหมือนเดิม...
ไม่อร่อยก็ต้องกินสิ ถ้ายูชอนไม่กินก็จะกินยาไม่ได้ จุนซูบอกก่อนจะตักข้าวต้มใส่ช้อนแล้วยื่นให้คนตรงหน้า
กินสิ จุนซูบอกก่อนยื่นช้อนเข้าไปใกล้ริมฝีปากคนตรงหน้าอีก
ฉันกินเองได้ ยูชอนยกมือขึ้นจะหยิบช้อนจากมือเล็กนั้น แต่จุนซูดึงมือหนี
ไม่ได้ เดี๋ยวนายก็เอาแต่คนข้าวเล่นอยู่นั่นล่ะ ฉันป้อนเอง จุนซูบอกน้ำเสียงดุ...ก่อนจะยื่นช้อนข้าวไปตรงหน้ายูชอน
ฉันกินเองได้จริงๆนะ... ไม่มีคำพูดต่อเพราะสายตาของคนตัวเล็ก...น่ากลัวพอๆกับแจจุงเลย...ยูชอนถอนใจเบาๆก่อนจะกินข้าวต้มเข้าไป
อ่ะ อีกคำๆ จุนซูบอกก่อนตักข้าวอีกคำให้ยูชอน ยูชอนกินเข้าไป...ข้าวต้มคำแล้วคำเล่า กับรอยยิ้มของคนตรงหน้า...ไม่รู้ว่าคิดไปเองรึเปล่า..ทั้งที่เมื่อกี้แทบจะไม่อยากกินเข้าไปเลย...แต่ตอนนี้กลับรู้สึกว่าข้าวต้มนี่มันอร่อยขึ้นมาเฉยๆ
เก่งมากๆๆ จุนซูบอกก่อนยิ้มกว้าง หลังจากมองถ้วยที่ว่างเปล่า จุนซูลุกขึ้นไปหยิบแก้วน้ำกับยาก่อนส่งให้ยูชอน ยูชอนรับยาสองเม็ดมาก่อนจะกินเข้าไปทั้งหมด มือเรียวส่งแก้วเปล่าให้กับจุนซูที่รออยู่ ยูชอนมองตามคนตัวเล็กที่เดินเอาแก้วไปวาง ก่อนจะหันไปมองทางอื่นเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายหันกลับมา จุนซูเดินกลับมาก่อนดึงเก้าอี้ไปใกล้ๆยูชอนอีก แล้วนั่งลงบนเก้าอี้นั่น
จะไปไหนน่ะ ยูชอน? จุนซูถามเมื่อเห็นว่ายูชอนกำลังลงจากเตียง
อ่อ ฉันจะไปห้องน้ำหน่อยน่ะ ยูชอนบอก
ฉันพาไป จุนซูบอกก่อนจะวิ่งอ้อมมาประคองยูชอน
ไม่เป็นไร ฉันไปเองได้ ยูชอนรีบบอกเพราะจุนซูทำท่าเหมือนจะเข้าไปในห้องน้ำกับเค้าด้วย
ไม่ได้ ถ้านายเป็นลมหรือเป็นอะไรไปจะทำไงล่ะ? จุนซูถาม
ฉันโอเคแล้ว ไม่เป็นไรแล้ว ฉันไปเองได้ ยูชอนบอก จุนซูมองยูชอนเหมือนไม่เชื่อ ยูชอนพยักหน้าเล็กน้อยแทนคำยืนยัน จุนซูถอนใจก่อนจะเดินไปส่งยูชอนที่หน้าห้องน้ำ คนตัวเล็กมองประตูที่ปิดลงก่อนถอนใจออกมา...ใบหน้าหวานนั้นดูเศร้าลงถนัดตา...

เมื่อเช้านี้จุนซูแยกตัวกลับบ้านไปเอาเสื้อผ้ามาให้ยูชอนเปลี่ยน ขณะที่ยุนโฮกับแจจุงไปที่สตูดิโอรายการ Love letter
อ้าว ชางมินยังไม่ไปเรียนอีกเหรอ? จุนซูถามน้องคนเล็กที่นั่งอ่านหนังสืออยู่ที่โซฟา ชางมินละสายตาจากหนังสือเล่มหนา
วันนี้เรียนบ่ายฮะ ชางมินตอบ ก่อนจะมองถุงกระดาษที่จุนซูวางลงข้างๆโซฟา
ขนมอะไรเหรอฮะ? ชางมินถามก่อนเปิดถุงดู...ก่อนถอนใจออกมาเมื่อข้างในนั้นเป็นเสื้อผ้าของยูชอน
เสียใจด้วยไม่ใช่ขนม จุนซูบอกก่อนจะหัวเราะตามแบบฉบับของเค้า ชางมินมองตามพี่ชายที่ตัวเล็กกว่าก่อนยิ้มออกมาอย่างเจ้าเล่ห์
ยิ้มอะไรของนาย? จุนซูถาม
อาหารฝรั่งเศสอร่อยมั้ยฮะ? ชางมินถามยิ้มๆ ก่อนจะเดินไปเปิดตู้เย็นหาอะไรกิน ทั้งๆที่พึ่งกินข้าวเช้าเข้าไปเมื่อชั่วโมงก่อน
อาหารฝรั่งเศส? อะไร? จุนซูทำสีหน้าสงสัย...
ก็เมื่อวันก่อนไงฮะ ที่ฉลองพี่ยูชอนเรียนจบไง ชางมินตอบก่อนหยิบนมขวดใหญ่ออกมา แล้วรินใส่แก้วใบใหญ่ก่อนจะกินจนหมดในรวดเดียว
............ จุนซูเงียบไป...
[ยูชอนเรียนจบม.ปลายแล้วสินะ...งั้นเอางี้เราไปกินอาหารฝรั่งเศสที่ร้านนั้นมั้ย? ร้านที่พึ่งเปิดใหม่ตรงถนนKน่ะ] จำได้ว่าตัวเองพูดแบบนั้นออกไป...แล้วก็ตกลงกับยูชอนว่าจะไปด้วยกันสองคน...
[พรุ่งนี้จะกินอะไรดีน้า...ยูชอนเลี้ยงทั้งที] จุนซูแกล้งทำท่าคิด
[นายบอกจะเลี้ยงฉันไม่ใช่เหรอ?] ยูชอนทำหน้างงๆ
[บ้าน่า นายเรียนจบนี่นา นายก็ต้องเลี้ยงฉันสิ] ทั้งๆที่เหตุผลที่ยกขึ้นมาจะไม่เข้าเท่าเอาซะเลย แต่ยูชอนก็พยักหน้าตกลง....
[แล้วเจอกัน 4 โมงเย็น ที่ร้านเลยนะ] ยูชอนบอกก่อนจะเดินออกจากบ้านไป...แล้วเค้าก็ออกไปซื้อของขวัญให้ยูชอน...แต่ว่ายังไม่ทันได้ของขวัญก็เจอฮยอกแจ...แล้วก็ดีใจมากๆ...ก็เลยดูหนังด้วยกันแล้วก็ไปกินข้าว...แล้วก็ลืมนัดของยูชอน....
พี่จุนซูฮะ! เสียงของชางมินปลุกให้จุนซูหลุดออกจากภวังค์
พี่จุนซูเป็นอะไรไปฮะ? ชางมินถามเมื่อเห็นว่าจุนซูนิ่งไป ดวงตาแดงก่ำเหมือนกำลังจะร้องไห้...
วันก่อนยูชอนกลับบ้านกี่โมงเหรอ? จุนซูถาม พยายามทำสีหน้าให้ปกติที่สุด...
ก็สักสี่ทุ่มมั้งฮะ ชางมินทำท่าคิดก่อนจะตอบออกมา...อืม...น่าจะประมาณสี่ทุ่มนี่ล่ะ
........พี่ไปนะ.... จุนซูพูดจบก็วิ่งออกจากห้องไปทันที...นี่ยูชอนรอเค้านานขนาดนั้นเลยเหรอ...กางเกงตัวใหม่นั่นก็เพื่อวันนั้นสินะ...ที่ยูชอนร้องไห้ก็เพราะเรื่องนั้นสินะ....ไม่รู้ว่าเมื่อไรที่น้ำตาหยดแล้วหยดเล่าไหลผ่านแก้มใสลงมา...ตลอดทางที่นั่งรถมาที่โรงพยาบาลก็คิดแต่อยากจะขอโทษ...แต่พอมาเห็นหน้ายูชอนแล้วกลับพูดอะไรไม่ออก...
เสียงเปิดประตูห้องน้ำทำให้จุนซูหันกลับไปมอง
ไม่ต้องยืนรอก็ได้ ยูชอนบอกก่อนหัวเราะเบาๆเมื่อเห็นว่าจุนซูยังยืนอยู่หน้าห้องน้ำ
ยูชอน... จุนซูเรียกคนตรงหน้า มองหลังมือที่มีสำลีกับเทปแปะไว้...ริมฝีปากนั้นเม้มเข้าหากัน...
หืม? ยูชอนถามสีหน้าสงสัยเล็กน้อย
ฉันขอโทษ...ที่ลืมนัดของเราเมื่อวันก่อน จุนซูพูดทีละคำอย่างยากลำบากรู้สึกเหมือนคัดจมูกจนหายใจไม่ออก ไม่กล้ามองหน้ายูชอน...ยูชอนอาจจะโกรธเค้ามาก...แต่ไม่ทันคิดอะไรต่อก็รู้สึกถึงมือที่วางลงบนผมของตัวเอง จุนซูเงยหน้าขึ้นมองคนตรงหน้า
ไม่เป็นไรหรอก ฉันไม่ได้โกรธจุนซู ยูชอนบอกก่อนยิ้มให้...รอยยิ้มที่ดูอ่อนโยนนั้น ทำให้จุนซูร้องไห้ออกมา
ฉันขอโทษ ยูชอน... จุนซูบอกเสียงสั่นก่อนจะเดินไปใกล้ร่างสูงแล้วซบหน้าลงกับแผงอกของร่างสูง...ยูชอนก้มลงมองคนตัวเล็กด้วยความรู้สึกที่ไม่อาจอธิบายได้...ทั้งดีใจ...ทั้งเสียใจ...ความรู้สึกมันตีกันไปหมด...
ฉันขอโทษ...ยูชอนไม่สบายก็เพราะฉัน...ยูชอน...ขอโทษ.. แขนเล็กๆนั้นโอบรอบเอวของร่างสูงไว้ก่อนจะซุกหน้าแน่นเข้าไปอีก...ไหล่บางๆนั้นสั่นสะท้านด้วยแรงสะอื้น...ยูชอนยกมือขึ้นจะโอบคนตัวเล็กไว้ แต่ก็ต้องชะงัก...ก่อนดันไหล่เล็กๆนั้นออก
ฉันไม่เป็นอะไรแล้ว ไม่ต้องร้องนะ...แล้วฉันก็ไม่ได้โกรธจุนซูจริงๆ ยูชอนบอกช้าๆ จุนซูพยักหน้าก่อนเช็ดน้ำตาบนใบหน้าตัวเองแต่ไม่รู้ทำไมเช็ดเท่าไรก็ไม่แห้งซักที ยูชอนจับมือเล็กๆนั้นออก ก่อนจะไล้นิ้วเช็ดน้ำตาบนใบหน้านั้นเบาๆ....จุนซูมองใบหน้าของยูชอนที่กำลังเช็ดน้ำตาให้เค้าอย่างอ่อนโยนก่อนที่น้ำตาจะหยดลงมาอีก...เพราะนายอ่อนโยน...ฉันถึงได้รู้สึกผิด...เพราะนายไม่เคยโกรธในสิ่งที่ฉันทำให้นายเสียใจ...ฉันถึงได้รู้สึกเสียใจมากขนาดนี้...นายจะรู้มั้ยนะ...ยูชอน...
