[Translate] TVfXQ - Holding Back the Tears และ [FanFiction] Mouichido Kimini Aitai - Part 17
posted on 13 Sep 2006 21:54 by izzei in FanFiction그리고 (Holding back the tears)
Credit to silentxtears@soompi and sunshine_moon@TVXQ_SFC,
kpop kingdom forum and ira03 and SMTown
Translated by izzei
하얗게 흐려진 그림과 지워진듯한 내 향기가
눈부신 구름속에 가려져요
아무말 없는 내 가슴이 천천히 맘을 옮겨보고
그사이로 스쳐간 시간만 손에 놓여져있어요
I'm holding back the tears
무겁지 않게 나의 마음을 매고 걸어요
가깝진않고 멀지않은 곳에
다른 내가 서있죠 난 울지 않아요
또다시 두손을 모으죠
어딘가 들릴 그곳에
추억이 아닌 지금을 난 살아가요
바보같지만 늘 함께있어요
비우고 싶은 그 아픔이
온몸으로 흐르는 내 눈물을 마르게하죠
I'm living with my tears
무겁지 않게 나의 마음을 매고 걸어요
가깝진않고 멀지않은 곳에
다른 내가 서있죠 울지 않아요 난
I'm holding back the tears
가볍지 않게 나의 믿음을 매고 뛰어요
높지도 않고 낮지않은 곳에
또 다른 내가 서있죠
작은 미소로 난 웃을수있죠
hayahge heuryeojin geurimgwa jiweojindeuthan nae hyanggiga
nunbushin gureumsoge garyeojyeoyo
amumal eobtneun nae gaseumi cheoncheonhi mameul olgyeobogo
geusairo sochyeogan shiganman sone nohyeo jyeoisseoyo
I'm holding back the tears
mugeopji anhge naui maeumeul maego georeoyo
gakkapjinahgo meolji anheun gose
dareun naega seo-ittjyo nan ulji anhayo
ddodashi dusoneul moeujyo
eodinga deullin geogose
jueogi anin jigeumeul nan saragayo
babogatjiman neul hamkke isseoyo
biugo shipeun geu apeumi
onmomeuro heureuneun nae nunmureul mareuge hajyo.
I'm living with my tears
mugeopji anhge naui maeumeul maego georeoyo
gakkapjianhgo meolji anhgeun gose
dareun naega seoittjyo ulji anhayo nan
I'm holding back the tears
gabyeopji anhge naui mideumeul maego dwieoyo
nopjido anhgo natjianheun gose
ddo dareun naega seoittjyo
jageun misoro nan useulsuitjyo
ภาพสีขาวอันเลือนลาง กลิ่นไอได้จงลงอย่างช้าๆ หายไปในเมฆหมอกที่บังตา
ดวงใจที่พูดไม่ได้นั้นกำลังขยับอย่างช้าๆ
และแล้วเวลาได้ผ่านมือทั้งสองข้างไป
I'm holding back the tears
ดวงใจที่ไร้สิ่งยึดเหนี่ยวของผม ดูเหมือนอยู่ในสภาพไร้น้ำหนัก
ในที่ที่ไม่ใกล้ แต่ก็ไม่ไกล
ผมจะยังยืนหยัดอยู่ ไม่มีวันเสียน้ำตา
ผมกุมมือทั้งสองเข้าด้วยกันอีกครั้ง
ณ ที่นี้ ผมอยู่กับชีวิตปัจจุบัน แทนที่จะอยู่กับความทรงจำ
อาจดูโง่เขลา แต่เราก็ยังคงอยู่ด้วยกันเสมอ
ความเจ็บปวดที่ผมอยากให้มันเลือนหาย ไหลผ่านร่างกายเพื่อทำให้น้ำตาเหือดแห้งไป
I'm living with my tears
ผมกำลังกลั้นน้ำตาไว้
ดวงใจที่ไร้สิ่งยึดเหนี่ยวของผม ดูเหมือนอยู่ในสภาพไร้น้ำหนัก
ในที่ที่ไม่ใกล้ แต่ก็ไม่ไกล
ผมจะยังยืนหยัดอยู่ ไม่มีวันเสียน้ำตา
I'm holding back the tears
ผมเก็บความเชื่อมั่นไว้กับตัวและวิ่งออกไป
ในที่ที่ไม่ใกล้ แต่ก็ไม่ไกล
ผมจะยังยืนหยัดอยู่
ด้วยรอยยิ้มเล็กน้อย ผมก็ยังจะยิ้มได้ต่อไป















































ติดตามกันใน เวเคชัน สาธุ ออกมาให้โหลดหน่อยเถิด

Part 17
ได้ยินมั้ย...
เสียงเพลงนั่น...เสียงสะอื้น...
อย่าร้องไห้เลย....อย่าร้องไห้....
ท้องฟ้าข้างนอกดูมืดครึ้มราวกับฝนกำลังจะตกลงมา...บนโต๊ะกินข้าวสำหรับสองคนกระถางต้นไม้เล็กๆตั้งอยู่กลางโต๊ะนั้นดูน่ารัก อาหารหน้าตาน่ากินวางอยู่บนนั้น...แต่นั่นกลับไม่ได้ทำให้บรรยากาศบนโต๊ะดีขึ้นเลยสักนิด...เสียงจานกระทบกับช้อนอย่างแผ่วเบาราวกับจะยิ่งทำให้บรรยากาศตอนนี้อึดอัดมากขึ้นไปอีก...มือเรียววางช้อนลงบนโต๊ะด้วยความหงุดหงิดเล็กน้อย
จะเอายังไง? น้ำเสียงที่ถามออกมานั้นราวกับไม่พอใจ...แต่ก็ยังพยายามสะกดกลั้นความโกรธเอาไว้ในน้ำเสียงนั้น
จะเอายังไงอะไร? ฝ่ายถูกถามเงยหน้าขึ้นมองใบหน้าหวานสวยของคนรัก ยุนโฮวางช้อนลง...อาหารเย็นมื้อนี้ชักเริ่มไม่อร่อยขึ้นมาอีกแล้ว...
อะไร? เมื่อกี้นายถามฉันว่าอะไร? ไม่รู้เรื่องงั้นสินะ? น้ำเสียงและสีหน้าของอีกฝ่ายทำเป็นเหมือนไม่ใส่ใจมากนัก...แต่ทำไมจะไม่รู้ว่านั่นหมายความว่าอะไร...ไม่พอใจ...นั่นคือสิ่งที่คนรักของเค้ากำลังรู้สึก
นายพูดถึงอะไร แจจุง? ยุนโฮถามเสียงเรียบ...สะกดความไม่พอใจที่กำลังคุกรุ่นขึ้นมาของตัวเองเอาไว้...วันนี้มีเรื่องเครียดมาทั้งวัน...เค้าไม่อยากจะทะเลาะกับแจจุงตอนนี้
อย่ามาทำเป็นไม่รู้เรื่อง..อ่อ...เดี๋ยวนี้จะไปไหนกับใครก็ไม่ต้องบอกฉันแล้วสินะ แจจุงถามก่อนจะลุกขึ้นเอาจานข้าวที่มีข้าวเหลืออยู่มากกว่าครึ่งไปเก็บ ยุนโฮมองตามคนรักก่อนถอนใจออกมาแรงๆ
ทำไมต้องให้คนอื่นมาบอกฉัน แจจุงถามเสียงเบา....ทำไมต้องให้คนอื่นมาบอกฉัน...ทำไมคนที่บอกฉันเรื่องนี้ถึงไม่เป็นนาย...ถ้าแค่นายบอกฉัน...ฉันก็จะเชื่อใจนาย...ฉันก็จะไม่ถามนาย...ฉันก็คงไม่เจ็บแบบนี้....
ยุนโฮมองแผ่นหลังเล็กๆของแจจุง ก่อนหลับตาลงช้าๆ...เหนื่อยเหลือเกิน..วันนี้เค้าต้องออกไปข้างนอกกับลูกค้าคนนึง...เธอเป็นแม่ม่าย...ค่อนข้างจะมีชื่อในวงการไฮโซ...ไม่ได้อยากจะโกหกแจจุง...แต่พอเห็นหน้าแจจุงแล้วเค้าก็พูดไม่ออก...สุดท้ายก็เลยพูดออกไปว่ามีประชุม...คิดอยู่แล้วว่าต้องเป็นแบบนี้...แต่ว่าเพราะว่าไม่อยากให้แจจุงเสียใจ...ไม่อยากให้แจจุงต้องมานั่งคิดมาก...ถึงได้โกหกออกไป...
ฉันแค่ไม่อยากให้นายไม่สบายใจ ยุนโฮพูดออกมาก่อนจะเดินไปใกล้แจจุงที่ยืนหันหลังให้ มือเรียวเอื้อมไปจับมือเล็กๆของแจจุงไว้....แจจุงสะบัดมือนั้นออกก่อนจะเดินหนีไปแต่โดนมือแข็งแรงคว้าข้อมือไว้
พอทีน่า แจจุง ฉันไปกับเค้าเพราะว่างานจริงๆ ยุนโฮบอกพยายามใจเย็น...แต่ว่าน้ำเสียงที่ใช้กลับดูเหมือนกำลังตะคอกอีกฝ่ายเสียมากกว่า
ถ้าไปทำงานทำไมนายต้องโกหกฉันด้วยล่ะ แจจุงถามเสียงดัง...ทำไมต้องโกหก...ถ้าแค่ยุนโฮบอกเค้า...ถ้าเป็นเรื่องงานเค้าก็ไม่เคยห้าม...ทำไม...ต้องโกหกกันด้วย...ถ้าคนอื่นไม่มาเล่าให้ฟังเค้าคงไม่รู้เลยสินะว่าวันนี้ยุนโฮออกไปกับผู้หญิงคนนั้นไม่ได้มีประชุมเหมือนที่บอกเค้าเมื่อเช้า
ก็ฉันกลัวว่านายจะเป็นแบบนี้ไง ยุนโฮถอนใจเสียงดัง น้ำเสียงของยุนโฮดูเหนื่อยหน่าย...เบื่อที่จะอธิบายแล้วสินะ...น้ำใสๆเอ่อคลอเต็มดวงตาคู่สวยก่อนที่เจ้าของใบหน้าหวานนั้นจะเงยหน้าขึ้น เพื่อห้ามน้ำตาไม่ให้ไหลลงมา
แจจุง...เชื่อใจฉันบ้างได้มั้ย? ยุนโฮถามราวกับจะขอร้อง...ในเมื่อเป็นคนรักกันมันก็ต้องเชื่อใจกัน...แต่นี่ไม่ใช่...แจจุงไม่เคยเชื่อใจเค้าเลยสักครั้ง...ข้อมือเล็กๆพยายามจะขืนออกจากมือเรียวนั้น สีหน้าของร่างบางบ่งบอกถึงความไม่พอใจ....
เชื่อใจ? ดูเหมือนายจะลืมไปแล้วนะว่านายโกหกฉัน... แจจุงแค่นยิ้ม...ก่อนพยายามขืนข้อมือออกจากมือแข็งแรงของอีกฝ่าย สุดท้ายข้อมือนั้นก็เป็นอิสระ แจจุงวิ่งหนีเข้าไปในห้องนอนก่อนจะปิดประตูเสียงดัง นิ้วเรียวกดล็อคประตูห้องราวกับจะแทนสัญญาณว่าไม่ต้องการให้อีกฝ่ายเข้ามา
เปิดประตูนะ แจจุง เราต้องมาคุยกันให้รู้เรื่อง ยุนโฮบิดลูกบิดประตูไปมาราวกับคนโง่ ทั้งๆที่รู้อยู่แล้วว่าไม่มีวันเปิดออกแต่ก็ยังพยายามอยู่ได้
ไปให้พ้น ฉันไม่อยากเห็นหน้านาย แจจุงตะโกนออกไป น้ำตามากมายที่กลั้นไว้ยามอยู่ต่อหน้าคนรักกลับไหลรินออกมา...
คิมแจจุง ฉันบอกให้นายเปิดประตูไงเล่า ยุนโฮตบประตูแรงๆด้วยความโมโหเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายไม่ยอมพูดอะไรนอกจากตะโกนไล่ให้เค้าไปให้พ้น
ไปให้พ้นเลย...อย่ามาให้ฉันเห็นหน้าอีก แจจุงพยายามข่มเสียงไม่ให้สั่นตามแรงสะอื้น...สิ่งที่พูดออกไปตรงข้ามกับความรู้สึกที่แท้จริงของตัวเองอย่างที่สุด
ไปให้พ้น!! ฉันไม่อยากเห็นหน้านาย
...อยากเห็นหน้า...
ไม่ต้องกลับมาอีกเลยนะ!!
....อยากให้กอดเอาไว้...
ไปสิ ฉันบอกให้ออกไป!
....อยากให้ยิ้มให้...
ฉันเกลียดนาย จุง ยุนโฮ!!
.....อยากให้รัก...
แค่อยากให้รัก....รักแค่เค้าคนเดียวเท่านั้น...
ได้ งั้นฉันไป ยุนโฮทุบประตูเสียงดังจนคนที่นั่งอยู่ในห้องสะดุ้ง ก่อนที่ร่างสูงจะเดินออกจากห้องไปด้วยความโมโห....เสียงปิดประตูที่ดังขึ้นเป็นสัญญาณที่บอกว่ายุนโฮไม่อยู่ในห้องนี้อีกแล้ว...
ยุนโฮ....ยุน...ฮึก...ยุนโฮ ริมฝีปากบางสั่นระริก น้ำตามากมายไหลรินลงบนแก้มใส แขนเรียวเล็กกอดตัวเองไว้ราวกับจะแทนอ้อมกอดของคนรักที่เดินจากไป...
ยุนโฮ....
กริ๊งงงงงงง เสียงนาฬิกาปลุกดังขึ้นปลุกร่างบางให้ตื่นขึ้นมาจากความฝัน
แจจุงลืมตาขึ้นช้าๆ...ก่อนมองไปข้างๆเห็นยุนโฮยังคงหลับอยู่....รู้สึกได้ถึงไออุ่นของอ้อมกอดของคนรัก...
ฝันอะไรของเรา... แจจุงพึมพำ...ความฝันที่ดูเหมือนจริงเมื่อกี้ทำให้อดกลัวไม่ได้...แต่ว่ามันคงไม่มีทางเป็นไปได้...แต่ไม่รู้ทำไม...ถึงได้รู้สึกเหมือนกับว่ามันเคยเกิดขึ้นแล้ว...ที่ไหนสักแห่ง...แต่ว่ากลับคิดไม่ออก...
แจจุง... เสียงเรียกแผ่วเบาของคนรักทำให้แจจุงหันกลับไปมอง...ละเมอหรอกเหรอ...ใบหน้าตอนหลับของยุนโฮดูเหมือนลูกแมวตัวเล็กๆ แต่แมวตัวนี้กลับตัวโตแถมบางครั้งยังกลายร่างเป็นหมีเจ้าเล่ห์ได้อีกด้วย...ถึงจะเอาแต่ใจ...ถึงจะงี่เง่า...ถึงจะชอบทำให้เค้าร้องไห้อยู่เรื่อย....แต่ว่า....เค้ากลับรักคนๆนี้...รักมาก...
แจจุง...ฉันรักนายน้า... คำบอกรักที่ดูอู้อี้และแผ่วเบาเสียจนแทบฟังไม่รู้เรื่องของยุนโฮที่ยังคงจมอยู่ในห้วงนิทรากลับทำให้ร่างบางยิ้มออกมา....ราวกับว่าได้ยินชัด...คำว่ารัก...ได้ยินอยู่เสมอ...ในหัวใจ
ฉันก็รักนาย ยุนโฮ แจจุงบอกเสียงเบาก่อนจะกดริมฝีปากที่หน้าผากของคนรักอย่างแผ่วเบา....

รูปถ่ายใบเก่า...ความรักครั้งเก่า
....ความรักเก่า...ที่ไม่อาจลบเลือนไป...
ภายในห้องนอนสีขาวที่ดูอบอุ่นด้วยแสงอาทิตย์ยามเช้าที่สาดส่องผ่านม่านสีขาวสะอาด
ชายร่างสูงกำลังหลับไหลอยู่บนเตียงนุ่ม....ใบหน้าที่มีรอยยิ้มบางๆแม้แต่ยามหลับไหลนั้น...ไม่รู้ว่าฝันเห็นอะไรอยู่....แขนเรียวพาดอยู่บนผ้าห่มผืนหนาที่ว่างเปล่า....ใต้ผ้าห่มผืนหนานั้นเหลือเพียงไออุ่นจางๆของคนตัวเล็กเท่านั้น
นิ้วมือเรียวเล็กไล้ไปบนรูปถ่ายใบเก่า...สีสันบนรูปไม่ได้สดใสเหมือนก่อนก็จริง
แต่กลับรู้สึกได้ถึงความสุขที่ไม่มีวันจางลงของคนในรูป....ยูชุน....กับแจจุง....
รอยยิ้มที่ดูมีความสุขของทั้งสองคน กลับทำให้จุนซูรู้สึกเจ็บปวด....
มือเล็กยกมือขึ้นเช็ดน้ำตาที่อยู่บนแก้มของตัวเองออกอย่างช้าๆ...
ทั้งๆที่จะไม่หยิบขึ้นมาก็ได้แท้ๆ...แต่ก็อดไม่ได้ที่จะหยิบขึ้นมาดู....แบบนี้คงโทษใครไม่ได้สินะ....นอกจากตัวเอง....
ร่างเล็กลุกขึ้นจากเก้าอี้ที่หน้ากระจกก่อนเดินออกจากห้องไป...สายตาทอดมองประตูสีขาวของห้องตรงข้ามเพียงครู่เดียวเท่านั้นก่อนจะเดินไปที่ชั้นเก็บอัลบั้มรูป มือเล็กหยิบเอาอัลบั้มรูปเล่มนึงออกมาก่อนจะใส่รูปใบเก่าเข้าไปในหน้าที่ยังว่างอยู่ ก่อนจะเก็บเข้าชั้นเหมือนเดิม
...ไม่อยากรู้...ไม่อยากเห็น...ไม่ค้นหา...จะไม่พูด...จะไม่ถาม...
ขอแค่ได้อยู่ข้างๆยูชุนเหมือนเดิม....จะยอมทุกๆอย่าง...แม้แต่เป็นคนโง่...
น้ำหนักของคนตัวเล็กที่นั่งลงบนเตียงนุ่มทำให้ร่างสูงรู้สึกตัว...ยูชุนลืมตาขึ้นมองคนรัก...
ตื่นแล้วเหรอ...? ยูชุนถามสีหน้าง่วงงุน...จุนซูพยักหน้าน้อยๆก่อนจะล้มตัวลงนอนเบาๆบนหมอนที่อยู่ข้างๆยูชุน...ยูชุนมองแผ่นหลังเนียนขาวของคนรักก่อนจะเขยิบไปใกล้ แขนเรียวโอบคนตัวเล็กไว้
........... ไม่มีเสียงใดๆจากร่างเล็ก มีเพียงแรงกระชับที่มือเท่านั้นที่มากขึ้น...จุนซูจับมือของยูชุนไว้แน่น...
มีอะไรรึเปล่า? ยูชุนถามก่อนจะรั้งร่างเล็กมาชิดกับตัวเอง...ผิวกายละเอียดของคนตัวเล็กบดเบียดอยู่กับผิวเนียนของร่างสูง...ริมฝีปากอิ่มจูบเบาๆที่หลังคอเนียนขาวของอีกฝ่าย....
...ยูชุน...ฉันรักยูชุนนะ ถ้อยคำที่ถูกเอ่ยทุกวัน...สิ่งที่หัวใจรู้สึกอยู่ทุกเวลา...จุนซูหลับตาลงช้าๆ...รู้อยู่แล้วว่าไม่มีวันได้รับความรักตอบกลับมา...แม้แต่คำว่ารักก็คงไม่มีวันได้กลับมาอีกแล้ว...ราวกับคำว่ารักของยูชุนนั้นตายไปพร้อมกับใครบางคน...
พูดอีกสิ... ยูชุนพึมพำก่อนกดจมูกโด่งลงกับไหล่นุ่มของอีกฝ่าย...ผิวเนียนละเอียดกลิ่นสบู่และกลิ่นเหงื่ออ่อนๆ...จุนซูคงไม่รู้...ทุกๆอย่างที่จุนซูเป็น...ทำให้หัวใจที่แตกสลายของเค้ากลับมามีชีวิตอีกครั้ง...อยากให้รักมากกว่านี้....แขนเรียวนั้นโอบกระชับเอวอีกฝ่ายเข้าหาตัวแน่นเข้าอีก...
รัก...ฉันรักยูชุน... ริมฝีปากเล็กสั่นระริก...น้ำตามากมายเหมือนจะไหลลงมาฉันรักยูชุนนะ...เข้าใจฉันมั้ย...ได้ยินฉันบ้างมั้ยยูชุน...ได้โปรดรับรู้เสียที...รู้เสียทีว่าฉันรักนายมากแค่ไหน...รู้เสียทีว่าฉันเจ็บปวดเหลือเกิน...ฉันอยากจะบอกนาย...รักฉันสิ...รักฉันบ้าง...ฉันอยากให้นายรักแค่ฉัน...แค่ฉันคนเดียวได้มั้ย...ยูชุน....ได้โปรด....
อืม...ฉันก็เหมือนกัน... ยูชุนกระซิบเสียงเบา...เบาเสียจนแทบไม่ได้ยิน...รู้สึกเหมือนมีไอร้อนวิ่งผ่านลำคอจนทำให้ต้องกลืนน้ำลายลงอย่างยากลำบาก...พูดออกไปไม่ได้...คำว่ารัก..บอกออกไปไม่ได้...แต่ว่าสักวันจะบอกออกไป...จะบอกให้รู้ว่ารักมากแค่ไหน...แต่ขอแค่ตอนนี้เท่านั้น...ขอแค่ตอนนี้...ขอแค่ได้ยินคำๆนี้....รัก....
....เห็นแก่ตัว...แบบนี้...ตั้งแต่เมื่อไรกันนะ...