ไม่ร้องนะ โอเค๊? ถ้านายร้องฉันจะโกรธนายจริงๆนะ ยูชอนถาม มือเรียวนั้นเช็ดน้ำตาที่หยดลงมาอีกครั้งให้คนตัวเล็กตรงหน้า จุนซูพยักหน้าเร็วๆก่อนรีบเม้มปากแน่นเพื่อไม่ให้น้ำตาไหลลงมาอีก...ยูชอนยิ้มเล็กน้อยก่อนจะโอบคนตัวเล็กไว้...
ฉันไม่อยากให้นายร้องไห้เลยรู้มั้ย...ฉัน...เจ็บทุกครั้งเลยที่เห็นนายร้องไห้... ยูชอนพึมพำก่อนที่ประโยคหลังจะเบาเสียจนไม่สามารถได้ยินได้ ราวกับว่าริมฝีปากนั้นขยับเพียงเล็กน้อยเท่านั้น...ยูชอนผละตัวเองออกก่อนพยายามยิ้มให้คนตรงหน้า มือนั้นดึงแก้มยุ้ยๆให้ยิ้มตาม
นายจะรู้มั้ยนะ...จุนซู...ฉันมีชีวิตอยู่ทุกวันนี้...ฉันอยู่ที่ตรงนี้...ก็เพราะรอยยิ้มนี้...รอยยิ้มของนาย...รอยยิ้มของคนที่ฉันรัก...
ยิ้มนะ ยิ้ม ยูชอนบอก จุนซูยิ้มกว้างที่สุดเท่าที่ทำได้ ยูชอนหัวเราะออกมาเบาๆ ก่อนจะเดินกลับที่เตียง จุนซูมองตามก่อนจะเดินตามไป แต่เพราะไม่ระวังทำให้เหยียบเชือกรองเท้าของตัวเองจนเสียหลักจะล้ม
เหวออ จุนซูร้องออกมายูชอนหันกลับมาพอดี แขนเรียวนั้นคว้าเอวจุนซูไว้ แต่เพราะไม่สบายทำให้ไม่มีแรงดึงไว้ สุดท้ายก็ล้มลงไปนอนที่พื้นทั้งคู่ ยูชอนนอนทับอยู่บนตัวจุนซูพอดี มือเรียวนั้นกันหัวคนตัวเล็กไว้ไม่ให้กระแทกกับพื้น...
ขอโทษที ยูชอนบอกก่อนจะเงยหน้าขึ้น ก่อนจะนิ่งไปเมื่อรู้สึกตัวว่าตอนนี้ใบหน้าของจุนซูอยู่ใกล้มาก ไม่รู้ว่านานแค่ไหนที่มองลึกลงไปในนัยน์ตาสีน้ำตาลเข้มของร่างที่อยู่ข้างใต้...แก้มใสของจุนซูนั้นแดงระเรื่อขึ้น...ริมฝีปากบางที่อยู่ตรงหน้าราวกับเย้ายวนให้สัมผัส...ยูชอนค่อยๆโน้มใบหน้าลงไปใกล้...จุนซูหลับตาลงแน่น...ยูชอนมองขนตายาวที่ทอรับกับแก้มใส ริมฝีปากสีชมพูอ่อน...อยากสัมผัส...โน้มหน้าลงไปใกล้เสียจนรู้สึกถึงลมหายใจอุ่นๆของอีกฝ่ายที่ปะทะบนผิวแก้ม....

แจจุง...แจจุง.. เสียงเรียกที่ดังขึ้นจากข้างหลังทำให้แจจุงหันกลับไป
อ้าว ยุนโฮ เสร็จแล้วเหรอ? แจจุงถามคนตรงหน้า ยุนโฮพยักหน้าเล็กน้อยก่อนนั่งลงข้างๆคนรัก
แล้วจะกลับเลยมั้ย? ยุนโฮถามก่อนหันไปมองแจจุงที่ทำสีหน้าเหมือนกำลังคิดอะไรอยู่ ยุนโฮเอื้อมมือไปปัดผมที่ปรกหน้าของแจจุงออก แจจุงมองมือนั้นเล็กน้อยก่อนยิ้มออกมา
คิดอะไรอยู่เหรอ? ยุนโฮถาม แจจุงมองยุนโฮด้วยสีหน้าที่ดูเหมือนไม่เข้าใจที่ยุนโฮพูด
นายดูเหม่อๆน่ะ ยุนโฮบอก แจจุงถอนใจเล็กน้อยก่อนจะยิ้มออกมา มือเรียวเล็กนั้นล้วงไปในกระเป๋ากางเกงก่อนหยิบผ้าเช็ดหน้าผืนเล็กออกมา
อ่อ...ฉันกำลังคิดเรื่องของยูชอนกับจุนซูน่ะ แจจุงตอบพลางใช้ผ้าเช็ดหน้าซับเหงื่อตามใบหน้าของยุนโฮอย่างแผ่วเบา ยุนโฮมองใบหน้าหวานสวยที่ดูตั้งอกตั้งใจกับการเช็ดหน้าให้เค้าก่อนยิ้มออกมาบางๆ
ฉันคิดว่าฉันไม่เข้าใจ แจจุงบอกในสิ่งที่ตัวเองกำลังคิด...ใช่...เค้าไม่เข้าใจ...แจจุงเก็บผ้าเช็ดหน้าใส่กระเป๋าเหมือนเดิม ก่อนมองไปข้างหน้า...
ไม่เข้าใจ...จุนซูเหรอ? ยุนโฮถาม
ไม่หรอก...ยูชอนต่างหากที่ฉันไม่เข้าใจ...ไม่รู้สิ แจจุงบอก ริมฝีปากบางนั้นเม้มเข้าหากันราวกับกำลังใช้ความคิด...ทั้งๆที่ยูชอนน่าจะเป็นคนที่เค้ามองออกง่ายที่สุด...แต่นี่กลับกลายเป็นคนที่เค้าไม่เข้าใจเลยสักนิด...ไม่เข้าใจสีหน้าในตอนนั้นของยูชอน...สีหน้าแบบนั้น...มันหมายความว่ายังไงกันนะ...ความคิดทั้งหมดหยุดลงเมื่อรู้สึกถึงสัมผัสที่มือ แจจุงก้มลงมองมือของยุนโฮที่เกาะกุมมือของเค้าเอาไว้ ก่อนมองหน้าของยุนโฮราวกับจะมีคำถาม
คิดแต่เรื่องคนอื่น...คิดเรื่องเราบ้างสิ ยุนโฮบอก ไม่รู้ว่ารู้สึกไปเองมั้ย...แต่รู้เหมือนคำว่า เรา ถูกเน้นหนัก...แก้มใสบนใบหน้าหวานสวยนั้นขึ้นสี ยุนโฮมองคนตรงหน้าก่อนยื่นใบหน้าเข้าไปใกล้ สัมผัสริมฝีปากบางเบาๆที่แก้มใสนั้น
ทำบ้าอะไร เดี๋ยวก็มีคนเห็นหรอก แจจุงผลักยุนโฮออก ก่อนมองไปรอบๆโชคดีที่ทุกคนกำลังวุ่นอยู่กับการเก็บฉาก ทำให้ไม่มีใครสนใจพวกเค้า...แจจุงหันกลับมามองคนรักด้วยสีหน้าดุๆผิดกับตัวการที่นั่งยิ้มอยู่ได้
นี่ ยังมายิ้มอยู่อีก! แจจุงตีที่แขนคนรักแรงๆ เมื่อเห็นหมีขาวตัวโตนั่งหัวเราะคิกคัก ไม่ได้มีความสำนึกผิดเลยแม้แต่น้อย...มันน่านัก...
หยุดหัวเราะเลยนะ ไอ้หมีบ้า!! แจจุงแหวใส่...จนยุนโฮหยุดหัวเราะแทบจะทันที มือนั้นรีบคว้าข้อมือของร่างบางที่กำลังจะเดินหนีไปไว้ ก่อนออกแรงดึงเล็กน้อยให้อีกฝ่ายลงมานั่งบนตักของตัวเอง
ยุนโฮ แจจุงพยายามจะขืนตัวจากอ้อมกอดแข็งแรงนั้น ยุนโฮไม่สนใจคนในอ้อมกอดที่กำลังดิ้นอยู่เลยแม้แต่น้อย
ปล่อยเลยนะ ยุนโฮ แจจุงพยายามแกะมือร่างสูงที่กำลังโอบรอบเอวเค้าไว้ ร่างสูงวางคางลงบนไหล่บางนั้น
ฉันรักนายนะ แจจุง ถ้อยคำที่หลุดออกมาจากริมฝีปากของเจ้าของอ้อมกอด ทำให้แจจุงนิ่งไป...
อ้าว ยังไม่กลับกันอีกเหรอ? ยุนโฮ แจจุง เสียงของทีมงานรายการคนนึงปลุกให้แจจุงตื่นจากภวังค์
ครับ เดี๋ยวก็จะกลับแล้วล่ะครับ ยุนโฮตอบยิ้มๆ ผิดกับแจจุงที่ทำสีหน้าไม่ถูก พยายามดันตัวออกจากหมีขาวตัวโตที่กอดเอวเค้าไม่ยอมปล่อย
งั้นพวกเรากลับก่อนแล้วกันนะ ทีมงานอีกคนในกลุ่มบอกก่อนจะขอตัวไป
ยุนโฮ อย่ามัวแต่สวีทกับแจแจจนลืมเวลากลับบ้านล่ะ ทีมงานสาวคนนึงแซวยิ้มๆก่อนจะเดินตามเพื่อนๆไป
คร้าบบบ ยุนโฮบอกไล่หลัง ก่อนจะหุบยิ้มแทบไม่ทันเมื่อเห็นสีหน้าของแจจุงที่หันมามอง
เมื่อกี้ หมายความว่าไง? แจจุงถามเสียงดัง จนทีมงานหลายคนหันมามอง...อะไร...สวีทอะไร?...แล้วทำไมทุกคนถึงรู้...ชื่อที่ยุนโฮเรียกเค้าเวลาอยู่ด้วยกันสองคน...แจแจ...แจจุงมองคนตรงหน้าด้วยสีหน้าที่เต็มไปด้วยคำถาม และแววตาดุๆนั้นก็ราวกับจะบอกให้คนรักบอกความจริงทั้งหมด
ป่ะ แจจุง เรากลับบ้านกันเถอะ ยุนโฮรีบปล่อยแจจุงแล้วยิ้มกลบเกลื่อน สีหน้านั้นมีพิรุธเต็มไปหมด
จุง ยุนโฮ บอกมาเดี๋ยวนี้เลยนะ แจจุงไม่ยอมง่ายๆ มือเล็กๆนั้นดึงเสื้อคนรักไว้ ยุนโฮหันกลับมาก่อนยกมือขึ้นยอมแพ้...ขืนไม่บอก มีคนตรงหน้างอนๆแหงๆ แล้วง้อง่ายซะที่ไหนล่ะ
โอเค บอกก็ได้...ก็ตอนที่แจจุงไปเข้าห้องน้ำน่ะ...พวกเค้าคุยกันเรื่องนายกับยูชอน... ยุนโฮเกริ่นขึ้นก่อนจะเล่าเรื่องหมดให้แจจุงฟัง
---เมื่อ สองชั่วโมงก่อน---
ดูสิ ยูชอนกับแจจุงน่ะ เสียงช่างแต่งหน้าคนนึงพูดขึ้นก่อนส่งหนังสือให้ทีมงานผู้หญิงอีกคนดูด้วย
ว้ายย น่ารักกันจังเลย ดูสิๆ ทีมงานคนนั้นกรี๊ดกร๊าดแล้วเรียกเพื่อนให้มาดู ยุนโฮที่นั่งทำผมอยู่เลยเกิดอาการอยากรู้ ลุกขึ้นไปดูหนังสือที่ว่าด้วย
พวกเค้าเป็นแฟนกันรึเปล่านะ ใครคนนึงในกลุ่มพูดขึ้นก่อนหัวเราะคิกคัก..