ยุนโฮสายแล้วนะ แจจุงเรียกคนรักที่ยังคนนอนเอาหน้าซุกหมอนใบโตอยู่บนเตียง มือเรียวเอื้อมไปหยิบเสื้อกันหนาวสีครีมที่อยู่ในตู้เสื้อผ้ามาสวมไว้ ก่อนจะเดินเอาเสื้อคลุมและผ้าเช็ดตัวไปแขวนไว้อย่างเป็นระเบียบ
ยุนโฮ... แจจุงเดินไปใกล้เตียงก่อนจะเรียกคนรักเสียงดังขึ้นอีกนิด...มือเล็กๆนั้นเขย่าไหล่หนาของยุนโฮเบาๆ...
แจจุง... ยุนโฮลืมตาขึ้นมองคนรักที่ยืนอยู่ข้างเตียง ก่อนจะเอื้อมมือไปใกล้ๆ หมายจะกอดเอวร่างบางไว้ แต่แจจุงถอยออกก่อนอย่างรู้ทัน...คิดจะใช้ไม้เดิมเหรอ จุงยุนโฮ...คิดง่ายไปซะแล้ว
ลุกขึ้นเลยนะ ยุนโฮ นี่สายมากแล้ว เดี๋ยวก็ไปทำงานไม่ทันหรอก แจจุงบอกเมื่อเห็นยุนโฮเหมือนทำหน้าไม่พอใจเล็กน้อยที่ทำตามแผนไม่สำเร็จ แล้วทำท่าเหมือนจะซุกหน้าลงกับหมอนอีกครั้ง ยุนโฮพลิกตัวกลับมาก่อนมองไปทางแจจุงอีกครั้ง
ไม่มีแรงลุกเลยอ่า...ขอมอร์นิ่งคิสหน่อยน้า... ยุนโฮไม่พูดเปล่า อ้าแขนรอรับคนรักพร้อมกับทำปากจู๋ๆแบบที่คิดว่าน่ารักและน่าจุ๊บที่สุดไปด้วย
อื้ออออ ยุนโฮร้องโวยวายออกมาเมื่อโดนหมอนใบนุ่มกดลงมาบนหน้า ได้ยินเสียงหัวเราะคิกคักของคนรัก มือเรียวคว้าแขนเล็กๆที่จับหมอนไว้ก่อนออกแรงดึงเพียงเล็กน้อยก็ทำให้คนที่ยืนหัวเราะอยู่เสียหลักล้มลงบนตัวของเค้า
ยุนโฮยิ้มกว้างก่อนจะพลิกตัวขึ้นคร่อมร่างบางไว้
ยุนโฮอ่า.... แจจุงพึมพำก่อนที่มือเล็กๆนั้นจะพยายามดันอกของอีกฝ่ายออกไป
เมื่อกี้นี้น่ะ ฆาตกรรมเชียวนะแจจุง ยุนโฮบอกพร้อมกับทำสีหน้าเหมือนจะดูจริงจังทั้งๆที่ยังมีรอยยิ้มอยู่บนใบหน้านั้น รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ที่ผุดขึ้นมาทำเอาคนข้างล่างเริ่มรู้ชะตากรรมขึ้นมาแล้วสิ
ก็ไม่ได้เป็นอะไรซะหน่อยนี่ แจจุงบอกก่อนจะพยายามดันตัวคนรักให้ลุกออกไป แต่ดูเหมือนใบหน้านั้นยิ่งเข้ามาใกล้ขึ้นกว่าเดิม
ขาดอากาศหายใจตั้งหลายวินาทีเชียวนะ มาผายปอดหน่อยน้า พูดจบก็ก้มลงกดริมฝีปากลงกับริมฝีปากนุ่มของอีกฝ่ายอย่างแผ่วเบานิ่งอยู่แบบนั้นเนิ่นนาน...ริมฝีปากของแจจุงอุ่นและชื้น....กลิ่นหอมจากแก้มใสทำให้ห้ามใจไม่ได้ที่จะไล้ริมฝีปากไปสัมผัส...เลื่อนริมฝีปากไปสัมผัสเบาๆบนหน้าผากเนียนก้มมองใบหน้าของคนรักที่หลับตาพริ้มอยู่ก่อนจะยิ้มออกมาเมื่อเห็นร่างบางลืมตาขึ้นมองกลับอย่างค้อนๆ
ไหนบอกผายปอดอย่างเดียวไง? แจจุงถามน้ำเสียงเหมือนกำลังหยอกเล่น...อยากจะแกล้งงอนแต่ไม่รู้ทำไมถึงได้เอาแต่ยิ้มเหมือนกับห้ามไม่ได้แบบนี้...รู้สึกว่าตัวเองดูเหมือนจะเสียเปรียบคนตรงหน้ามากขึ้นทุกวันๆ ทั้งที่เป็นแบบนั้นกลับรู้สึกมีความสุขอย่างบอกไม่ถูก
ก็ใครบอกให้แจจุงน่ารักล่ะ ยุนโฮบอกหน้าตาย ก่อนที่รอยยิ้มจะปรากฎขึ้นบนใบหน้าอีกครั้งเมื่อเห็นว่าแก้มใสของร่างบางขึ้นสีแดงระเรื่อ....น่ารัก...อดไม่ได้ที่จะก้มลงสัมผัสริมฝีปากบางนั้นเบาๆอีกครั้ง
พอแล้วๆ สายแล้วนะ ไม่ไปทำงานรึไง? แจจุงเอามือแตะริมฝีปากที่ทำท่าจะโน้มลงมาอีกครั้งของคนรักเอาไว้อย่างรู้ทัน ยุนโฮถอนใจเหมือนขัดใจเล็กน้อยที่โดนขัดจังหวะ แต่ก็ยอมลุกขึ้นแต่โดยดีโดยไม่ลืมที่จะส่งมือให้คนรัก แจจุงมองมือของยุนโฮก่อนวางมือลงบนมือนุ่มของอีกฝ่าย มือที่อบอุ่น
...เพียงแค่มือคู่นี้ของยุนโฮเท่านั้น...เพียงแค่มือนี้ก็แปรเปลี่ยนโลกทั้งใบของเค้าได้...เพียงแค่ยุนโฮเท่านั้น...
จุง ยุนโฮ....คือ ทุกสิ่งทุกอย่างของเค้าคนนี้....คิม แจจุง

จริงสิ วันนี้ฉันจะไปซื้อลูกอมนะ แจจุงบอกก่อนปิดฝาโหลใสทรงสวยที่ตอนนี้มีลูกอมเหลือเพียง2-3เม็ดเท่านั้นลูกอมรสหวานลิ้นละลายอย่างช้าๆ...มือเล็กหยิบจานสองสามใบบนโต๊ะก่อนเดินเอาไปไว้ที่อ่างล้างจาน
หมดแล้วเหรอ? ยุนโฮถามพลางก้มลงผูกเนคไทสีเทาเข้มเข้ากับเสื้อสูทสีเดียวกัน ก่อนหันไปมองแจจุงที่เก็บจานสองสามใบที่อยู่บนโต๊ะไปไว้ที่อ่างล้างจาน รู้สึกได้ถึงความสุขเล็กๆของร่างบางผ่านแผ่นหลังเล็กนั้น เสียงฮัมเพลงเบาๆราวกับจะทำให้ทั้งห้องที่ดูสะอาดตาด้วยสีขาวมีสีสันขึ้นมา....ไม่ฉูดฉาด...อบอุ่น...อ่อนโยน...ราวกับไม่รู้สึกตัวยุนโฮเดินไปจนชิดกับร่างบาง ....ทั้งสองแขนโอบร่างบางไว้...มือทั้งสองเกาะกุมมือเล็กๆสองข้างเอาไว้....สายน้ำเย็นที่ไหลรดลงมานั้น...ไม่ได้ทำให้ความอบอุ่นของมือคู่นั้นลดลงแม้แต่น้อย....ยุนโฮวางคางลงบนไหล่บางของแจจุงก่อนหลับตาลงช้าๆ ริมฝีปากสัมผัสเบาๆที่ลำคอเนียนขาวของคนรัก...
แจจุง...ฉัน...... คำว่ารักที่คิดว่าอยากจะบอก คำว่ารักที่บอกอยู่ทุกเวลากลับพูดออกมาไม่ได้....ริมฝีปากนั้นกลับขยับเพียงเล็กน้อยเท่านั้น...ได้แต่กระชับมือเล็กๆนั้นแน่นเข้าอีก...ราวกับจะแทนความรู้สึกทั้งหมดในใจ
............ ไม่มีคำตอบใดๆจากร่างบาง ริมฝีปากเผยรอยยิ้มบางๆ แก้มใสนั้นแดงระเรื่อขึ้น ก่อนที่มือเล็กๆจะเลื่อนขึ้นมาจับมือยุนโฮไว้ ร่างบางพิงตัวเองลงกับแผงอกกว้างของคนรัก แจจุงหลับตาลงช้าๆ....มือเล็กๆกระชับแน่นเข้าแทนคำพูดสั้นๆ......เหมือนกัน........

คลื่นสีขาวสะอาดกระทบกับหาดทราย....
รูปวาด...ถ้อยคำบอกรักบนผืนทราย....
สักวันก็ต้องถูกลบเลือนไป....กับสายฝน...สายลม...คลื่นทะเล...
แต่ว่านะ...ความรักของนายที่มีต่อฉัน....
อย่าให้น้ำตานั้น...ลบเลือนความรักของนายไปเลย....
ได้โปรด...รักฉัน....
เสียงเตือนข้อความเข้าจากโทรศัพท์มือถือสีดำราคาแพงปลุกให้ร่างเล็กลืมตาขึ้นอย่างช้าๆ...มือเล็กเอื้อมไปหยิบโทรศัพท์มือถือของตัวเองที่วางอยู่บนโต๊ะข้างเตียง ปลายนิ้วเรียวกดดูข้อความที่เข้ามาใหม่
ผู้ส่ง Hyukjae
ข้อความ
ได้ข่าวว่าไปเดทกับคุณยูชุน
เป็นยังไงบ้าง ^ ^
วันนี้เจอกันที่ร้านนายเลยนะ
@ Hyuk-Hyuk
ปลายนิ้วกดปุ่มสีแดงเบาๆ เพื่อให้กลับมาเป็นหน้าจอปกติ...ภาพใบหน้าของชายสองคนที่กำลังส่งยิ้มให้กับกล้องปรากฎขึ้นแทนข้อความจากเพื่อนสนิท...จุนซูมองภาพตรงหน้าราวกับว่าไม่เคยเห็นมาก่อน
ฉากหลังที่เห็นอย่างเลือนลางมีเพียงความมืด...และแสงดาวที่ไม่ได้ช่วยทำให้ท้องฟ้าคืนนั้นสว่างขึ้นมากนัก...
แต่เพียงแค่คำๆเดียวของยูชุนกลับทำให้ทุกอย่างเปลี่ยนไป...
คืนนั้นเป็นคืนอากาศเย็นคืนนึง...
เคยมีคนบอกผมว่า เค้ารักคนรักของเค้ามาก แต่เค้ากลับไม่เคยบอกรักเลย ไม่รู้ว่าเพราะอะไรเค้าถึงได้ไม่กล้าพูดออกไป ผมเคยคิดว่าเค้าช่างเป็นคนที่ขี้ขลาด... ยูชุนพูดขึ้นก่อนมองออกไปที่ผืนน้ำกว้างใหญ่ตรงหน้า สายลมเย็นๆพัดมาปะทะกับใบหน้า...จุนซูเท้าแขนกับราวสะพานก่อนหันกลับไปมองชายร่างสูงที่ยืนอยู่ข้างๆ ยูชุนยิ้มบางๆที่มุมปาก จุนซูเอียงคอเล็กน้อยเหมือนจะบอกให้ยูชุนพูดต่อ...
แต่ว่า...แล้วผมก็เจอกับตัวเองเข้า...ตอนนี้ผมหลงรักคนคนนึงอยู่...ผมไม่รู้ว่าเค้าคิดยังไง...ผมไม่กล้าแม้แต่ที่จะบอกเค้าว่าผมรักเค้ามากแค่ไหน...แต่ว่าถ้าผมมัวแต่ทำตัวขี้ขลาดอยู่แบบนี้แล้วใครล่ะจะปกป้องคนที่ผมรัก...ใครล่ะจะคอยดูแลเค้า... ยูชุนพูดก่อนเงียบไป...จุนซูมองใบหน้าด้านข้างที่สะท้อนกับแสงไฟจางๆของอีกฝ่าย
เพราะคุณ...จุนซู...เพราะคุณผมกล้าที่จะบอกว่า...ผม...ผม..... ริมฝีปากอิ่มขยับย้ำคำเดิมซ้ำแล้วซ้ำเล่า มือเรียวเอื้อมไปจับมือเล็กๆที่วางอยู่บนราวสะพานไว้ก่อนกระชับเล็กน้อย
เราคบกันได้มั้ย? ยูชุนไม่กล้าแม้แต่จะหันกลับมามองคนตัวเล็กที่ยืนอยู่ข้างๆ ทั้งๆที่บอกว่าคนตัวเล็กข้างๆทำให้มีความกล้า แต่ตอนนี้ในใจกลับไม่เหลือความกล้าเลยสักนิดเดียว รู้สึกเหมือนหัวใจหดลงเหลือเล็กแค่สองนิ้ว กลัว...กลัวคำตอบของคนตัวเล็กที่ยืนอยู่ข้างๆ ไม่รู้ตัวว่ากำมือเล็กๆนี้แน่นมากแค่ไหน ถ้าหากคนตัวเล็กนี่ดึงมือออกจากมือของเค้า...ถ้าคนตัวเล็กนี้ปฏิเสธเค้า...ถ้าเป็นแบบนั้น...
อืม... เสียงของคนตัวเล็กแผ่วเบา...เบาเสียจนแม้แต่เสียงสายลมแผ่วเบาก็อาจจะกลบเสียงนี้ให้หายไปได้...แต่ยูชุนกลับได้ยินชัดเจนราวกับเสียงนั้นกระซิบอยู่ข้างหู
ผมกอดคุณได้ใช่มั้ยเนี่ย? ยูชุนถามริมฝีปากคลี่ยิ้มออกมาราวกับห้ามไม่ได้ ราวกับน้ำตาจะไหลลงมา มีความสุขที่สุด...เมื่อคนตัวเล็กไม่ตอบอะไรเพียงแค่พยักหน้าน้อยๆเท่านั้น ยูชุนดึงจุนซูมากอดไว้แน่น..
ผมรักคุณ จุนซู...ผมรักคุณ ยูชุนพูดซ้ำไปมา ราวกับต้องการจะให้อีกฝ่ายเข้าใจถึงความรู้สึกในใจของเค้า...
ก่อนจะกอดแน่นเข้าเมื่อรู้สึกแขนเล็กๆที่โอบรอบเอวเค้าไว้
....ผมก็เหมือนกัน... ริมฝีปากบางขยับเล็กน้อยพร้อมเสียงแผ่วเบาที่หลุดออกมา...แผ่วเบาแต่กลับดังก้องอยู่ในหัวใจ
คำบอกรัก...
อ้อมกอด...
ทุกๆอย่างเนรมิตให้ค่ำคืนที่เคยมืดมิดให้สว่างสไวสดใส...และสวยงาม...
.....เสียจนเหมือนฝัน
...และถ้าหากทุกๆอย่างในคืนนั้นเป็นเพียงฝัน...
.
.
.
.
....นี่คงถึงเวลาที่จะต้องตื่นจากฝันแล้วสินะ...
มือเล็กพับฝามือถือให้ปิดลงเหมือนเดิม ก่อนจะพลิกตัวอย่างแผ่วเบา
............ จุนซูมองแผ่นหลังเนียนละเอียดที่พ้นมาจากผ้าห่มผืนหนาเรื่อยจนถึงผมสีน้ำตาลอ่อนที่ดูยุ่งเหยิงไม่เป็นทรงเท่าไรนัก มือเล็กเอื้อมไปอยากจะลองโอบกอดยูชุนก่อนดูบ้าง แต่สุดท้ายก็ดึงมือกลับมาอย่างเดิม...จุนซูพลิกตัวหันกลับไปทางเดิม....มองนาฬิกาบนผนัง...จะเที่ยงแล้ว...ควรจะลุกได้แล้วสินะ...แต่ก่อนที่จะคิดอะไรต่อก็รู้สึกถึงน้ำหนักของแขนเรียวที่พาดลงบนแขนของตัวเอง
ยูชุน...? จุนซูพลิกตัวกลับไป ใบหน้าของยูชุนอยู่ใกล้เสียจนรู้สึกถึงลมหายใจอุ่นๆของอีกฝ่าย...ลมหายใจเข้าออกอย่างช้าๆสม่ำเสมอบ่งบอกว่าเจ้าของอ้อมกอดนั้นยังคงหลับไหล... มือเล็กๆไล้บนแก้มของคนรักอย่างแผ่วเบา
ก่อนจะดึงมือออกอย่างรวดเร็วเมื่อเห็นว่ายูชุนขยับตัวเล็กน้อย
อื้อ... ยูชุนครางเบาๆในลำคอ...กระพริบตาสองสามครั้งก่อนจะมองหน้าของจุนซูที่อยู่ตรงหน้า
ตื่นแล้วเหรอ? จุนซูถามยิ้มๆ
............. ไม่มีคำตอบใดๆ ยูชุนเขยิบศีรษะเข้าไปใกล้กับจุนซูอีก ใกล้เสียจนจมูกของทั้งสองคนสัมผัสกันอย่างแผ่วเบา ยูชุนจูบเบาๆที่ริมฝีปากของคนรัก ริมฝีปากอุ่นที่แห้งผากยูชุนนิ่งอยู่แบบนั้น ก่อนจะผละออกอย่างช้าๆ
แขนเรียวยังคงวางอยู่บนแขนนุ่มนิ่มของคนรัก
มีอะไรเหรอ? จุนซูถามเมื่อเห็นว่ายูชุนนอนมองหน้าเค้าอยู่พักใหญ่ สีหน้านั้นเหมือนคนยังไม่ตื่นแต่นัยน์ตาสีน้ำตาลอ่อนนั้นกลับจับจ้องอยู่บนหน้าของเค้า ใบหน้าง่วงงุนของคนรักทำให้จุนซูอดยิ้มออกมาไม่ได้
อยู่กับฉันมีความสุขมั้ย? ยูชุนถามขึ้น สีหน้าเรียบเฉยราวกับว่าประโยคเมื่อครู่ไม่ใช่ประโยคคำถาม
...... จุนซูไม่ตอบอะไร เค้าเพียงแค่พยักหน้าเล็กน้อย....มีความสุขสิ...มีความสุขเสมอ...ถึงแม้จะต้องเจ็บปวดทุกครั้งที่รู้ว่าตัวเองไม่เคยได้อยู่ในหัวใจของยูชุนเลย...เพียงแค่คำพูด...อ้อมกอด...ถึงจะไม่มีความรักอยู่ด้วยก็ไม่เป็นไร...
แค่ยูชุนไม่ผลักไส...แค่ได้อยู่ข้างๆยูชุน...แค่นี้ก็มีความสุขแล้ว....ความสุขที่หอมหวานและเจ็บปวด...
มีความสุขมากพอที่จะทำให้นายอยู่กับฉันตลอดไปมั้ย? ยูชุนถาม รู้สึกได้ถึงความขมขื่นในน้ำเสียงที่ดูเรียบเฉยนั้น...
.......
เสียงโทรศัพท์ที่วางอยู่บนโต๊ะหัวเตียงดังขึ้น ยูชุนลุกขึ้นจากที่นอนก่อนจะหยิบโทรศัพท์ส่งให้คนรัก ก่อนจะยิ้มเล็กน้อยราวกับว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น
งั้นฉันอาบน้ำก่อนนะ ยูชุนบอกก่อนจะเดินไปหยิบผ้าเช็ดตัวที่พาดอยู่บนราวก่อนจะเดินกลับมาที่เตียงแล้วก้มลงจูบหน้าผากคนรักเบาๆ
ยูชุน.... จุนซูเรียกชื่อคนรักอย่างแผ่วเบา...ยูชุนชี้มือไปที่โทรศัพท์ที่ดังอยู่ในมือของคนตัวเล็กยิ้มๆราวกับจะบอกให้อีกฝ่ายรับโทรศัพท์
ฮัลโหล....ฮยอกแจเหรอ? จุนซูถามปลายสายแต่สายตายังคงจับจ้องอยู่บนใบหน้าที่มีรอยยิ้มบางๆของยูชุน...ใบหน้าที่ชั่วครู่สีหน้านั้นราวกับจะร้องไห้...ยูชุนยิ้มเล็กน้อยก่อนจะเดินเข้าห้องน้ำไป...