ไม่หรอกมั้ง แจจุงกับยุนโฮต่างหากล่ะ...ยูชอนน่ะ คู่กับจุนซู คำพูดของหญิงสาวช่างแต่งหน้าทำให้ยุนโฮยิ้มได้ก่อนทำท่าจะเดินกลับไปนั่งที่เดิม คงไม่ต้องดูก็ได้หรอกมั้ง...แต่...
ไม่แน่นะ ในอินเตอร์เน็ทน่ะ พวกแฟนๆบอกว่ายูชอนกับแจจุงน่ะ... คำพูดที่ต่อมายุนโฮแทบจะไม่ได้ยินแล้ว รู้สึกเหมือนหงุดหงิดจนต้องเอื้อมมือไปหยิบหนังสือในมือของทีมงานคนนึงขึ้นมาดูใกล้ๆ ไหนขอดูหน่อยสิว่ามันรูปอะไรที่ทำให้ออร่าแห่งความหวานของเค้ากับแจจุงจางลงได้....รูปคอนเสิร์ตที่มาเลเซีย...รูปที่แจจุงเกือบจะหอมแก้มกับยูชอน...ไอ้รูปใบนี้อีกแล้ว!!! ตอนนี้ในใจของยุนโฮคิดภาพตัวเองฉีกหนังสือเล่มนี้แล้วก็กระทืบๆๆ ว๊ากกกกก
ยุนโฮ! เสียงเรียกจากทีมงานสาวที่นั่งมองพฤติกรรมนั้นอย่างหวาดๆปลุกยุนโฮให้ตื่นจากจินตาการที่สมจริงของตัวเองเมือกี้ ยุนโฮรีบหันไปยิ้มให้เธอ
มีอะไรเหรอครับ? ยุนโฮถามยิ้มๆ
ฉันขอหนังสือคืนนะจ๊ะ เธอบอกก่อนชี้ไปที่หนังสือในมือของยุนโฮที่แทบจะขาดออกจากกันอยู่แล้ว
อ่อ ขอโทษครับ ยุนโฮหัวเราะกลบเกลื่อนก่อนจะส่งหนังสือคืนให้กับทีมงานคนนั้น
จริงสิ ยุนโฮ ยูชอนกับแจจุงน่ะเค้าเป็นแฟนกันจริงๆรึเปล่า? เสียงช่างแต่งหน้าถามขึ้นมา ทำเอารอยยิ้มที่ยุนโฮมีอยู่บนใบหน้าเลือนหายไปแวบนึงก่อนจะหันกลับมายิ้มอีก
ถ้าทำแค่นั้น แล้วมองว่าเป็นแฟน ผมว่าผมกับแจแจคงเป็นมากกว่านั้นอีกนะครับ ยุนโฮพยายามหลีกเลี่ยงที่จะตอบคำถามเมื่อครู่...ทั้งๆที่ในใจเค้าอยากจะตะโกนบอกให้คนทั้งโลก(?)ได้รับรู้ว่า ผม จุง ยุนโฮคนนี้นี่ล่ะ คือแฟนของ คิม แจจุง....ความคิดทั้งหมดถูกขัดด้วยคำถามจากทีมงานสาวอีกคน
แจแจ? เธอทวนคำช้าๆ ก่อนทำสีหน้าต้องการคำตอบใส่ยุนโฮแจแจ เป็นชื่อเล่นอีกชื่อของแจจุงที่เค้าเอาไว้เรียกเวลาที่อยู่ด้วยกันสองคน เหมือนที่แจจุงจะเรียกเค้าว่า ยุนยุน
เอ่อ...ผมว่าผมไปดีกว่านะ ยุนโฮตัดบทก่อนจะรีบเดินหนีกลับไปนั่งที่เก้าอี้ของตัวเอง ก่อนหยิบหนังสือที่กองอยู่ขึ้นมาอ่าน รู้สึกเหมือนได้ยินเสียงหัวเราะคิกคักของพวกทีมงานสาวๆ จึงอดไม่ได้ที่จะหันไปมองแล้วทำสีหน้าราวกับจะขอร้องว่าอย่าบอกใคร ทั้งๆที่ไม่ได้พูดอะไรออกมาแต่ดูเหมือนพวกเธอจะเข้าใจเป็นอย่างดี...
ก็แค่นี้ล่ะ.... ยุนโฮเล่าจนจบพร้อมกับทำสีหน้าหงอๆไว้ เพราะรู้ดีว่าคนตรงหน้าต้องโกรธแน่ๆ แล้วก็เป็นอย่างที่คิด
ยุนโฮ นี่นายบ้าไปแล้วรึไง?? นายไปพูดแบบนั้นได้ยังไง นายนี่มัน...นาย...กลับบ้านเดี๋ยวนี้เลย เราต้องคุยกันให้รู้เรื่อง! น้ำเสียงนั้นดังขึ้นจนหลายคนหันมามอง แจจุงสูดหายใจเข้าลึกๆเพื่อสงบอารมณ์ที่กำลังคุกรุ่นอยู่ในใจ...เค้ารู้ว่ายุนโฮเป็นคนขี้หึง...แต่ยุนโฮก็มีความรับผิดชอบมาก...มากพอที่จะให้เค้าเชื่อว่ายุนโฮจะไม่พูดเรื่องแบบนี้ออกมาแน่ๆ....
แจจุง...อย่าโกรธฉันเลยนะ...ฉันแค่.... ไม่ทันทีที่ยุนโฮจะพูดต่อก็ต้องเงียบลงอีกเมื่อเห็นสีหน้าดุๆของคนรัก ยุนโฮกลืนคำพูดต่อไปลงไปในคอเหมือนเดิม ก่อนจะพยักหน้าน้อยๆเมื่ออ่านสายตาของแจจุงได้ว่า เราควรจะกลับบ้านได้แล้ว....
พวกผมขอตัวนะครับ ยุนโฮพูดขึ้นก่อนโค้งให้ทีมงานที่ยืนมองพวกเค้าอย่างงงๆอยู่ โดยแจจุงยิ้มเล็กน้อยก่อนโค้งให้ทีมงานทุกคน

แจจุงอ่า... ยุนโฮเรียกคนหน้าหวานที่นั่งอยู่ข้างๆเค้า ใบหน้าที่เคยหวานสวยตอนนี้กลับดูน่ากลัวเสียจนเค้าไม่กล้ามองมากนัก เกรงว่าจะยิ่งทำให้คนๆนี้โกรธมากขึ้นไปอีก
ฟังนะ จุง ยุนโฮ... แจจุงสูดหายใจเข้าลึกๆ....
ครับ จุง ยุนโฮ ชายหนุ่มที่เป็นหัวหน้าวงทงบังชินกิที่แสนจะน่านับถือ...นักร้องหนุ่มที่มีสเน่ห์เหลือหลาย...ชายหนุ่มตัวโตแชมป์ไอกีโดจังหวัด...ตอนนี้กลับเป็นเหมือน ด.ช.จุง ยุนโฮที่กำลังจะโดนคุณแม่ดุ ราวกับว่าใบหน้าหดลงเหลือสองนิ้ว...หรืออาจจะเล็กกว่านั้น
นายไม่ควรพูดแบบนั้น นายบ้าไปแล้วรึไง? ถ้าคนอื่นรู้จะเป็นยังไงห๊า? ถ้าเป็นข่าวล่ะ? ทุกคนก็จะพลอยเดือดร้อนไปด้วย แล้วไหนจะพ่อแม่นายอีก ท่านไม่ได้รู้เรื่องที่เราคบกันซะหน่อย บลาๆๆสารพัดคำบ่นและเหตุผลที่แจจุงคิดได้ถูกถ่ายทอดออกมาทั้งหมดจากริมฝีปากบางนั้น...เหมือนวันที่ยูชอนกับจุนซูตกลงไปในบ่อน้ำนั้นไม่มีผิดเลย...วันนั้นแจจุงบ่นแทบจะตลอดทางที่กลับไปทำงานหรือแม้แต่ที่ถ่ายทำแจจุงก็ยังบ่นไม่เลิก...ฉายาคุณแม่ก็เริ่มมาจากตรงนั้นล่ะ...ยุนโฮแอบหัวเราะเบาๆ
หัวเราะอะไร? ฉันยังพูดไม่จบเลยนะ แจจุงที่เห็นว่าอีกฝ่ายหัวเราะก็นึกฉุนขึ้นมา...นี่คนเค้าอุตส่าห์เป็นห่วงยังมีหน้ามานั่งหัวเราะอีก ทั้งเรื่องของยูชอนกับจุนซู แถมนี่ยุนโฮยังมาพูดอะไรบ้าๆแบบนั้นกับทีมงานไปอีก...นี่ถ้าเป็นข่าวขึ้นมา ไม่ใช่แค่มิสเตอร์ลีที่จะเล่นงานพวกเค้า แต่พ่อแม่ของยุนโฮอีก...พวกเค้าได้จบกันแน่ๆ...แค่คิดก็ปวดหัวแล้ว....
หรือว่านายจะคบกับฉันแค่นี้...ถึงได้พูดแบบนั้น แจจุงถามก่อนถอนใจออกมาอย่างเหนื่อยๆ...ประโยคสั้นๆนั่นทำให้ยุนโฮที่นั่งเงียบอยู่หันขวับมามองคนรักทันที...
นายหมายความว่ายังไงแจจุง? ยุนโฮถามสีหน้านั้นเปลี่ยนไปในทันที ความน้อยใจขึ้นมาแทนที่บนใบหน้านั้น...
ถ้าเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝัน มันอาจจะทำให้เราต้องเลิกกันนายเคยคิดบ้างมั้ย? แจจุงถามก่อนหลับตาลงพิงหัวกับเบาะอย่างเหนื่อยใจ...
ไม่...ฉันไม่เคยคิด... ยุนโฮตอบ แจจุงหันไปมองยุนโฮที่กำลังขับรถอยู่ ก่อนที่รถจะเบรกเมื่อยุนโฮเห็นสัญญาณไฟแดง
ฉันไม่เคยคิด เพราะว่าฉันไม่มีวันยอมเลิกกับนาย...ไม่ว่าจะเพราะอะไรก็ตามที...ฉันจะไม่ยอมเลิกกับนายแน่ๆ ยุนโฮบอกไม่แม้แต่จะหันมามองแจจุงที่ตอนนี้แก้มใสรู้สึกร้อนผ่าวๆขึ้นมาเพราะคำพูดที่ดูจริงจังของคนข้างๆ...เสียงแตรจากรถคันข้างหลังดังขึ้น
ยุนโฮ ไฟเขียวแล้ว แจจุงบอก แต่ร่างสูงยังคงนั่งนิ่งแบบนั้น
ถ้าแจจุงไม่หายโกรธฉัน ฉันก็จะจอดมันไว้งี้ล่ะ ยุนโฮบอกเสียงหนักแน่น...แจจุงถอนใจก่อนจะยิ้มออกมา
ใบหน้าหวานสวยเลื่อนไปใกล้ก่อนจะสัมผัสเบาๆที่แก้มของคนขี้งอนข้างๆ
ไม่โกรธแล้ว...ไปรับยูชอนกันเถอะนะ? แจจุงบอกยิ้มๆ ยุนโฮหันมายิ้มกว้างให้แจจุงก่อนจะรีบออกรถจากตรงนั้นทันที....