แกร่ก...เสียงประตูห้องน้ำเปิดออก พร้อมชายร่างสูงที่เดินออกมา แผงอกแข็งแรงมีหยดน้ำเกาะอยู่ ร่างสูงสวมเพียงกางเกงขายาวสีฟ้าตัวสบาย ผมสีน้ำตาลอ่อนเปียกน้ำลู่ลงกับใบหน้าที่มีรอยยิ้มบางๆอยู่...รอยยิ้มที่ดูทั้งอ่อนโยนและเศร้าหมองในเวลาเดียวกัน
ฮยอกแจว่าไง? ยูชุนถามคนรักที่นั่งอยู่บนเตียง จุนซูไม่ตอบอะไรแต่ลงจากเตียงแล้วเดินไปใกล้ร่างสูง ก่อนคว้าผ้าเช็ดตัวจากมือของคนรักมา คนตัวเล็กสะบัดผ้าคลุมผมสีน้ำตาลอ่อนของยูชุนไว้ ก่อนที่มือเล็กๆนั้นจะเช็ดผมให้คนตรงหน้าอย่างเบามือ ยูชุนมองจุนซูนิ่งๆ
นี่นะ...ยูชุน... จุนซูเรียกคนตรงหน้า มือเล็กๆจับปลายผ้ามาซับหยดน้ำบนแก้มใส ก่อนจะจับปลายผ้านั้นไว้แน่นออกแรงเพียงเล็กน้อย ใบหน้าของร่างสูงก็โน้มเข้ามาใกล้
มองดูดีๆ...ฉันอยู่กับใครตอนนี้...ถ้าฉันไม่มีความสุข...ฉันคงไม่อยู่กับยูชุนหรอก จุนซูจ้องลึกลงไปในนัยน์ตาสีน้ำตาลอ่อนของคนรัก...น้ำเสียงที่ควรเข้มแข็งกลับสั่นเครือ...น้ำใสๆเอ่อคลอเต็มดวงตาคู่สวย...การได้รักคนตรงหน้าถึงจะเจ็บปวด...แต่ก็มีความสุข...และต่อให้วันนั้นมาถึง...วันที่ยูชุนไม่ต้องการเค้าอีกแล้ว...วันที่ยูชุนผลักไสเค้า...แต่เค้าก็คงจะยังรักยูชุนอยู่แน่ๆ....
จุนซู... ยูชุนได้แต่เรียกชื่อคนรักออกมาอย่างแผ่วเบา...มองคนตัวเล็กที่ตอนนี้ก้มหน้าก้มตาอยู่ไหล่เล็กๆนั้นสั่นสะท้าน...เสียงสะอื้นที่พยายามจะกลั้นไว้ฟังดูน่าสงสาร...ยูชุนจับมือเล็กๆของจุนซูไว้ ก่อนบีบเบาๆมือเล็กนั้นปล่อยจากผ้าขนหนู ยูชุนดึงมือบอบบางนั้นมาใกล้ก่อนจะสัมผัสริมฝีปากอย่างแผ่วเบา
ยูชุน...ฉันรักยูชุนนะ... จุนซูเอ่ยอย่างยากลำบาก...น้ำตาหยดแล้วหยดเล่าไหลลงบนแก้มใสนั้น ยูชุนดึงคนรักมากอดไว้แน่น....
อืม...ขอบคุณนะ...จุนซู ขอบคุณที่ยิ้มให้ฉันอยู่เสมอ....ขอบคุณที่อภัยให้ฉันอยู่เสมอ....ขอบคุณที่รักฉัน...สาบานกับตัวเองอยู่เสมอว่าจะปกป้องคนคนนี้...แม้ว่าจะต้องแลกด้วยชีวิตก็ตาม...ขอแค่เพียงคนคนนี้เท่านั้น....ขอแค่จุนซูมีความสุข....ขอแค่รอยยิ้มของจุนซูเท่านั้น....
รักรอยยิ้มที่สดใสราวกับดอกไม้แรกแย้ม...รอยยิ้มที่เหมือนของใครบางคน
รักเสียงหัวเราะที่สดใส...เหมือนเสียงหัวเราะของใครบางคน
แต่รักคนคนนี้.... ไม่ใช่เพราะว่าเหมือนใครบางคน....
รักเส้นผมสีน้ำตาลอ่อน...ที่ไม่เหมือนกับใครบางคน
รักกลิ่นหอมเหมือนเด็กๆ....ที่ไม่เหมือนกับใครบางคน
รัก...ทุกอย่างที่เป็น....คิม จุนซู....

แสงสว่างสาดส่องเข้ามาในห้องสีขาวจนแสบตาเมื่อผ้าม่านสีขาวผืนยาวถูกปลดลงจากหน้าต่างไปกองไว้ที่พื้น
ก่อนที่ผ้าม่านสีเหลืองอ่อนที่ดูอบอุ่นจะถูกแขวนขึ้นแทนที่
ร่างบางก้าวลงจากเก้าอี้ ก่อนจะก้มลงเก็บผ้าม่านสีขาวที่กองอยู่ที่พื้นแล้วเอาไปโยนใส่ตะกร้าใบใหญ่ไว้....ก่อนที่จะอุ้มตะกร้าใบใหญ่ขึ้นแนบอก แล้วเดินออกจากห้องไปเพื่อเอาไปให้ร้านซักรีดที่อยู่ชั้นล่าง
ชั้นไหนครับ? ชายหนุ่มในชุดสูทราคาแพงถามแจจุงที่พึ่งเดินเข้าลิฟท์มา
เอ่อ ชั้น1ครับ ขอบคุณครับ แจจุงวางตะกร้าลงก่อนจะบอกขอบคุณอีกฝ่าย อีกฝ่ายเพียงแค่โค้งเล็กน้อยก่อนจะหันกลับไปอ่านหนังสือพิมพ์ภาษาอังกฤษในมือต่อ แจจุงถอนใจออกมา ก่อนล้วงมือไปในกระเป๋าแล้วกดเพลงในเครื่องเล่นMP3 ที่ยุนโฮซื้อให้เค้าแทนเครื่องเล่นซีดีอันเก่า ที่คอนโดนี้มีแต่นักธุรกิจอยู่...ทุกคนต่างดูเร่งรีบและไม่สนใจกันและกันเท่าไรนัก...อยู่มาก็หลายปีคนข้างห้องชื่ออะไรเค้ายังไม่รู้เลย
แจจุงมองเลขลิฟท์ที่วิ่งอย่างช้าๆ จนถึงชั้นที่ต้องการจะลง แจจุงก้มลงอุ้มตะกร้าใบใหญ่ขึ้นก่อนจะเดินออกจากลิฟท์ไปอย่างทุลักทุเล...
1515 ครับ แจจุงบอกเลขที่ห้องกับพนักงานที่มีใบหน้าเย็นชาเหมือนกับแทบทุกคนที่อยู่ในคอนโดนี้ ก่อนจะส่งตะกร้าให้พนักงานคนเดิม แล้วเดินเข้าลิฟท์ไป

รกชะมัด... แจจุงบ่นพึมพำเบาๆ หลังจากพยายามจัดเอกสารทั้งหมดบนโต๊ะของยุนโฮ กระดาษที่เคยกองรวมกันบนโต๊ะถูกแบ่งออกเป็นสองสามกองตามประเภทของเอกสาร
งบประมาณ? แจจุงอ่านหัวกระดาษก่อนไล่สายตาผ่านๆเพียงเพื่อให้รู้ว่าเอกสารนี้ควรจะอยู่กองไหน ยุนโฮเคยให้เค้าช่วยจัดเอกสารตอนที่ยุนโฮยังไม่เป็นผู้จัดการฝ่าย ทำให้พอจะแยกได้ว่าอะไรจะอยู่ส่วนไหน
เวลาผ่านไปพักนึง แจจุงก็สามารถจัดการทุกอย่างบนโต๊ะได้อย่างเรียบร้อย
เฮ้อ....เหลือแค่เก็บเข้าแฟ้มสินะ แจจุงถอนใจก่อนจะเอื้อมมือไปหยิบแฟ้มสีดำบนโต๊ะมาแล้วเก็บเอกสารทั้งหมดใส่แฟ้มไว้ มือเรียวดึงลิ้นชักของโต๊ะทำงานออก ก่อนจะวางแฟ้มลงไปลวกๆก่อนจะผลักลิ้นชักกลับเข้าปิดเหมือนเดิม
ติดอะไรเนี่ย? แจจุงพึมพำเมื่อผลักลิ้นชักกลับเข้าไปไม่ได้ ร่างบางดึงลิ้นชักออกมาอีกครั้ง ก่อนจะยกแฟ้มขึ้นหนังสือเล่มนึงถูกกางแล้ววางคว่ำไว้ ทำให้ลิ้นชักปิดไม่ได้....หนังสือปกกับข้อความตัวเล็กๆสีเทาที่อยู่บนปก ราวกับถูกดึงดูดจากหนังสือเล่มเล็กนั่น
....อย่า....
....อย่าเปิดออก....
....อย่าอยากรู้...
....บางที...บางสิ่งบางอย่างเป็นความลับแบบนั้นก็ดีอยู่แล้ว....

ติ๊งหน่อง...เสียงกริ่งประตูดังขึ้น ร่างบางละสายตาหันไปมองที่ประตู
สักครู่ครับ แจจุงบอกก่อนพับหนังสือเล่มเล็กแล้ววางคืนที่เดิม มือเรียวหยิบแฟ้มก่อนวางทับลงไปก่อนผลักลิ้นชักให้ปิดลง ร่างบางสาวเท้าเดินไปที่ประตูก่อนจะเปิดประตูออก
คุณคิม แจจุงใช่มั้ยครับ? คำถามแรกที่ถูกถามทันทีที่เค้าเปิดประตูออก แจจุงพยักหน้าน้อยๆ ก่อนมองคนตรงหน้าที่สวมเสื้อผ้าเหมือนพนักงานส่งพิซซ่าอะไรทำนองนั้น แต่ในมือของพนักงานคนนั้นมีดอกกุหลาบสีแดงช่อใหญ่อยู่ในมือแทนที่จะเป็นกล่องพิซซ่า
มีคนส่งดอกไม้มาให้คุณครับ ช่อกุหลาบที่อยู่ในมือถูกส่งให้ร่างบาง แจจุงรับมาอย่างไม่เข้าใจอะไรมากนัก...ใครกัน?...แจจุงมองกุหลาบช่อใหญ่ในอ้อมแขน
ข้อความอยู่ในการ์ดนะครับ ราวกับว่าจะอ่านสีหน้าไม่เข้าใจของแจจุงออก พนักงานคนเดิมชี้มือไปที่การ์ดใบเล็กที่ห้อยอยู่ แจจุงพยักหน้าเล็กน้อย
ได้รับดอกไม้แล้วนะครับ ขอให้มีความสุขนะครับ ขอบคุณที่ใช้บริการครับ พนักงานหนุ่มในชุดที่ดูคุ้นตานั้นกล่าวอย่างสุภาพก่อนจะโค้งให้ แจจุงโค้งกลับเล็กน้อย ก่อนจะปิดประตูห้องลง ร่างบางเดินไปที่นั่งที่โซฟาสายตาก็มองที่ช่อดอกไม้ในอ้อมแขน มือเรียวเล็กหยิบการ์ดใบเล็กขึ้นก่อนเปิดออกอ่าน ก่อนที่ริมฝีปากบางนั้นจะคลี่ยิ้มกว้างราวกับห้ามไม่ได้กับข้อความสั้นๆในการ์ดใบเล็ก
[ขอบคุณสำหรับอีกวันที่อยู่ด้วยกัน
รัก
จาก ยุนยุน]

รถสีแดงคันสวยจอดที่ริมถนน พร้อมกับประตูรถที่เปิดออกและคนตัวเล็กที่ก้าวลงจากรถ
จุนซูให้เดินไปส่งมั้ย? ยูชุนลดกระจกลงก่อนถามคนรักที่ยืนอยู่บนทางเท้า จุนซูส่ายหน้ายิ้มๆ
ยูชุน ร้านฉันอยู่ตรงนี้เองนะ จุนซูชี้มือไปที่ร้านขายดอกไม้เล็กๆ ที่อยู่ไม่ไกลมากนัก ยูชุนพยักหน้าเล็กน้อย
งั้นฉันจะไปซื้อเค้กกับขนมนะ แล้วเจอกัน ยูชุนบอกคนตัวเล็ก จุนซูพยักหน้าเล็กน้อยก่อนจะเดินเข้าร้านของตัวเองไป ยูชุนมองตามจนจุนซูเข้าร้านไปก่อนจะออกรถไป