เมนูวันนี้คือผักโขมอบชีสนะคะ เราไปดูส่วนผสมกันเลยดีกว่า ว่ามีอะไรกันบ้าง ก็มี...... เสียงของพิธีกรสาวสวยยังคงบรรยายส่วนผสมของอาหารที่เธอกำลังจะสอนวิธีทำตามหน้าที่ของเธออยู่ในโทรทัศน์ที่ตั้งอยู่บนชั้นสีขาว...ดูเหมือนจะเป็นสิ่งเดียวที่บ่งบอกว่าในห้องนี้ยังคงมีคนอยู่....
ปาร์ค ยูชอน ชายหนุ่มร่างสูงในเสื้อโรงพยาบาลนั่งมองไปที่โทรทัศน์ราวกับสนใจนักหนาทั้งๆที่ตัวเค้าเองนั้นทำอาหารแทบจะไม่เป็นด้วยซ้ำไป....ในหัวมีแต่คำถามนับร้อย...เมื่อกี้นี้...เค้าทำบ้าอะไรลงไป...อดไม่ได้ที่จะแอบเหลือบมองเพื่อนร่วมวงตัวเล็กที่นั่งอยู่ที่โซฟา...
ไม่รู้ว่านานมากแค่ไหนแล้วที่เค้าเอาแต่มองตามคนตัวเล็กคนนี้....
ไม่รู้ว่านานแค่ไหนแล้วที่อยากจะอยู่ใกล้ๆคนๆนี้ตลอดเวลา...
ไม่รู้ว่านานแค่ไหนแล้วที่รักคนๆนี้...คิม จุนซู....
ความคิดทั้งหมดถูกขัดลงด้วยเสียงโทรศัพท์มือถือที่วางอยู่บนโต๊ะชาของคนตัวเล็ก จุนซูละสายตาจากรายชื่อส่วนผสมต่างๆก่อนเอื้อมมือไปหยิบโทรศัพท์สีขาวที่วางอยู่บนโต๊ะชา
ฮัลโหล... ร่างเล็กกรอกเสียงลงไป ยูชอนมองใบหน้าน่ารักที่ดูเหมือนจะไม่พอใจเล็กน้อยที่ถูกขัดใจให้ละสายตาจากรายโปรด...ก่อนจะเผลอยิ้มออกมากับความเป็นเด็กของคนตัวเล็ก
ฮยอกแจเหรอ? ทันทีที่เอ่ยชื่อนั้นขึ้นมาใบหน้าที่เคยดูเหมือนจะโกรธกลับมีรอยยิ้มกว้างขึ้นมา ผิดกับอีกคนที่รอยยิ้มเลือนหายไปจากใบหน้านั้นแทบจะในทันที...ความสุขทั้งหมดดูเหมือนจะพังทลายลง...รอยยิ้มที่ทำให้เค้ามีความสุข...แต่ตอนนี้รอยยิ้มนั้นกลับทำให้เค้าเจ็บปวด....เจ็บ...เสียจนแทบตาย....
อืม...ขอโทษนะ...แต่ว่ายูชอนไม่สบาย...เพราะงั้นเอาไว้คราวหน้านะ จุนซูบอกกับคนในโทรศัพท์ก่อนจะหันไปหาเพื่อนเพื่อขอตัวออกไปคุยข้างนอก แต่เห็นว่ายูชอนนอนหันหลังให้แล้ว คนตัวเล็กเดินไปใกล้ๆเตียงนั้นก่อนชะโงกหน้าดู ยูชอนหลับอยู่....คนตัวเล็กยิ้มเล็กน้อยก่อนจะหยิบผ้าห่มขึ้นคลุมตัวให้อีกฝ่ายก่อนจะเดินออกไปนอกห้อง....
............ ยูชอนลืมตาขึ้นก่อนลุกขึ้นนั่งช้าๆ สายตานั้นมองไปทางประตู...เสียงปิดประตูเป็นสัญญาณว่าคนตัวเล็กเดินออกไปแล้ว...ยูชอนมองผ้าห่มที่คลุมตัวอยู่ก่อนจะแค่นยิ้มออกมา....
[ยูชอน] เสียงหวานๆที่เรียกชื่อเค้า
[ถ้านายเป็นอะไรไปแล้วฉันจะอยู่ยังไง ฮือ...] ถ้อยคำที่ราวกับจะบอกว่าเค้าสำคัญมากแคไหน...
[นายก็ไม่ได้คิดที่จะจูบฉันจริงๆใช่มั้ยล่ะ?] คำถามที่ทำให้เค้าตอบอะไรออกไปไม่ได้...ได้แค่พยักหน้าเล็กน้อยเท่านั้น...เค้าโกหก...เค้าคิดที่จะสัมผัสริมฝีปากนั้น...
[ก็เราเป็นเพื่อนกันนี่นา] ภาพของจุนซูที่บอกเค้ายิ้มๆ...เพื่อน...ใช่...เพราะไม่อยากที่จะเสียคำๆนั้นไปถึงได้ยั้งใจตัวเองไว้...และเพราะคำๆนั้นที่ทำให้เจ็บปวด...เจ็บ...เจ็บเหลือเกิน.....
พอที...ปาร์ค ยูชอน... ยูชอนพึมพำเสียงเบา....ใช่แล้ว...พอได้แล้ว....ปาร์ค ยูชอน....บอกกับตัวเอง...บอกกับหัวใจที่เจ็บปวด...พอเสียที...
สายฝนที่โปรยปรายลงมาราวกับจะร้องไห้แทนใครบางคน....

ขอเค้กส้มครับ เด็กหนุ่มร่างสูงบอกกับบริกรที่กำลังจะเดินไปรับรายการที่โต๊ะข้างๆ
ชางมิน นี่นายกินเยอะไปแล้วนะ ร่างเล็กที่นั่งอยู่ตรงข้ามบอกเมื่อมองไปที่จานเค้กที่ซ้อนกันเป็นตั้งๆตรงหน้า
ก็พี่จุนซูเลี้ยงทั้งทีนี่ฮะ ก็ต้องกินให้คุ้มสิ ชางมินบอกก่อนจะตักเค้กคำสุดท้ายในจานเข้าปากไป ก่อนมองไปยังพนักงานที่เดินไปหยิบเค้กมาเสิร์ฟให้เค้าอย่างมีความสุข...อืม...ชิ้นต่อไปเอาอะไรดีน้า...เอแคลก็ดี...แต่ว่าเค้กช็อคโกแลตนั่นก็น่ากินเป็นบ้าเลย....
ไอ้เด็กเห็นแก่กิน จุนซูบ่นพึมพำเบาๆ ก่อนละสายตาจากน้องคนเล็กจอมตะกละแล้วมองไปที่ประตูกระจกข้างนอก ราวกับว่ากำลังรอใครบางคนอยู่
มาซะทีสิ... จุนซูพึมพำ ชางมินเงยหน้ามาจากจานเค้กก่อนมองที่พี่ชายตัวเล็กของเค้า
พี่จุนซูรอใครอยู่เหรอฮะ? ชางมินถามขึ้นมา
รอยูชอนน่ะสิ ฉันว่าฉันบอกนายแล้วนะ จุนซูบอกก่อนใช้หลอดคนน้ำส้มในแก้วไปมา...เมื่อไรจะมานะ....
ฮะฮะ สงสัยตอนนั้นผมมัวแต่ดีใจมากไปหน่อยที่พี่จะเลี้ยงเค้กผม ผมเลยไม่ทันฟัง ชางมินบอกก่อนหัวเราะเบาๆ จุนซูย่นจมูกเล็กน้อยเป็นเชิงไม่พอใจใส่ชางมิน
แล้วพี่รอพี่ยูชอนทำไมเหรอฮะ? ทำไมไม่รอที่ห้องล่ะฮะ? ชางมินถามไปกินเค้กไปด้วย ไม่รู้สึกตัวเลยสักนิดว่าคำถามเมื่อกี้ทำให้คนตัวเล็กหน้าเสีย
ถ้าคุยได้ ฉันจะมารอเค้าเหรอ... จุนซูพึมพำเสียงเบา...ใช่แล้วล่ะ...ถ้าคุยกับยูชอนได้...ไม่สิถ้ายูชอนยอมคุยกับเค้าต่างหากล่ะ...ถ้าเป็นแบบนั้นเค้าคงไม่ต้องมานั่งรอแบบนี้หรอก...ชางมินละสายตาจากจานเค้กตรงหน้าก่อนจะมองพี่ชายตัวเล็กเล็กน้อย...
.......... ไม่มีคำพูดใดๆหลุดออกมาจากชางมิน...ความรู้สึกของพี่ชายอีกคนทำไมเค้าจะไม่รู้...แต่เค้าก็รู้ดีว่าอะไรที่ควรจะพูดหรือว่าอะไรที่ไม่ควรจะพูด...
ยูชอน จุนซูเรียกใครบางคนที่เดินผ่านประตูกระจกเข้ามาก่อนวิ่งออกจากคาเฟ่กาแฟเพื่อไปหาร่างสูงที่เดินไปที่ลิฟท์ โดยมีชางมินมองตามไป.
ยูชอน จุนซูเรียกชื่อร่างสูง เห็นว่ายูชอนหันกลับมามองเพียงเล็กน้อยก่อนจะหันกลับไป คนตัวเล็กหยุดข้างหลังร่างสูง...แปลกที่ไม่กล้าเดินไปยืนข้างๆ....วันนี้ยูชอนใส่เสื้อกันหนาวสีเทาอ่อน...มันทำให้รู้สึกว่าแผ่นหลังกว้างนั้นเศร้าหมองกว่าที่เคย...
นี่ พรุ่งนี้เรามีซ้อมเต้นรึเปล่า? จุนซูถามขึ้นมา รู้สึกเหมือนยูชอนจะทำเป็นไม่เห็นว่าเค้ามายืนอยู่ใกล้ๆ
......... ไม่มีคำตอบใดๆหลุดออกมา สายตาของร่างสูงมองตรงไปที่ตัวเลขสีแดงที่ตอนนี้บอกว่าลิฟท์อยู่ชั้น 4
เอ่อ...แล้วนี่นายไปอัดรายการกับยุนโฮมาเหรอ? แล้วยุนโฮล่ะ? จุนซูถามอีก...
........ ไม่มีคำตอบใดๆเหมือนเดิม ราวกับว่าคนตรงหน้าเป็นใบ้....จุนซูมองแผ่นหลังนั้นอย่างไม่พอใจเล็กน้อย...นี่เป็นบ้าอะไรของเค้าเนี่ย
ยูชอน นายเป็นอะไรของนาย!! จุนซูถามเสียงดัง มือเล็กๆนั้นคว้าแขนของอีกฝ่ายไว้
......... ไม่มีคำพูดใดๆ...ยูชอนมองมือเล็กๆที่อยู่ที่แขนของเค้า...ราวกับจะบอกให้อีกฝ่ายปล่อยเสีย
ยูชอน.... จุนซูพูดอะไรไม่ออก ได้แค่พึมพำชื่อของคนตรงหน้า...สายตาของยูชอน...ไม่เหมือนเดิม...ไม่ใช่ยูชอนที่อ่อนโยน...ราวกับว่าไม่ใช่ยูชอนที่เค้าเคยรู้จัก...