เสียงเพลงจากเครื่องเสียงราคาแพงในรถคันหรูไม่ได้ทำให้ความหงุดหงิดของร่างสูงลดลงเท่าไรนัก...
ให้ตายเถอะแดดก็ร้อนรถก็ยังมาติดอีก ยูชุนพึมพำ จริงๆแล้วที่หงุดหงิดอยู่นี่ไม่ได้เพราะว่าอากาศร้อนหรือรถติดอะไรหรอก วันนี้อากาศดีกว่าทุกวัน แล้วรถก็ไม่ได้ติดเลยด้วย....
เฮ้อ... ยูชุนถอนใจออกมาก่อนจะนึกถึงเมื่อสองชั่วโมงก่อน....
ขณะที่กำลังนอนดูดีวีดีด้วยกันอยู่นั้น...จู่ๆจุนซูก็พูดขึ้นมาว่าอยากจะกลับโซลเพราะว่าวันนี้เป็นวันเกิดของจุนซูและฮยอกแจ เคยฉลองด้วยกันทุกปีที่บ้านของจุนซู เพราะฉะนั้นปีนี้ก็ด้วย...สีหน้าที่พูดขึ้นพร้อมกับยิ้มแย้มอย่างมีความสุขนั้นทำเอาหงุดหงิดขึ้นมานิดหน่อย....
เพราะอุตส่าห์เตรียมของขวัญชิ้นพิเศษไว้ให้แล้วแท้ๆ...แล้วถ้าไม่ได้อยู่ด้วยกันที่นั่นแค่สองคนก็ไม่มีประโยชน์น่ะสิ...
ทั้งๆที่จะโวยวายหรือว่าไม่พาคนตัวเล็กมาส่งซะก็ทำได้ แต่เป็นเพราะคำพูดนั้นและแก้มใสที่แดงระเรื่อนั้นต่างหาก....
[พ่อกับแม่คงดีใจถ้ายูชุนไปด้วย]
สุดท้ายก็ได้แต่พยักหน้าเล็กน้อยแล้วก็ยอมพาคนตัวเล็กกลับมาที่โซล...
...ไม่รู้ว่ากลายเป็นแบบนี้ตั้งแต่เมื่อไร...มารู้ตัวอีกทีก็แทบจะปฏิเสธคนตัวเล็กไม่ได้สักอย่าง
...ยูชุนมองรูปสติ๊กเกอร์ของตัวเองกับจุนซูที่ติดไว้ตรงแถบคอนโซลรถก่อนจะยิ้มออกมา...
จะติดจริงๆเหรอ? ยูชุนถามเมื่อเห็นว่าจุนซูแกะรูปสติ๊กเกอร์ที่พึ่งถ่ายออกจากกระดาษแล้วทำท่าว่าจะติดลงบนคอนโซลของรถ
จริงสิ จุนซูพยักหน้าจริงจัง....ยูชุนได้แต่มองอยากจะห้าม...ใครๆบนโลกใบนี้ก็รู้ทั้งนั้นว่าปาร์ค ยูชุน รักรถมากแค่ไหน จะให้มาติดสติ๊กเกอร์หรือว่าเพนท์ลายอะไรนี่ไม่ได้เลย....
ฉันว่าติดไว้ที่กระเป๋าตังค์ดีกว่ามั้ย นี่ไง ยูชุนล้วงกระเป๋าตังค์จากกระเป๋ากางเกงออกมาก่อนส่งให้คนรัก
ไม่เอา...ฉันอยากติดตรงนี้นี่นา จุนซูบอกเสียงอ้อน
คือ...ฉันว่านะ... ยูชุนเบรกรถเมื่อเห็นสัญญาณไฟแดง ร่างสูงหันไปมองหน้าคนตัวเล็กที่ตอนนี้ทำสีหน้าเหมือนลูกแมวที่กำลังอ้อนเจ้าของ
เอ่อ...ฉันว่านะ...ฉันว่ามันก็ดีเหมือนกันนะ สุดท้ายคำพูดที่คิดว่าจะพูดห้ามคนตัวเล็กนี้กลับกลายเป็นคำอนุญาตและสนับสนุนอยู่ในที
เหรอ? งั้นตรงนี้แล้วกันนะ พูดจบมือเล็กๆก็กดรูปสติ๊กเกอร์ลงบนตำแหน่งที่ตัวเองต้องการ รอยยิ้มกว้างบนใบหน้านั้นทำให้ยูชุนอดยิ้มตามไม่ได้

แพ้สนิทเลย ปาร์ค ยูชุน ยูชุนบอกกับเงาของตัวเองในกระจกมองหลังก่อนจะหัวเราะออกมาเบาๆ ก่อนจะเลี้ยวรถเข้าจอดที่ข้างทาง เพื่อลงไปซื้อของ
โทรหาหน่อยดีกว่า... ยูชุนบอกกับตัวเองยิ้มๆก่อนเอื้อมมือไปหยิบมือถือสีดำเครื่องสวยขึ้นมา
แบตหมด? ยูชุนพึมพำเบาๆ ก่อนจะหันหลังไปหยิบกระเป๋าสีดำใบเล็กที่วางอยู่เบาะหลังออกมา มือเรียวค้นในกระเป๋านั้นก่อนจะหยิบแบตเตอร์รี่สำรองออกมา ยูชุนเปลี่ยนแบตมือถืออย่างเคยชิน...เค้าเป็นนักธุรกิจการปิดมือถือเหมือนเป็นเรื่องต้องห้ามข้อนึง นิ้วเรียวกดปุ่มสีแดงเพื่อเปิดมือถือ...อนิเมชั่นและเสียงดนตรีน่ารักๆที่เหมือนกับมือถือของจุนซูทำให้ยูชุนยิ้มออกมา...นั่งรออยู่สักพักปลายนิ้วกดเรียกเบอร์ของคนรักขึ้นมาก่อนกดโทรออก
ประตูรถสีแดงถูกเปิดออกก่อนที่ยูชุนจะก้าวลงจากรถ...
จุนซูเหรอ? เมื่อกี้ลืมถามน่ะว่าจะเอาเค้กอะไร ยูชุนบอกทั้งๆที่ก็รู้อยู่แล้วว่าอีกฝ่ายจะเอาเค้กอะไรไปไม่ได้นอกจาก
เค้กสตรอเบอร์รี่เหรอ? ยูชุนแกล้งทำน้ำเสียงสงสัย...รู้ตั้งนานแล้ว...เพียงแต่อยากโทรหาก็เท่านั้นเอง....
ตอนนี้อยู่ที่หน้าร้านเค้กแล้ว กำลังจะเข้าไปแล้วครับผม ยูชุนแกล้งทำน้ำเสียงเหมือนเด็กนักเรียนที่รายงานความประพฤติของตัวเองโดยละเอียดให้ผู้ปกครองฟัง ก่อนจะยิ้มออกมาเมื่อได้ยินเสียงคนตัวเล็กที่ปลายสายหัวเราะคิกคัก
คร้าบผม จะรีบกลับเลยครับ...แล้วเจอกันครับ คุณแม่ ยูชุนล้อใครอีกคนที่อยู่ปลายสาย ก่อนจะรีบกดวางแล้วหันมายิ้มให้คุณลุงเจ้าของร้านเค้กที่ยืนอยู่ที่เคาน์เตอร์
สวัสดีครับ คุณลุง...วันนี้ผมเหมาเค้กสตรอเบอร์รี่หมดเลยแล้วกันนะ ยูชุนบอก คุณลุงพยักหน้ายิ้มๆ ก่อนจะเดินไปหลังตู้กระจกเพื่อตักเค้ก ยูชุนยืนมองเค้กหน้าตาหน้ากินหลายแบบที่อยู่ในตู้....เค้ามากินเค้กที่นี่ตั้งแต่เป็นนักเรียนมัธยม...รสชาติเค้กที่นี่ไม่เคยเปลี่ยนไปเลย....เค้กช็อคโกแลตรสขมแบบพอดีที่เค้าชอบ...เค้กสตรอเบอร์รี่น่ากินที่จุนซูชอบ...
เอ่อ...ผมขอเค้กส้มด้วยชิ้นนึงนะครับ ยูชุนบอกคุณลุง...ราวกับไม่รู้สึกตัว...เค้กส้มรสเปรี้ยวอมหวาน....แบบที่แจจุงชอบ...
ขอโทษครับ ไม่เอาเค้กส้มนะครับ...เอาเอแคลแล้วกัน ยูชุนบอกก่อนถอนใจออกมา...การกลับมาในสถานที่เก่าๆ...สถานที่ที่เต็มไปด้วยความทรงจำอันมีค่าก็ทำให้อดคิดถึงไม่ได้...ราวกับว่าได้ยินเสียงหัวเราะเบาๆของแจจุง...ยูชุนหลับตาลงช้าๆ...แค่คิดถึงเพราะความผูกพัน...คงไม่ผิดใช่มั้ย?
ความทรงจำ...ก็เป็นแค่เพียงอดีต
ไม่ว่าจะสวยงาม...หรือขมขื่น....
ความทรงจำ...ก็เป็นได้เพียงแค่อดีต
ที่ไม่มีวันเรียกกลับมาได้อีกแล้ว....
สิ่งเดียวที่ทำได้ก็เพียงแค่จดจำ...และคิดถึงเท่านั้น...

ชางมินถือสายรอแป๊บนึงนะ ฉันจะลงรถแล้ว ร่างบางบอกเพื่อนสนิทที่อยู่ปลายสาย แจจุงมองจำนวนเงินบนมิเตอร์แท็กซี่ก่อนจะหยิบเงินแล้วส่งให้คนขับรถก่อนจะลงจากรถไป
อ่ะ พูดต่อได้แล้ว แจจุงบอกเพื่อนก่อนจะผลักประตูเข้าไปในร้านขายลูกอมที่มาเมื่อหลายวันก่อน...ถึงจะไกลไปซักหน่อยแต่ว่าที่นี่มีลูกกวาดแปลกตาเต็มไปหมด...นั่นเป็นเหตุผลที่ทำให้แจจุงกลับมาที่นี่
ฉันอยู่ร้านขายลูกอมน่ะ แจจุงบอกผ่านไมโครโฟนตัวเล็กที่สวมไว้ที่หู มือเรียวข้างนึงถือตะกร้าใบเล็กรูปทรงแปลกๆไว้ มืออีกข้างหยิบลูกอมสีสันสดใสตามขวดโหลใส่ลงในตะกร้านั้น
อ่า ฉันพอจะนึกหน้าดองแฮออกเลยล่ะ ฮะฮะ แจจุงหัวเราะเบาๆกับเรื่องที่ชางมินเล่า ก่อนจะเอื้อมมือไปหยิบลูกกวาดสีอ่อนสวยรูปดาวที่อยู่ในห่อพลาสติกแล้วใส่ลงในตะกร้า
อืม...โอเคแล้วเจอกันนะ แจจุงบอกลาก่อนกดวางสายไป ร่างบางก้มมองลูกอมหลายเม็ดในตะกร้าก่อนจะเดินไปจ่ายเงินที่แคชเชียร์ ถึงจะไม่ใช่พนักงานคนเดิมแต่ว่าพนักงานสาวคนใหม่ก็ยังคงหน้าเหมือนตัวการ์ตูนพร้อมกับเสื้อผ้าสีสันสดใสเข้ากับบรรยากาศในร้าน แจจุงยิ้มออกมาบางๆ ก่อนจ่ายเงินให้พอดีจำนวนแล้วรับถุงลูกอมมาจากพนักงานสาว
แจจุงเดินออกจากร้านขายลูกอมมาร่างบางขยับผ้าพันคอเล็กน้อยก่อนจะหยิบหูฟังขึ้นมาฟังเพลงที่อยู่ในเครื่องเล่นก่อนจะเดินไปตามถนนยามบ่ายที่ไม่ค่อยมีคนมากนักเพราะว่าอยู่ในช่วงเวลาทำงาน