ติ๊ง...เสียงลิฟท์เปิดออก ยูชอนมองไปที่ประตูลิฟท์ก่อนจะออกแรงเพียงเล็กน้อยมือเล็กๆที่ไร้เรี่ยวแรงนั้นปล่อยแขนของร่างสูงออกอย่างง่ายดาย จุนซูมองตามร่างสูงทีเดินเข้าไปในลิฟท์ก่อนมองประตูนั้นปิดลงช้าๆ...
รู้สึกเหมือนใบหน้าชาจนไม่มีความรู้สึก...เท้าเล็กๆนั้นพาตัวเองกลับไปที่คาเฟ่อย่างเชื่องช้า...นี่มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่.
พี่จุนซูฮะ? ชางมินเรียกคนตัวเล็กที่ทิ้งตัวนั่งลงบนเก้าอี้ตรงข้ามกับเค้า สีหน้าคนตรงหน้าไม่ดีเท่าไรนัก
เค้าเป็นบ้าอะไรของเค้า จุนซูพึมพำเสียงเบา...ไม่รู้เหตุผล...ไม่เข้าใจคนๆนั้นเลยสักนิด...ถึงยูชอนจะชอบกวนประสาทเค้า แกล้งเค้าสารพัด....แต่ว่า...ยูชอนก็อ่อนโยนกับเค้าเสมอ...เค้ารู้สึกดีที่ยูชอนมองเค้าด้วยสายตาที่อ่อนโยนแบบนั้น...รู้สึกได้ถึงความอบอุ่นจากคนขี้เหงาอย่างยูชอน...ยูชอนทำให้เค้ารู้สึกว่าเค้าเป็นเพื่อนคนพิเศษ...แต่เมื่อกี้ราวกับว่ายูชอนไม่ใช่คนเดิม...เค้าทำอะไรผิดไปรึเปล่านะ....
ยูชอนบ้า... จุนซูพึมพำก่อนที่น้ำตาจะค่อยๆไหลลงมา
พี่จุนซู..เป็นอะไรไปฮะ? ร้องไห้ทำไม? ชางมินทิ้งช้อนลงบนจานก่อนจะรีบหยิบทิชชู่ที่อยู่ในกล่องส่งให้คนตัวเล็กตรงหน้า
ไอ้บ้ายูชอน บ้าๆๆๆๆ ฮึกๆ...โฮ คนตัวเล็กปล่อยโฮออกมาโดยไม่สนใจสายตาที่ในร้านที่กำลังมองเค้าอยู่เลยแม้แต่น้อย ชางมินได้แต่มองจุนซูอย่างไม่เข้าใจเท่าไรนัก
พี่จุนซูฮะ...ใจเย็นนะฮะ ไม่รู้ว่าจะทำยังไงได้แต่เอื้อมมือไปแตะไหล่คนตัวเล็กเบาๆเท่านั้น แต่ดูเหมือนนั่นจะทำให้คนตรงหน้าอาการหนักขึ้นอีกชางมินมองไปรอบๆไม่ไหวแล้ว คนกำลังมองอยู่...ขืนนานกว่านี้คงเป็นข่าวแน่ๆ...[เซียจุนซู ทงบังชินกิเสียสติร้องไห้กลางร้านอาหาร]แค่คิดก็.....
ชางมินเรียกพนักงานเพื่อเก็บเงินทันที ก่อนที่จะรีบพาพี่ชายตัวเล็กกลับห้อง
พี่จุนซูฮะ... ชางมินสะกิดร่างที่ซุกตัวอยู่ใต้ผ้าห่มผืนหนาเบาๆ...คนตัวเล็กนี่ร้องไห้ตั้งแต่ที่ร้านอาหารข้างล่างจนตอนนี้ก็ยังไม่ยอมหยุด...พี่ยูชอนก็ไปไหนไม่รู้....ขึ้นมาบนห้องก็ไม่เห็น...
พี่อยากอยู่คนเดียว เสียงอู้อี้จากใต้ผ้าห่มนั้นทำให้ชางมินต้องยอมแพ้
โอเคฮะ งั้นผมนั่งอยู่ทีห้องนั่งเล่นนะฮะ ชางมินบอกก่อนจะลุกเดินออกจากห้องนอนไป...กำลังจะเดินไปที่ห้องนั่งเล่น เสียงเปิดประตูห้องทำให้ชางมินหันกลับไปมอง เห็นคนที่เรียกได้ว่าตัวต้นเหตุเดินเข้ามาพอดี
อ้าว ชางมิน ไม่ไปเรียนเหรอวันนี้? ยูชอนถามก่อนเก็บรองเท้าใส่ตู้สีขาวที่อยู่ข้างๆ ชางมินส่ายหน้าเล็กน้อย
ผมอยู่เป็นเพื่อนพี่จุนซูน่ะฮะ ชางมินตอบโดยไม่ลืมที่จะเน้นชื่อของจุนซู แล้วมองสีหน้าของร่างสูง...เฉยสนิท...ยูชอนเพียงแค่พยักหน้าน้อยๆเท่านั้น ราวกับว่าไม่มีความรู้สึกใดๆ...
พี่ยูชอนฮะ ชางมินมองยูชอนที่กำลังจะเดินผ่านไปก่อนตัดสินใจเรียกไว้ ยูชอนหันกลับมามองก่อนยิ้มเหมือนจะถามว่ามีอะไร...ชางมินนิ่งคิด...พี่แจจุงกับพี่ยุนโฮบอกกับเค้าเสมอว่าเรื่องบางเรื่องเราก็เข้าไปยุ่งไม่ได้...แต่พี่แจจุงกับพี่ยุนโฮก็เคยบอกเหมือนกันว่า ความสุขของเพื่อนร่วมวงคือสิ่งสำคัญที่สุด...
พี่ยูชอนโกรธอะไรพี่จุนซูรึเปล่า? ชางมินถามออกมา...ถ้าเค้าไม่ได้ตาฝาด...ชั่วครู่ที่รู้สึกว่าแววตานั้นเปลี่ยนไป...ตกใจ?...เสียใจ?...ไม่รู้...
เปล่านี่... ยูชอนตอบก่อนยิ้มให้อีกฝ่าย...รอยยิ้มนั้นดูอ่อนล้า...เสียจนชางมินที่คิดจะต่อว่าพี่ชายคนนี้ซะหน่อยโทษฐานที่ทำให้พี่จุนซูต้องร้องไห้....พูดอะไรไม่ออก...รู้สึกแค่เพียงว่าคนตรงหน้าเค้าตอนนี้มีเพียงความโศกเศร้าที่ถูกฉาบทับไว้ด้วยรอยยิ้มบนใบหน้าที่ดูเศร้าหมอง....
พี่ไปอาบน้ำนะ... ยูชอนพูด ชางมินได้แต่พยักหน้าเล็กน้อยเท่านั้น ก่อนมองตามยูชอนที่เดินเลี้ยวหายไปทางห้องน้ำ...ก่อนจะถอนใจออกมา...นี่เค้าควรจะทำยังไงดีน้า...ตัวเค้าเองก็ไม่เคยมีความรัก...ไม่เข้าใจอะไรมากนัก...หรือว่านี่จะเป็นเรื่องที่เค้าเข้าไปยุ่งไม่ได้กันนะ....

แกร่ก...เสียงเปิดประตูห้องดังขึ้น
จุนซูพยายามกลั้นเสียงสะอื้นไว้ รู้สึกได้ถึงน้ำหนักที่นั่งลงมาที่เตียงของเค้า
ชางมิน...ออกไปก่อนนะ... จุนซูบอกเสียงอู้อี้...เค้าไม่ควรจะร้องไห้ต่อหน้าชางมินแบบนั้นเลย ชางมินคงตกใจ...รู้สึกถึงแรงบีบเบาๆที่ไหล่...จุนซูนิ่งไป...
ยูชอนเค้าคงโกรธฉันแล้ว... เสียงที่ลอดผ่านผ้าห่มนั้นฟังแทบจะไม่รู้เรื่อง....สายตาของยูชอนมันทำให้เค้าเจ็บปวด...ไม่รู้ว่าตัวเองทำอะไรผิด...เรื่องนัดยูชอนก็บอกว่าไม่โกรธ...แต่จู่ๆช่วงอาทิตย์นี้ยูชอนไม่พูดกับเค้าสักคำ...ถึงพูดด้วยก็เหมือนกับไม่อยากจะพูด...ไม่สบตา...ไม่มองหน้า...พอเค้าเดินไปหาก็เดินหนี...แค่คิดน้ำตามากมายก็ร่วงหล่นราวกับห้ามไม่ได้...ไหล่บางๆนั้นเริ่มสั่นสะท้านตามแรงสะอื้น...
ฉันขออยู่คนเดียวสักพักนะ... จุนซูบอกเสียงเบา ร่างสูงพยักหน้าเล็กน้อยก่อนจะลุกขึ้นจากเตียง ก่อนจะเดินออกจากห้องไป มือเรียวดึงประตูปิดตามหลังมาก่อนจะทรุดนั่งลงกับประตู...ได้ยินเสียงสะอื้นเบาๆของคนตัวเล็ก...จุนซูที่กำลังร้องไห้...เสียงสะอื้นของจุนซูราวกับมีดนับร้อยๆเล่มที่กรีดแทงลงบนหัวใจของเค้า...ยูชอนหลับตาลงอย่างอ่อนล้า...
....ฉันขอโทษ... เพียงถ้อยคำเดียวเท่านั้นที่อยากให้ได้ยิน...เป็นเพียงถ้อยคำเดียวเท่านั้นที่พูดได้...เป็นเพียงถ้อยคำเดียวที่แทนทุกอย่าง....อยากเพียงแค่ให้ทุกอย่างกลับไปเป็นเหมือนเดิม...ขอเพียงแค่ทุกอย่างกลับไปเป็นเหมือนเดิม....อยากกลับไปเป็นเพื่อนเหมือนเดิม....

ยูชอน เสียงเรียกกับแรงสะกิดเบาๆที่ไหล่ทำให้ร่างสูงละสายตาจากหน้าจอคอมพิวเตอร์ตรงหน้าแล้วหันไปหาคนที่ยืนอยู่ข้างหลัง
มีอะไรเหรอแจจุง? ยูชอนถามก่อนเอื้อมมือไปลดเสียงเพลงที่ลำโพงทรงสวยบนโต๊ะ
นายทะเลาะกับจุนซูเหรอ? แจจุงถามออกมาตรงๆ...นี่เป็นข้อดีอีกหนึ่งข้อของแจจุง...พูดออกมาตรงๆแต่ถึงแบบนั้นก็ไม่คาดคั้นที่จะเอาคำตอบถ้าไม่อยากจะตอบ...
เปล่า... ยูชอนตอบ...ใช่...ไม่ได้ทะเลาะกัน...มันแย่กว่านั้นด้วยซ้ำไป...
ยูชอน.... แจจุงเรียกคนตรงหน้าอีกครั้ง น้ำเสียงราวกับจะถามว่านายไม่ได้โกหกฉันไม่ใช่มั้ย...ยูชอนกับจุนซูไม่พูดกันมาสองอาทิตย์แล้ว...เค้าไม่รู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้นระหว่างสองคนนี้กันแน่...
ฉันไม่ได้ทะเลาะกับเค้าจริงๆ ยูชอนบอกเสียงหนักแน่น...แจจุงถอนใจเล็กน้อยก่อนพยักหน้า...ในเมื่อยูชอนไม่คิดจะตอบเค้าเองก็ไม่อยากจะเซ้าซี้ให้มากความ...แจจุงเดินกลับไปนั่งที่โต๊ะของตัวเอง
ฉันแค่อยากกลับไปเป็นเพื่อนเหมือนเดิม... ยูชอนพูดเสียงเบา...ถ้าอยากกลับไปเป็นเพื่อน...ก็ต้องไม่รัก...ถ้าจะไม่รัก...ก็ต้องไม่มองหน้า...ไม่พูดด้วย...ต้องตัดใจ...
เนี่ยเหรอเหมือนเดิม?! แจจุงถามเสียงดัง ร่างบางลุกขึ้นจากเก้าอี้เดินมาใกล้ยูชอนที่มองหน้าเค้าราวกับตกใจที่เค้าขึ้นเสียง
เนี่ยเหรอเหมือนเดิมของนาย? ไม่คุยกันเนี่ยนะ? มันมีอะไรเหมือนเดิมยูชอน? แจจุงถามเสียงดังราวกับจะเรียกสติของคนตรงหน้า
นายจะให้ฉันทำยังไง แจจุงยิ่งอยู่ใกล้ ยิ่งนานไป ฉันก็จะยิ่งรักเค้า...แล้วถ้าวันหนึ่งจุนซูเค้ารู้ว่าฉันรู้สึกยังไง ฉันจะทำยังไงล่ะ แจจุง? สู้ฉันเจ็บตอนนี้ ไม่คุยกัน...จนฉันไม่รักเค้าอีกแล้ว...ฉัน... น้ำเสียงนั้นราบเรียบราวกับไร้ความรู้สึก...แจจุงมองคนตรงหน้า...เค้าคิดว่ายูชอนคงจะตะโกนใส่หน้าเค้าหรือว่าร้องไห้ออกมา...แต่แบบนี้...
ปาร์ค ยูชอน ฟังฉันนะ! ถ้านายทำได้จริง แล้วนายจะมานั่งเสียใจแบบนี้เหรอ! แจจุงจับไหล่ร่างสูงตรงหน้าก่อนเขย่าแรงๆราวกับจะทำให้อีกฝ่ายรู้สึกตัว...
ยูชอน ยิ่งนายทำแบบนี้ เค้าก็จะยิ่งเข้าใจนายผิด เค้าไม่รู้ด้วยซ้ำว่านายคิดยังไง แล้วถ้าฉันเป็นเค้าก็คงเสียใจมากที่นายทำแบบนี้ เพราะไม่รู้ว่านายรู้สึกยังไงกันแน่...แล้วถึงวันนึงมันก็จะไม่มีวันกลับมาเหมือนเดิมได้อีก...ยูชอน... แจจุงได้แต่พึมพำชื่อคนตรงหน้าออกมา...ไม่ใช่ว่ายูชอนกำลังไม่รู้สึกอะไร....แต่ยูชอนกำลังเจ็บปวด...เจ็บเสียจนเหมือนไม่สามารถรู้สึกอะไรได้อีกแล้ว...แม้แต่ความสุข...
ขอโทษนะ... ยูชอนพูดเสียงเบาก่อนจะเดินออกไปจากห้องทำงาน ทิ้งให้แจจุงยืนอยู่คนเดียวท่ามกลางบทเพลงแสนเศร้าที่แผ่วเบา....ราวกับเสียงกระซิบ....

ดีมาก...เอาล่ะ วันนี้พอก่อนก็ได้นะ เสียงของอาจารย์สอนเต้นบอกหลังจากยืนดูการซ้อมท่าใหม่ที่ตนเองพึ่งสอนไป
ขอบคุณมากครับ ทั้งห้าคนโค้งให้อาจารย์สอนเต้นก่อนที่ยุนโฮจะเดินออกไปส่ง
ท่าเต้นใหม่ยากชะมัด แจจุงบ่นพึมพำตามประสา วันนี้ซ้อมเต้นตั้งแต่บ่ายเหนื่อยชะมัด...ยุนโฮหัวเราะเบาๆก่อนขยี้ผมคนรักเบาๆ
นายทำได้แจจุง ยุนโฮบอกก่อนวางมือลงบนไหล่ของแจจุงแล้วบีบเบาๆแทนกำลังใจ แจจุงยิ้มเล็กน้อยก่อนหันไปหาชางมินที่เริ่มค้นหาอะไรในกระเป๋ามากิน
มีเรียนค่ำไม่ใช่เหรอชางมิน? แจจุงบอกชางมินพยักหน้าเล็กน้อย ก่อนนั่งกินขนมปังในห่อที่อยู่ในกระเป๋า...
งั้นเดี๋ยวพี่ไปล้างหน้าก่อนนะ แล้วจะไปส่ง แจจุงบอกน้องคนเล็กที่ดูเหมือนจะไม่สนใจอะไรนอกจากขนมปังตรงหน้าซะแล้ว
ฉันไปด้วยสิแจจุง เจ้าหมียักษ์เริ่มเดินตามแจจุง ก่อนจะโอบเอวแจจุงจนมาชิดกับตัวเองโดยไม่สนใจสายตาของเพื่อนในวงเลยแม้แต่น้อย
ปล่อยสิ ยุนโฮ แจจุงดิ้นขลุกขลักอยู่ในอ้อมกอดนั้น แก้มใสๆแดงขึ้นมา...ถึงจะสนิทกันทุกคนแต่ว่าภาพพวกนี้เค้ายังไม่อยากให้ใครเห็นมากเท่าไรนัก...
ไม่ให้ไปก็ไม่ปล่อยอ่ะ เจ้าหมีเอาแต่ใจเริ่มแผลงฤทธิ์ และดูเหมือนจะทำจริงอย่างที่พูดด้วย แจจุงที่หมดทางเลือกก็ได้แต่พยักหน้าเล็กน้อยแทนการตกลง ก่อนที่เจ้าหมีขาวตัวโตจะแปลงร่างเป็นลิงวิ่งไปทั่วห้อง...แค่แจจุงให้ออกไปด้วยนี่มันมีอะไรรึไงนะ...จุนซูมองภาพตรงหน้าก่อนจะยิ้มออกมา มือเล็กๆนั้นเอื้อมจะไปหยิบน้ำในลังน้ำแข็ง...ไม่ได้สังเกตเห็นใครอีกคนที่กำลังจะหยิบเหมือนกัน
ขอโทษที เสียงเล็กๆเอ่ยขึ้นเมื่อไปหยิบขวดน้ำขวดเดียวกับใครอีกคนเข้า...ใครคนนั้น...คนที่ไม่ได้คุยกันมาสองอาทิตย์แล้ว...ถึงจะนั่งกินข้าวข้างกันทุกวัน แต่ก็ราวกับว่าอีกฝ่ายไม่มีตัวตนอยู่ในโลก...ไม่เคยคิดว่าจะมีวันนี้...วันที่ยูชอนไม่พูดกับเค้า...วันที่เวลาฝันร้ายก็ต้องนอนเพียงคนเดียว...วันที่เวลามีเพลงเพราะๆก็ได้แต่นั่งฟังคนเดียว....รู้สึกเหมือนกำลังจะร้องไห้ออกมา...จุนซูได้แต่ยืนนิ่งอยู่แบบนั้น...
นายเอาไปเถอะ เสียงของยูชอนที่เหมือนจะไม่ได้ยินมาแสนนาน...เสียงนั้นยังคงอ่อนโยนเสมอ...มือเรียวนั้นจับขวดน้ำใส่มือให้ ก่อนที่จะเดินออกไป จุนซูได้แต่มองตามแผ่นหลังกว้างนั้นห่างไกลไปเรื่อยๆ...
พี่จุนซูฮะ? เสียงของชางมินทำให้ต้องหันกลับไปหา สีหน้าของชางมินดูเหมือนเป็นห่วงเค้ามาก จุนซูฝืนยิ้มออกมาให้อีกฝ่ายสบายใจ ก่อนจะเดินไปนั่งที่มุมห้อง ร่างเล็กทิ้งตัวลงนั่งที่พื้นก่อนมองไปทางยูชอนที่นั่งอยู่อีกมุมนึง....ยูชอนกำลังนั่งฟังเพลงจากเครื่องเล่นMDสีดำเครื่องใหม่...ไม่ใช่เครื่องที่เค้าซื้อให้....ไม่ใช่ของขวัญที่เค้าซื้อให้....จุนซูนั่งพิงกับกระจกก่อนจะหลับตาลงช้าๆ....ทั้งๆที่นั่งอยู่ในห้องเดียวกัน...ทั้งๆที่ห้องนี้ก็ไม่ได้กว้างนักหนา...แต่กลับรู้สึกเหมือนห่างไกล...ไกลเหลือเกิน.....

จุนซู...จุนซู... เสียงที่คุ้นหูปลุกให้ตื่นขึ้นจากความฝัน...รู้สึกเหมือนหลับไปนานมาก...ลืมตาขึ้นอย่างหงุดหงิดเล็กน้อย...ก่อนจะหายง่วงอย่างกระทันหันเมื่อเห็นคนตรงหน้าชัดๆ...ยูชอน...
ยุนโฮโทรมาบอกให้พวกเรากลับเอง ยูชอนบอกก่อนจะลุกขึ้นแล้วเดินไปเอากระเป๋าสีดำใบเก่งขึ้นพาดบ่าแล้วเดินออกจากห้องซ้อมไป...ไม่แม้แต่จะหันกลับมามอง...จุนซูมองตามก่อนถอนใจออกมา...คนตัวเล็กมองไปรอบๆห้องซ้อมเต้น...จะว่าไป...นี่เป็นที่ที่เค้ากับยูชอนได้เจอกันเป็นครั้งแรก...ไม่รู้ว่ารอยยิ้มที่ดูเป็นมิตรหรือว่าแววตาที่ดูเหงาๆกันแน่ที่ทำให้เค้าเข้าไปทักยูชอน...สำหรับเค้าแล้วยูชอนเป็นเพื่อนคนสำคัญ...ยูชอนไม่เคยโกรธเค้าเลยสักครั้งไม่ว่าเค้าจะทำผิดมากแค่ไหน....ยูชอนมักจะรอเค้าอัดเสียงจนเสร็จไม่ว่าจะดึกแค่ไหน....ยูชอนที่ยิ้มให้เค้าตลอดเวลา...ยูชอนที่มองเค้าอย่างอ่อนโยนเสมอๆ...แต่ตอนนี้...ราวกับว่ายูชอนคนนั้นไม่ได้อยู่เคียงข้างเค้าอีกแล้ว...
เสียงโทรศัพท์ปลุกให้คนตัวเล็กตื่นจากภวังค์ มือเล็กๆนั้นเช็ดน้ำตาบนแก้มออกอย่างลวกๆ ก่อนดูเบอร์ที่โทรเข้ามา...
ฮัลโหล แม่เหรอครับ? จุนซูกรอกเสียงลงไปตามสาย เสียงปลายสายดูตื่นเต้นเล็กน้อย...ไม่ได้คุยกับแม่นานแค่ไหนแล้วนะ...