เสียงข้อความที่ดังขึ้นทำให้ยูชุนละสายตาจากเค้กในตู้กระจกตรงหน้า
[คุณมีข้อความเสียง 2ข้อความ]
ยูชุนอ่านข้อความบนหน้าจอก่อนจะกดโทรเข้าระบบฝากข้อความ
[ยินดีต้อนรับเข้าสู่กล่องข้อความเสียงของ....]
ยูชุนไม่รอโอเปอเรเตอร์พูดจนจบปลายนิ้วเรียวกดรหัสเลขสี่ตัวเพื่อเข้าฟังข้อความอย่างเคยชิน
[ข้อความที่ 1 วันที่ 15 /**/** เวลา 13.06 น.
คุณปาร์คครับ บริษัทA ส่งจดหมายตอบรับการร่วมลงทุนมาที่บริษัท และทางบริษัทA เชิญคุณปาร์คไปร่วมงานปาร์ตี้ในวันอาทิตย์หน้าที่โรงแรม L เวลา 20.00 น. จบข้อความที่ 1 ]
เสียงของแรยงคนสนิทแจ้งกำหนดการและนัดหมายทั้งหมด ยูชุนเพียงแต่พังพร้อมกับจดจำกำหนดการอย่างคร่าวๆเท่านั้น เพราะถึงยังไงถ้ากลับไปที่บริษัทเลขาก็จะรายงานเขาอีกครั้ง ยูชุนกดปุ่มสีน้ำเงินอีกครั้งเพื่อฟังข้อความต่อไป
[ข้อความที่ 2 วันที่ 15/**/** เวลา 15.34 น.
ยูจา.....]
กรุ๊งกริ๊ง เสียงกระดิ่งที่หน้าร้านทำให้ยูชุนหันกลับไปมอง เห็นกลุ่มเด็กวัยรุ่นหลายคนเดินเข้ามาในร้าน
อ้าว คุณลุงไปไหนเนี่ย? เด็กสาวคนนึงพูดขึ้น ชุดนักเรียนที่สวมอยู่ทำให้ยูชุนยิ้มออกมา โรงเรียนเก่าของเค้า...
คุณลุงไปดูเค้กที่อบไว้ที่ชั้นสองน่ะครับ ยูชุนบอกยิ้มๆ เด็กสาวพยักหน้าก่อนโค้งเล็กน้อยแทนคำขอบคุณแล้วหันไปคุยกับเพื่อนๆที่เดินไปนั่งรอที่โต๊ะริมกระจก...ยูชุนมองตามเล็กน้อยก่อนจะหันกลับมาสนใจมือถือต่อ นิ้วเรียวกดปุ่มสีน้ำเงินอีกครั้งเพื่อฟังข้อความเดิม
[ข้อความที่ 2 วันที่ 15/**/** เวลา 15.34 น.
ยูจา นี่แจจุงนะ ถ้าว่างแล้วโทรกลับมาด้วย มีเรื่องอยากจะปรึกษา แล้วจะรอนะ จบข้อความที่ 2]
ยูชุนยืนนิ่งราวกับถูกสาป...รู้สึกเหมือนหัวใจเต้นรัว
มือเรียวสั่นระริก นิ้วเรียวฝืนไว้ก่อนจะกดปุ่มเดิมซ้ำอีกครั้ง...เสียงนั่น....
[ข้อความที่ 2 วันที่ 15/**/** เวลา 15.34 น.
ยูจา นี่แจจุงนะ ถ้าว่างแล้วโทรกลับมาด้วย มีเรื่องอยากจะปรึกษา แล้วจะรอนะ จบข้อความที่ 2]
ยูชุนลดโทรศัพท์ลงราวกับหมดแรง...ข้อความที่ได้ยินเมื่อกี้มันอะไรกัน....
...น้ำเสียงที่คุ้นเคย...ชื่อเล่นที่มีเพียงคนคนเดียวที่รู้....
[ยูจา ต่อไปนี้ฉันจะเรียกยูชุนว่า ยูจาดีกว่า]
[ยูจากับแจจาไงล่ะ ไม่น่ารักรึไง?]
[ยูจา นี่แจจุงนะ.....]
บ้าเอ้ย! ยูชุนสบถออกมาเสียงเบา...หลังจากกดฟังข้อความเดิมซ้ำแล้วซ้ำเล่าราวกับคนบ้า...ใครกันกล้าล้อเล่นแบบนี้....ไม่มีทางใช่แจจุงแน่ๆ จะเป็นแจจุงได้ยังไงเล่า...ก็ในเมื่อแจจุง....
ยูชุนมองที่เบอร์มือถือที่ใช้ฝากข้อความเข้ามาก่อนจะกดโทรไปหา...
เสียงโทรศัพท์มือถือที่ดังขึ้นทำให้แจจุงก้มลงค้นหามือถือในกระเป๋า เมื่อกี้พอคุยกับชางมินเสร็จก็ถอดหูฟังทิ้งไว้ในกระเป๋าด้วย ไม่นานนักมือเรียวเล็กก็คว้าเอามือถือเครื่องสวยขึ้นมาได้ แจจุงดูเบอร์ที่หน้าจอมือถือ
[ยูจา ^-^] แจจุงรีบกดรับสายก่อนที่รอยยิ้มจะปรากฎขึ้นบนใบหน้าหวานสวย มือเรียวเล็กผลักประตูกระจกตรงหน้าก่อนจะเดินเข้าไปหลังประตูนั้น...
ฮัลโหล ไม่ทราบใครพูดอยู่ครับ? ยูชุนกรอกเสียงลงไปทันทีที่รู้ว่าอีกฝ่ายรับสาย น้ำเสียงนั้นพยายามข่มความไม่พอใจเอาไว้ เผื่อว่าคนที่เป็นเจ้าของเบอร์ตอนนี้อาจจะไม่ใช่คนที่โทรมาแกล้งเขาก็ได้
[..] ไม่มีเสียงตอบใดๆกลับมา
คุณครับ ผมปาร์ค ยูชุนนะครับ ไม่ทราบว่าคุณมีธุระอะไรกับผมถึงได้ฝากข้อความแบบนั้นไว้? ยูชุนถามน้ำเสียงเรียบ ในเมื่อไม่ตอบก็จะถามเลยแล้วกัน เผื่อมันจะทำให้อีกฝ่ายยอมพูดอะไรออกมาบ้าง
[..]
กรุณาตอบด้วยครับว่าใครพูดอยู่ น้ำเสียงของยูชุนเริ่มสั่น ความไม่พอใจที่พยายามข่มไว้กลับมีมากขึ้นเมื่อปลายสายเอาแต่เงียบ
[ทำไมดุจังเลย ยูจา...เปลี่ยนเบอร์แค่นี้จำเสียงฉันไม่ได้เลยเหรอ?]
ในที่สุดก็ได้รับการตอบกลับมา...เสียงปลายสายนั้นทำให้ยูชุนรู้สึกเหมือนถูกตบหน้าแรงๆ...เสียงนั่น...เหมือนมาก...เหมือนแจจุงมาก...แต่จะเป็นไปได้ยังไง...ก็รู้อยู่แล้วนี่ว่าไม่มีทางเป็นแจจุงแน่ๆ....
ไม่ทราบว่าคุณเป็นใครครับ? ยูชุนยังคงถามคำถามเดิม ได้ยินเพียงเสียงหัวเราะคิกคักของปลายสายเท่านั้น นั่นยิ่งทำให้รู้สึกโมโหเข้าไปใหญ่...
นี่คุณ! ผมถามว่าคุณเป็นใคร? ยูชุนถามเสียงดังอย่างลืมตัว แต่เค้าก็ไม่ได้สนใจที่จะใส่ใจว่าใครกำลังมองเค้าอยู่บ้าง ตอนนี้เค้าอยากรู้เพียงว่าคนที่อยู่ปลายสายนี้เป็นใครกันแน่
[ไม่บอก...หันมาข้างหลังสิ เดี๋ยวก็รู้เองล่ะ]
พูดจบสัญญาณก็ถูกตัดไป ยูชุนรู้สึกถึงแรงสะกิดเบาๆที่ไหล่ ยูชุนรีบหันกลับไปมอง แต่กลับโดนนิ้วเรียวของอีกฝ่ายจิ้มเบาๆที่แก้ม
รู้รึยังว่าใคร? คนขี้ลืม ร่างบางตรงหน้ายิ้มออกมาก่อนปล่อยมือออกจากไหล่ของร่างสูง พร้อมกับเสียงหัวเราะคิกคักที่คุ้นเคย....ไม่ใช่แค่เพียงเสียงหัวเราะ...หากแต่ทั้งดวงตา รอยยิ้ม ริมฝีปาก..ร่างบางตรงหน้าเป็นใครบางคนที่เค้ารู้จักดี...ใครบางที่ไม่ได้อยู่บนโลกใบนี้อีกแล้ว....ใครคนนั้น.....
........แจจุง........