ผมสบายดีครับ... จุนซูพูด...ทั้งๆที่ในตอนนี้เค้ารู้สึกแย่ที่สุดในชีวิต...แย่เสียกว่าตอนที่ต้องนอนป่วยเฉยๆเสียอีก...เพราะถึงจะป่วย...ก็มียูชอนอยู่ข้างๆตลอด...
ขอโทษครับ พอดีผมคิดอะไรเพลินๆน่ะครับ....คิดถึงแม่จัง จุนซูบอกก่อนยิ้มออกมาเมื่อแม่หัวเราะแถมยังหาว่าเค้าอ้อนอีก...คุยกับแม่อยู่พักใหญ่ก่อนจะวางสายไป...แม่ยังไม่วายถามถึงยูชอน...เพื่อนสนิทของเค้า...เค้าก็ได้แต่ตอบเลี่ยงๆไปเท่านั้น...ไม่อยากให้แม่ไม่สบายใจในเรื่องที่แม้แต่ตัวเค้าเองก็ไม่เข้าใจ...
5ทุ่มแล้วเหรอเนี่ย? จุนซูพึมพำกับตัวเองก่อนจะรีบลุกขึ้นแล้วเดินไปปิดไฟในห้อง...ก่อนจะเดินออกจากห้องไป มือเล็กดึงประตูให้ปิดลงก่อนจะหันกลับมา สีหน้าคนตัวเล็กตกใจเล็กน้อยเมื่อเห็นร่างสูงที่ยืนอยู่ข้างประตู
ยูชอน...ลืมของเหรอ? จุนซูถามคนตรงหน้า...ยูชอนมองจุนซูเล็กน้อยก่อนจะเดินนำไป จุนซูมองตามเล็กน้อยก่อนจะรีบวิ่งตามไป...ยูชอนรอเค้าอยู่งั้นเหรอ...อดไม่ได้ที่จะคิดว่ายูชอนอาจจะหายโกรธเค้าแล้ว...อยากจะถามคนตรงหน้าว่าหายโกรธหรือยัง แต่ว่ากลับไม่กล้าพูดอะไรออกมา....
...ตอนนี้บนถนนที่สว่างไสวที่เคยพลุกพล่านไปด้วยผู้คนในตอนกลางวันกลับไม่มีใครเลยสักคน...อาจเป็นเพราะอากาศที่หนาวจัด...หรือว่าเวลาที่ดึกจนจะล่วงเลยเข้าสู่วันใหม่แล้วก็ได้....จุนซูได้แต่เดินตามยูชอนไปเรื่อยๆ
ยูชอน... จุนซูเรียกชื่อร่างสูงที่เดินนำอยู่ข้างหน้า แต่อีกฝ่ายดูเหมือนจะไม่ได้ยิน...ไม่รู้ว่าไม่ได้ยิน...หรือว่าแกล้งทำเป็นไม่ได้ยินกันแน่...คนตรงหน้ายังคงเดินต่อไปเรื่อยๆ...มองแผ่นหลังที่ดูเศร้าหมองของคนตรงหน้า...รู้สึกอึดอัดอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน...ความคิดว่าอีกฝ่ายคงหายโกรธเค้าแล้วถูกโยนทิ้งไปทันที...รู้สึกถึงระยะห่างที่ยูชอนกั้นเค้าไว้...ไม่เข้าใจ...ว่ามันเกิดอะไรขึ้นกับพวกเค้ากันแน่...คนตัวเล็กหยุดเดิน..มือเล็กๆนั้นจับแขนอีกฝ่ายไว้
ทำไมต้องทำกับฉันแบบนี้... จุนซูพึมพำเสียงเบา...ยูชอนหันกลับมามองเค้า...สายตาที่เย็นชา...ยูชอนยืนอยู่ห่างจากเค้าไม่ถึงก้าว...มือที่สัมผัสอยู่ที่แขนกลับไม่ได้ทำให้รู้สึกว่ายูชอนอยู่ตรงนี้...
ฉันทำอะไรผิด นายบอกฉันสิ...บอกฉันว่าฉันต้องทำยังไง? ยูชอน บอกฉันสิ!! จุนซูถามเสียงดัง ตลอดหลายวันที่ผ่านมา ยูชอนหัวเราะและเล่นกับเพื่อนๆเหมือนปกติ...มีแค่เค้าเท่านั้นที่ยูชอนไม่พูดด้วยไม่แม้แต่จะสบตา...น้ำตาที่พยายามกลั้นไว้เวลาอยู่ต่อหน้ายูชอนกลับเอ่อล้นขึ้นมาอีก...
นายเกลียดฉันเหรอ?...ยูชอน...พูดอะไรสักคำสิ...พูดสิยูชอน!! มือเล็กๆนั้นเขย่าแขนร่างสูงแรงๆ ยูชอนเอนไปมาตามแรงเขย่า...น้ำเสียงที่ดูเหมือนจะโมโหกลับฟังดูเหมือนว่ากำลังอ้อนวอนคนตรงหน้า น้ำตามากมายไหลลงมาบนแก้มใสที่แดงจัดด้วยความหนาว...
....... ยูชอนก้มมองคนตัวเล็กตรงหน้าด้วยหัวใจที่เจ็บปวด...หิมะสีขาวสะอาดร่วงหล่นลงบนไหล่เล็กๆนั้น...อากาศรอบๆตัวเย็นลงเรื่อยๆ...ยูชอนถอดเสื้อกันหนาวของตัวเองออก ก่อนจะคลุมลงบนไหล่ของคนตัวเล็ก จุนซูเงยหน้ามองการกระทำของร่างสูงทั้งน้ำตา...ยูชอนก้มลงติดกระดุมเม็ดบนสุดของเสื้อกันหนาวให้เพื่อไม่ให้เสื้อหล่นลงจากไหล่ของอีกฝ่าย...
ฮึก..บอกฉันก็ได้ว่านายเกลียดฉัน ยูชอน...ได้โปรด...อย่าเงียบแบบนี้ พูดอะไรก็ได้ยูชอน จุนซูพูดเสียงเบาลงเรื่อยๆ...ก่อนที่มือนั้นจะปล่อยให้แขนของอีกฝ่ายเป็นอิสระ...จุนซูได้แต่เอ่ยชื่อคนตรงหน้าออกมาครั้งแล้วครั้งเล่า...ไม่กล้าจะเงยหน้าขึ้นมองยูชอนตอนนี้....ไม่อยากเจอสายตาที่เย็นชาแบบนั้นอีก...
ฉันอยากให้พวกเรากลับไปเป็นเหมือนเดิม ยูชอน... จุนซูพึมพำเสียงสั่น...น้ำตาหยดแล้วหยดเล่าไหลรินลงมาราวกับห้ามไม่ได้...
......... ยูชอนขยับริมฝีปากเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ราวกับห้ามตัวเองไม่ได้...มือเรียวที่เย็นเฉียบเอื้อมไปจับแก้มนุ่มที่เปียกไปด้วยน้ำตาไว้ ก่อนที่มืออีกข้างจะเช็ดน้ำตาบนแก้มนั้น...จุนซูเงยหน้ามองยูชอนอย่างไม่เข้าใจ...ยูชอนเช็ดน้ำตาบนใบหน้านั้นอย่างแผ่วเบา...นิ้วเรียวไล้เบาๆซ้ำแล้วซ้ำเล่า....ราวกับจะเช็ดให้มันเหือดแห้งไป...
ได้โปรด...อย่าร้องไห้เลย...จุนซู
นายไม่ได้ทำอะไรผิด....
ฉันผิดเอง...ฉันผิดเอง....ผิดที่รักนาย...
ฉันขอโทษ... ยูชอนพึมพำเสียงเบาราวกับกระซิบ มือเรียวประคองแก้มใสไว้ก่อนจะก้มลงไปสัมผัสริมฝีปากอุ่นของอีกฝ่ายอย่างแผ่วเบา...จุนซูดวงตาเบิกโพลงด้วยความตกใจกับการกระทำของอีกฝ่ายสัมผัสที่ริมฝีปากไม่เร่าร้อน...ไม่รุกล้ำ...แต่อ่อนโยนเหลือเกิน...จุนซูหลับตาลงช้าๆ....ยูชอนนิ่งอยู่แบบนั้นเนิ่นนานก่อนจะผละออก จุนซูลืมตาขึ้นมองคนตรงหน้า...ใบหน้าของยูชอนเต็มไปด้วยหยดน้ำตา...
ยูชอน ร้องไห้ทำไม? ยู.... ถ้อยคำทั้งหมดถูกหยุดด้วยปลายนิ้วเรียวของร่างสูง...ราวกับจะขอร้องให้ฟังในสิ่งที่กำลังจะพูด...สิ่งที่ไม่คิดจะพูดไปจนชั่วชีวิต....
จุนซู...ฉันรักนาย....
.
.
.
.
.
.
หิมะสีขาวสะอาดที่โปรยปรายลงมา ราวกับว่าจะทำให้คืนนั้นหนาวเหน็บ...
ยูชอน....ล้อเล่นใช่มั้ย? จุนซูถามเสียงเบาราวกับกำลังพูดกับตัวเอง...แม้จะไม่มีคำตอบใดๆจากร่างสูง...แต่ความเงียบที่เข้าครอบคลุมราวกลับเป็นคำตอบที่ดีที่สุดของคำถามเมื่อครู่....ยูชอนมองจุนซูอย่างเจ็บปวด...
ผมไม่รู้ว่าตัวเองทำอะไรลงไป
ผมไม่รู้ว่าตัวเองพูดอะไรออกไป
ผมไม่รู้....ผมไม่รู้....
เราเป็นเพื่อนกัน ยูชอน จุนซูพึมพำ...ทำไมถึงไม่เคยรู้สึก...สายตาที่อ่อนโยน....อ้อมกอดที่อบอุ่น...ทำไมถึงพึ่งมาเข้าใจตอนนี้...เบนสายตาไปมองข้างทาง...หิมะร่วงหล่นอย่างเชื่องช้าราวกับว่าเวลาหมุนช้าลง...
อืม... ยูชอนพยักหน้าช้าๆ... คราบน้ำตาบนใบหน้าราวกับจะเหือดแห้งไป...ทำไมกันนะ...น้ำตามากมายไม่ไหลออกมาอีก...ร้องไห้สิ...ร้องไห้ออกมา...เผื่อจะลบล้างความเจ็บปวดนี้ออกไปได้....
....คำว่าเพื่อน...ทำให้จับมือเล็กๆนั้นได้....ทำให้กอดคนๆนี้ไว้ได้
...คำว่าเพื่อน...เพียงคำนี้คำเดียวที่ทำให้ยืนอยู่ข้างๆจุนซูได้...แล้วต่อจากนี้ล่ะ...?...
....หิมะที่ร่วงหล่น...ทับถม...ราวกับบาดแผลในใจที่ถูกกรีดให้ลึกลงเรื่อยๆ...ด้วยมือของตัวเอง....
...ยูชอน...ฉัน... จุนซูก้มหน้าลงหยดน้ำใสๆร่วงหล่นลงบนหิมะสีขาวสะอาด...ถ้อยคำที่อยากพูด...กลับพูดออกมาไม่ได้...จุนซูก้าวไปใกล้ยูชอนก่อนค่อยๆกอดยูชอนไว้...ไม่มีคำพูดใดๆ...อ้อมกอดที่กระชับแน่นเข้าราวกับจะแทนคำๆนึงที่มีความหมายมากมาย....ขอโทษ....
ขอโทษ...ที่ฉันไม่เคยรู้ว่านายรักฉัน
ขอโทษ...ที่ฉันทำให้นายเจ็บปวดเสมอ
ขอโทษ...ที่ฉัน...ไม่ได้รักนาย....
....... ไม่มีแม้สักคำพูดที่หลุดออกมาจากริมฝีปากอิ่มของร่างสูง...อย่าขอโทษฉันเลย...จุนซู....
ท่ามกลางหิมะที่ร่วงหล่น...ท่ามกลางอากาศที่หนาวเหน็บ...ท่ามกลางความเจ็บปวดที่มากมายเสียจนไม่สามารถร้องไห้ออกมาได้...แค่เพียงอ้อมกอดนี้...เพียงแค่นี้เท่านั้น...ยูชอนหลับตาลงช้าๆปล่อยให้น้ำตาไหลรินลงมา...ก่อนยกแขนขึ้นกอดคนตัวเล็กตอบ...แทนคำนึง...คำเดียวกัน...ขอโทษ....
ขอโทษนะ...ที่ฉันทำให้นายต้องร้องไห้
ขอโทษนะ...ที่ฉันเป็นแบบนี้
ขอโทษนะ...ที่ฉัน...รักนาย

แล้วเจอกันนะ ยูชอน จุนซู เสียงของยุนโฮบอกก่อนปิดกระจกรถ แจจุงกับชางมินที่นั่งอยู่ในรถโบกมือเล็กน้อยให้เพื่อนอีกสองคนที่ยืนอยู่ที่หน้าบริษัท ก่อนที่รถสีดำคันสวยจะแล่นไปจากตรงนั้น....
ฉันเอารถมา ให้ฉันไปส่งดีกว่านะ ยูชอนบอกจุนซูที่ยืนรอรถแท็กซี่อยู่ข้างๆ
ไม่เป็นไรหรอก ฉันนั่งแท็กซี่ไปเองได้ จุนซูบอกเสียงเบา...เกรงใจ...ที่ที่เค้าจะไปมันอยู่คนละทางกับห้องของยูชอน...เหมือนยูชอนจะอ่านสีหน้าของคนตัวเล็กออก มืออุ่นๆวางลงบนเรือนผมนุ่มอย่างแผ่วเบาจุนซูมองเจ้าของมือเรียวอย่างสงสัยเล็กน้อย...
ไม่เอาน่า เกรงใจอะไร ยูชอนบอกยิ้มๆ...รอยยิ้มนั้นดูอ่อนโยน...เหมือนทุกครั้ง...
เดี๋ยวไม่ทันนะ ยูชอนบอกก่อนยกนาฬิกาที่บอกเวลา 2ทุ่มให้คนตัวเล็กดู
เอ่อ.... แต่ไม่ทันจะพูดอะไรต่อ ก็ถูกคนตัวสูงกว่าลากข้อมือไปถึงรถสีแดงคันเท่ที่จอดอยู่ไม่ไกลนัก
เชิญครับ คนสวย ร่างสูงเปิดประตูรถให้ก่อนทำท่าผายมือออกเหมือนในหนัง จุนซูหัวเราะเบาๆกับการกระทำทะเล้นๆของอีกฝ่ายก่อนเดินขึ้นไปนั่งในรถ ยูชอนปิดประตูเบาๆก่อนจะเดินอ้อมไปนั่งด้านคนขับ
แล้วออกรถไปจากที่จอด....ไม่นานนักทั้งสองคนก็มาถึงที่หมาย...
จุนซู...ถึงแล้ว ยูชอนบอกหลังจากจอดรถที่หน้าอพาร์ทเมนท์แห่งนึง...
.......... ไม่มีเสียงใดตอบกลับมา ยูชอนหันกลับไปมองคนที่นั่งอยู่ข้างๆ...คงจะเหนื่อยสินะ...มือเรียวไล้เบาๆบนแก้มใสนั้น...ก่อนจะสะกิดไหล่บางนั้นเบาๆ
จุนซู...จุนซู... เสียงเรียกของร่างสูงทำให้คนตัวเล็กตื่นขึ้นมาจากห้วงนิทรา สีหน้านั้นหงุดหงิดเล็กน้อยเหมือนทุกครั้งที่โดนปลุก
ถึงแล้ว ยูชอนบอกก่อนจะเอื้อมมือไปเปิดประตูให้คนตัวเล็ก จุนซูนั่งนิ่งอยู่แบบนั้นพักนึงเพื่อเรียกสติก่อนจะลงจากรถไป ยูชอนมองตามยิ้มๆก่อนจะเปิดประตูแล้วลงจากรถ
ขอบใจนะที่มาส่ง จุนซูบอก ยูชอนพยักหน้าน้อยๆ ก่อนจะเอื้อมมือไปปัดผมที่ปรกหน้าจุนซูออกอย่างแผ่วเบา จุนซูยิ้มเล็กน้อยแทนคำขอบคุณ
จุนซู เสียงของใครบางคนดังจากข้างหลัง จุนซูหันไปมอง...รอยยิ้มเล็กๆปรากฎขึ้นบนใบหน้านั้น
ฮยอกแจ จุนซูเรียกชื่อคนตรงหน้าก่อนจะยิ้มออกมา....
มาช้าเป็นบ้า ฉันรอตั้งนาน ฮยอกแจบ่นเล็กน้อย
ก็ฉันซ้อมเต้นนี่นา เรื่องมากเดี๋ยวก็ไม่มาทำอะไรให้กินซะหรอก จุนซูทำสีหน้าไม่พอใจเล็กน้อยใส่ชายผมทองที่ยืนอยู่ข้างๆ
โอเคๆ ฉันผิดเองที่รอ โอเคมะ? ฮยอกแจถามน้ำเสียงกวนเล็กน้อย ก่อนจะรีบวิ่งหนีเข้าไปในอพาร์ทเมนท์ จุนซูหันตามแต่ก็ไม่ได้วิ่งตามไป
งั้น ฉันไปนะ แล้วเจอกัน ยูชอนพูดขึ้นก่อนโบกมือเล็กน้อย แล้วหันหลังจะเดินขึ้นรถไป
เดี๋ยว..ยูชอน... เสียงเล็กๆเรียกไว้ ร่างสูงหันกลับไปทำสีหน้าสงสัยเล็กน้อย
...ฉันรักนายนะ ยูชอน... จุนซูบอกก่อนยิ้มให้ร่างสูง....
ฝันดีนะ บายๆ จุนซูบอกก่อนจะโบกมือให้แล้ววิ่งเข้าอพาร์ทเมนท์ไป...ยูชอนมองตามจนประตูกระจกนั้นปิดลง....
ฉันก็รักนาย...จุนซู
คำว่ารัก..คำๆเดียวกัน...แต่ความหมายไม่เหมือนกัน...
คำว่ารัก...ของเพื่อน...คือสิ่งที่จุนซูมอบให้...
แต่แค่นี้ก็พอแล้ว...ถึงจะได้เป็นแค่เพื่อน....ถึงฉันจะต้องเจ็บปวดมากแค่ไหน...
แต่ถ้าความรักของนายยังคงอยู่...แม้คนคนนั้นจะไม่ใช่ฉัน
ฉันก็จะยังคงยิ้มให้กับความสุขของนาย....
ขอแค่ให้ฉันได้อยู่ข้างนายเหมือนเดิม...ได้เห็นรอยยิ้มของนาย....
แค่นี้ก็เพียงพอแล้ว...สำหรับฉัน....
ขอบคุณมาก....เพื่อนที่ฉันรัก...
[I knew, But I Love Only You]
END

Author Talk
ในที่สุดก็จบลงแล้ววว Short fic(?) เรื่องแรก...
หลายคนถามว่ามันสั้นตรงไหน...อ่า...ก็ไม่รู้เหมือนกัน
อย่างน้อยก็สั้นที่สุดตั้งแต่เคยเขียนมาแล้วกันล่ะนะ ^^;;
(อ่านให้มึนกันไปข้างเลย)
เอาล่ะ...มิก...อกหัก!! ฮิ้ววววว *วิ่งเข้าหลุมหลบภัย*
เอาน่าๆ อย่าโกรธกันเลยนะเจ้าคะ แม่ยกมิกกี้ทุกท่าน
ก็มันแบบว่าเบื่อๆนี่นา...ไม่รู้จะแต่งอะไรก็เลยคิดว่าน่าจะมีสักเรื่องที่มิกอกหัก ฮ่าฮ่า *หัวเราะโฉด*
จบลงแบบนี้เลยไม่กล้าเรียกว่า จบลงอย่างสวยงาม เท่าไร
แต่ว่ายังไงก็ขอขอบคุณทุกท่านที่อ่านฟิคเรื่องนี้นะเจ้าคะ ^^
มีอะไรติชมก็เมนท์ๆ มาเน้อ....จะได้เอาไปปรับปรุง...จะโวยวายก็ได้ 55+

ไม่เคย [Never] (Synkornize feat.Muzu)
อาจจะเจอหน้าเธอ อาจจะได้คุยกัน
แต่ละวันผ่านไปดูเหมือนเธอมีใจ
แต่ไม่รู้ทำไม ว่าลึกๆ ข้างใน
มันปวดร้าวและรู้สึกได้กับความเฉยชา
ที่เธอมีให้กัน ให้กับฉันมานาน
สิ่งที่เหมือนจะหวานแต่กลายเป็นภาพลวง
เธอไม่คิดจริงจัง เหมือนที่ฉันจริงใจ
ยิ่งนานเท่าไหร่ในใจยิ่งรับรู้ความจริง
ว่าฉันไม่เคยได้อยู่ในชีวิตของเธอ
เป็นอยู่เสมอก็แค่คนที่ไม่เคยมีตัวตน
ในความฝันของเธอ แค่ผ่านมา และผ่านไป
ก็ได้แต่ช้ำเมื่อรู้ว่าสิ่งที่ฉันหวังมานาน
มันเป็นแค่จินตนาการของคนโง่งมงาย
เจ็บแทบตาย...แต่ทั้งใจก็ยังรักเธอ
ที่เธอมีให้กัน ให้กับฉันมานาน
สิ่งที่เหมือนจะหวานแต่กลายเป็นภาพลวง
เธอไม่คิดจริงจัง เหมือนที่ฉันจริงใจ
ยิ่งนานเท่าไหร่ในใจยิ่งรับรู้ความจริง
ว่าฉันไม่เคยได้อยู่ในชีวิตของเธอ
เป็นอยู่เสมอก็แค่คนที่ไม่เคยมีตัวตน
ในความฝันของเธอ แค่ผ่านมา และผ่านไป
ก็ได้แต่ช้ำเมื่อรู้ว่าสิ่งที่ฉันหวังมานาน
มันเป็นแค่จินตนาการของคนโง่งมงาย
เจ็บแทบตาย...แต่ทั้งใจก็ยังรักเธอ
ว่าฉันไม่เคยได้อยู่ในชีวิตของเธอ
เป็นอยู่เสมอก็แค่คนที่ไม่เคยมีตัวตน
ในความฝันของเธอ แค่ผ่านมา และผ่านไป
ก็ได้แต่ช้ำเมื่อรู้ว่าสิ่งที่ฉันหวังมานาน
มันเป็นแค่จินตนาการ ของคนโง่งมงาย
เจ็บแทบตาย...แต่ทั้งใจก็ยังรักเธอ

สงสารปาร์คยูชอนจับใจเลยอ่ะ
ดีเลยจะได้ดามใจ 5555+
ไม่ได้อัพนานเลยพี่อ่ะ.. อยากกลับขอนแก่นวุ๊ย
#1 By ♪ ♪ ★parnz★ ♪ ♪ on 2006-08-23 12:20